ตอนที่ 8 จุดอ่อน?
หลังเลิกเรียน รถยนต์คันหรูสองคันที่คุ้นเคยจอดอยู่ข้างกัน โดยมีเจ้าของรถแต่ล่ะคันยืนกอดอกวางมาดพิงกระโปรงของตัวเอง โมน่าเห็นแล้วก็รู้สึกขำอยู่ในใจ
"เหนื่อยมั้ยครับ" เป็นไคโตะที่เห็นโมน่าเดินออกมาก่อนเขาเลยรีบเดินปรี่ไปคว้ากระเป๋าเธอมาถือ พร้อมกับกล่าวถามอย่างสุภาพ
"ไม่เหนื่อยค่ะ" โมน่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หวานหยดย้อย หลังพูดจบก็มีเสียงแหลมดังมาจากด้านหลัง
"พี่โยชิ" ไคโตะชะงักแล้วรีบหันไปมอง ก็พบว่าเป็นญิ๋งญิ๋งทำท่าทางดีอกดีใจแล้วเอ่ยทักทายแฟนหนุ่มเสียงดังราวกับจงใจให้ใครได้ยิน เธอวิ่งผ่านไคโตะ และโมน่าไปสวมกอดโยชิที่ยืนรอเธออยู่
โมน่าเหลือบสายตาดูสีหน้าของไคโตะที่ดูไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด มือหนาที่กำกระเป๋าเธอแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนบนหลังมือ แล้วกระตุกยิ้มบาง ๆ
"พี่ไคโตะ..." ขนาดโมน่าที่ยืนอยู่ใกล้เรียก เขาก็ยังไม่ได้ยินทำให้เธอต้องเรียกอีกครั้ง
"....พี่ไคโตะคะ" เขาสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันมาที่เธอ
"เราไปกันเถอะ" ว่าจบ ก็เดินนำหน้าโมน่าไปที่รถยนต์คันหรูของเขา ขณะที่โยชิเปิดประตูรถให้ญิ๋งญิ๋งเข้าไปนั่งเรียบร้อยแล้ว และเจ้าของรถก็เข้าไปนั่งประจำที่คนขับ ก่อนจะขับออกไปท่ามกลางสายตาของไคโตะที่ยังคงยืนมองจนลับตา โมน่าจ้องมองเขาแล้วส่ายหน้ากับความโง่เขลาของหนุ่มวิศวะลูกเสี้ยวญี่ปุ่น
บรรยากาศภายในรถเงียบกริบ จนจะได้ยินเสียงเต้นของหัวใจดังออกมา โมน่าไม่ได้ใส่ใจตลอดทางเธอได้แต่หาความรู้ในโทรศัพท์เพื่อฆ่าเวลา จนรถขับมาถึงที่หน้าบ้าน กำลังจะถอดเบลท์ อยู่ ๆ ไคโตะก็เพิ่งจะปริปากพูดขึ้น
"พี่ยังรอคำตอบนะ" โมน่าย่นคิ้วหันไปที่ชายหนุ่มลูกเสี้ยวญี่ปุ่น
"เอ่อ...เรื่องคอนโดน่ะพี่อยากให้เธอย้ายไปจริง ๆ นะ" สิ้นเสียง โมน่าก็คลี่ยิ้มบาง ๆ แล้วตอบกลับสั้น ๆ
"ค่ะ" จากนั้นเธอก็ลงจากรถแล้วเดินผ่านประตูเล็กเข้าไปในบ้าน
โมน่าเดินมาถึงหน้าห้องพักแม่บ้าน เห็นชายหนุ่มนั่งสูบบุหรี่สีหน้าดูมีความสุข ซึ่งโมน่าก็ไม่แปลกใจมากนัก เธอเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ม้าหิน โยชิก็กล่าวขึ้นทันที
"โมน่า พี่พอจะรู้จุดอ่อนของไอ้ไคโตะแล้ว....." เขาเอ่ยอย่างตื่นเต้น แล้วจ้องมาที่น้องสาวต่างมารดาที่มีใบหน้าที่ราบเรียบไร้ความรู้สึก
"....ทำไมดูเธอไม่ตื่นเต้นเลยล่ะ" โมน่าพ่นลมหายใจบาง ๆ
"ทำไมต้องตื่นเต้น"
"เธอรู้จุดอ่อนของมัน?" โยชิขมวดคิ้วย้อนถาม
"แบบนั้นเรียกว่าจุดอ่อน?" ก็แค่รักข้างเดียวแล้วไงทำอะไรได้กันล่ะ โมน่าคิดในใจ
"มันชอบญิ๋งญิ๋ง...." โมน่าผงกหัวเบา ๆ
"...แสดงว่าญิ๋งญิ๋งก็เป็นจุดอ่อนของมัน" โยชิกล่าวจบแล้วก็เผยรอยยิ้มอย่างผู้ชนะ
"ญิ๋งญิ๋งยังไม่ใช่จุดอ่อนของเขา" โยชิหันขวับไปที่คนเป็นน้อง
"ทำไมจะไม่ใช่..วันนี้เธอไม่เห็นท่าทางของไอ้ไคโตะหรอกเหรอ" โมน่ามองหน้าพี่ชายต่างมารดาก็ส่ายหน้า
"ถ้าเป็นจุดอ่อนจริง เขาก็จะล้มเกมไม่เล่นต่อ" โยชิทำสีหน้าครุ่นคิด
"พวกเขาก็แค่อยากเอาชนะกันเท่านั้น และเราก็จะเป็นผู้ตัดสิน" โมน่าพูดจบ ก็แสยะยิ้มอย่างมีแผนการร้าย
"โมน่า พี่ว่าเธอน่ากลัวกว่าพวกมันอีกนะ" โยชิมองน้องสาวแล้วเอามือลูบที่แขนอย่างหวาดกลัวไม่จริงจัง
......
ระหว่างทางไคโตะก็นึกถึงภาพเหตุการณ์ที่ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด เมื่อเห็นญิ๋งญิ๋งใกล้ชิดกับผู้ชายคนอื่น และยิ่งเป็นโยชิคนที่เขาไม่ชอบขี้หน้า ทว่าก็ต้องหักห้ามใจเพราะมันเป็นเกมที่เขาได้พนันกับญิ๋งญิ๋ง
ไคโตะหยิบมือถือขึ้นมาแล้วโทรชวนธีร์ และเติ้ลออกมาดื่มเพื่อระบายความโกรธ
DND club
ไคโตะมาถึงห้อง vvipก่อนคนอื่นเขาสั่งวิสกี้ราคาแพงมาดื่มรอเพื่อน ๆ ไปพลาง ๆ เขานั่งไขว้ห้างวางมาดเอามือเคาะโต๊ะกระจกสีหน้ากำลังใช้ความคิดบางอย่าง อยู่ ๆ ใบหน้าหวานของติวเตอร์คนใหม่ก็ผุดขึ้นในหัว เขายอมรับว่ารอยยิ้มของโมน่าตราตรึงใจมาก เธอสวยหวาน น่ารัก แถมยังเก่งฉลาด ยังทำให้เขาเสียอาการได้ ซึ่งเขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนทำให้เสียอาการแบบนี้มาก่อน
"โมน่า" เขาพึมพำชื่อเธอแล้วเผยรอยยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
แอ๊ดดดดด ประตูห้องเปิดเข้ามาพอดี ทำให้คนที่มาใหม่เห็นว่าเขากำลังยิ้มอยู่คนเดียวจึงเอ่ยแซว
"ยิ้มอะไรวะไคโตะ" คำถามดังขึ้น ไคโตะก็หุบยิ้มทันที
"ยิ้มอะไร กูไม่ได้ยิ้ม" เขาปฏิเสธเสียงแข็ง พร้อมกับทำสีหน้าไม่สบอารมณ์กลบเกลื่อน
"แต่กูเห็นมึงยิ้มอยู่" เติ้ลยืนยันอีกคน
"ก็บอกว่าไม่ได้ยิ้ม!" ไคโตะทำตวาดเสียงดัง ธีร์กับเติ้ลจึงหันมองหน้ากันอย่างมึนงง
"ไม่ได้ยิ้มก็ได้ พอใจหรือยัง" ธีร์พูดอย่างไม่ได้ใส่ใจก่อนจะยกขวดวิสกี้มารินใส่แก้ว
"ตอนนี้มึงกับโมน่าพัฒนาไปถึงไหนแล้วล่ะ" ไคโตะชะงัก แล้ววางแก้วเหล้าลง
"อีกไม่นานกูจะทำให้โมน่าหลงรักกูจนถอนตัวไม่ขึ้นเลยแหละ" เขาพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ
...........
ตัดมาทางฝั่งโมน่า
ตั้งแต่ที่เธอรับงานติวเตอร์ก็ตัดสินใจลาออกจากงานพาร์ทไทม์ ทั้งที่คลับ และคาเฟ่ เธอคำนวนรายได้แล้วแค่ไปติวให้ไคโตะงานเดียวก็คุ้มมาก และยังมีเงินเก็บไว้ซื้อบ้านได้อีกด้วย ตอนนี้เธอกำลังหาข้อสอบมาลองทำดูจากที่ศึกษามา ซึ่งก็ไม่ง่าย และก็ไม่ยากไปซะทีเดียว วิชาหลัก 4 วิชานั้นเธอทำได้สบาย ๆ และสาขาเครื่องกลดูซับซ้อนไปคิดว่าไคโตะคงจะเข้าใจมากกว่า แต่ก็นะที่เขาจ้างเธอมาก็ไม่ใช่ให้มาติวจริง ๆ หนิ
ติ๊ด ติ๊ด จู่ ๆ เสียงข้อความในโทรศัพท์ก็ดังขึ้น โมน่าหยิบขึ้นมาดูก็ย่นคิ้วเข้าหากันเบา ๆ อย่างสงสัย
"จะมาไม้ไหนกันนะ" เธอพึมพำกับตัวเองก่อนจะเปิดอ่านข้อความ
[พี่ออกมาดื่มนะครับ คลับเดิมที่เธอเคยทำงาน] พออ่านจบโมน่าก็แค่นหัวเราะออกมา 'เหอะ' ใครอยากรู้?
"อย่าดื่มเยอะนะคะ โมน่าเป็นห่วง" เธอพิมพ์ข้อความที่ตรงข้ามกับความคิด เธอเบ้ปากหลังจากส่งกลับไป
[พี่อยากให้เธอมาอยู่ใกล้ ๆ กับพี่จริง ๆ นะ] หนุ่มวิศวะส่งกลับมาอีก โมน่าพ่นลมหายใจ แล้วมองไปที่หน้าจอ ต้องเมาแล้วชอบเพ้อแน่ ๆ
"ทำไมอยากอยู่ใกล้ ๆ โมน่าล่ะคะ" เธอแสร้งถามกลับไป แล้วยกยิ้มมุมปาก
[เพราะ...พี่ชอบเธอ] ชัดเลย หนุ่มลูกเสี้ยวญี่ปุ่นเมาแล้วชอบเพ้อ โมน่าจ้องหน้าจอแล้วหัวเราะเบา ๆ แต่ไม่ได้กดข้อความอะไรส่งไป
[พี่อยากจีบเธอ] เหอะ! โมน่ากลั้วหัวเราะ หลังจากที่อ่านข้อความล่าสุด อยากจีบงั้นเหรอ โมน่าอ่านแต่ก็ไม่ได้ตอบกลับ เธอคิดว่ามันไร้สาระ และไม่ได้อยากพูดคุยกับคนเมาในตอนนี้
ผ่านไปหลายนาที อยู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นสายของไคโตะที่โทรเข้ามา โมน่าตัดสินใจไม่รับ เธอปิดเสียง เข้าไปแปรงฟันในห้องน้ำก่อนจะเข้านอน
โมน่าตื่นแต่เช้าเข้าครัวเพื่อทำอาหารใส่บาตร หลังจากทำทุกอย่างเรียบร้อยก็เข้าห้องอาบน้ำแต่ตัวไปมหาลัย เปิดประตูรั้วเล็กก็เห็นชายหนุ่มสวมเสื้อซ็อปสีเลือดหมูทับเสื้อคอกลมสีขาว ยืนพิงด้านข้างรถ พอโมน่าเดินผ่านประตูออกมาจากบ้าน เขาก็รีบเดินเข้าไปหาเธอทันที
"พี่ช่วยถือ" ไคโตะยื่นมือไปรับกระเป๋าของสาวนิเทศฯ
"ขอบคุณค่ะ" โมน่าส่งไปก่อนกล่าวขอบคุณ
"ทำไมไม่รับโทรศัพท์พี่ล่ะ"
"พี่โทรมาเหรอคะ....." โมน่าแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
".....สงสัยโมน่าคงจะนอนแล้ว" เธอพูดพร้อมกับใบหน้าดูเศร้าแฝงรู้สึกผิด
"พี่ไม่โกรธเธอหรอก...." ไคโตะกล่าวอย่างสุภาพแล้วหันมาสบตากับโมน่า
"....ข้อความที่ส่งไปเธอคิดว่ายังไง" ไคโตะกล่าวจบก็ยื่นใบหน้าอันหล่อเหลาเข้ามาประชิดเธอห่างกันแค่คืบ เขาเห็นใบหน้าใส ๆ ที่อยู่ ๆ ก็เริ่มแดงขึ้น
"เธอเขิน?" หนุ่มวิศวะถามแล้วเผยรอยยิ้มอย่างผู้ชนะ ที่ทำให้เธอเสียอาการได้ โมน่ากำหมัดแน่น เธอไม่ได้เขิน เธอไม่ชอบต่างหากล่ะ โมโหจะบ้าอยู่แล้ว
"ปะ เปล่าค่ะ" โมน่าเบือนหน้าหนีพร้อมกับก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว อึดอัดชะมัด
"พี่ชอบนะเวลาเห็นเธอหน้าแดงแบบนี้" ชอบกับผีเถอะ โมน่ากัดกรามเบา ๆ แล้วฝืนยิ้มอย่างเขินอาย
ไคโตะเปิดประตูฝั่งข้างคนขับให้โมน่าเข้าไปนั่ง ก่อนจะเขาจะเข้ามานั่งที่ประจำตำแหน่งคนขับ รถยนต์คันหรูก็ขับเคลื่อนออกไป
