ตอนที่ 5 รักแรกพบ?
โมน่า กับโบว์เดินออกมาจากบริษัท ทั้งคู่มีสีหน้ารวมถึงอาการสงสัยไม่ต่างกัน เป็นโบว์ที่เปิดปากพูดออกมาก่อน
"แก ฉันว่ามันดูแปลก ๆ มั้ย" โมน่าทำสีหน้านิ่ง ๆ แต่ในหัวกำลังคิดเรื่องราวบางอย่าง
"แปลกยังไง" เธอหยุดความคิดแล้วหันไปเอ่ยถามเพื่อนสนิท
"แก ไม่เคยรู้จักกับคนที่ชื่อไคโตะสักหน่อย ทำไมเขาถึง....." โบว์ชะงักริมฝีปาก ก็จะขมวดคิ้วจ้องมาที่โมน่าก่อนจะเอ่ยประโยคหลัง
"....หรือว่าแกเคยเจอกันแล้ว" โมน่าผงกหัวรับ
"ใช่ ฉันเคยเจอกับเขา แต่ก็ปฏิเสธรับงานจากเขาไปแล้ว" โมน่าบอกกับเพื่อนตามความจริง
"ปฏิเสธไปแล้วทำไมยัง..."
"....หรือว่าเขาตกหลุมรักแก" โมน่าคลี่ยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้า
"เจอกันแค่ครั้งสองครั้งจะรักเลยเหรอ"
"แกไม่เคยได้ยินคำว่ารักแรกพบอ่ะ"
"เหอะ" พอสิ้นเสียง โมน่าก็แค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ
"ไร้สาระ" ทั้งสองแยกย้ายกลับบ้าน โมน่าเดินเข้าประตูรั้วเล็ก เดินมายังห้องพักแม่บ้าน เธอชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูงสวมช็อปสีเลือดหมูทับเสื้อคอกลมสีขาว นั่งสูบบุหรี่อยู่ที่ม้าหินหน้าลานบ้าน
"ทำไมเพิ่งกลับ" โยชิทิ้งบุหรี่ลงพื้นแล้วปรี่เข้ามาหาคนเป็นน้อง ด้วยสีหน้าร้อนรน
"มีอะไร" โมน่าเดินสวนเขามานั่งที่เก้าอี้ม้าหินด้วยใบหน้าเรียบเฉย
"ไอ้เชี่ยไคโตะมันมีแผนชั่วจริง ๆ ด้วย" โยชิเดินตามมาแล้วนั่งลงตรงข้ามน้องสาวก่อนจะพูดด้วยความโมโห ในขณะที่โมน่าได้ยินแล้วก็ยกยิ้มมุมปากเบา ๆ
"มันกับญิ๋งญิ๋งต่างร่วมมือกัน" คนเป็นน้องได้แต่นั่งฟังไม่ได้แสดงความคิดเห็นใด ๆ
"โดยใช้เธอกับพี่เป็นเหยื่อ" โมน่ายังคงเป็นผู้ฟัง
"ญิ๋งญิ๋งจะทำให้พี่รักเธอหมดใจสุดท้ายก็หักอกพี่ ตลกชะมัด ฮ่าฮ่าฮ่า" พอสิ้นเสียง คนเป็นน้องสาวก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ เป็นความคิดที่ตลก และงี่เง่ามาก คนอย่างโยชิเคยรักใครเป็นด้วยงั้นเหรอ
"ส่วนไอ้เชี่ยไคโตะ มันจะทำให้เธอหลงรักมัน ฮ่าฮ่าฮ่า....." โยชิระเบิดหัวเราะไม่หยุด เพราะเขารู้ดีว่าน้องสาวต่างมารดาคนนี้ไม่สนใจเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ เธอเป็นคนเย็นชามาก จนบางครั้งก็สงสัยว่าเธอไม่มีหัวใจ
"....พอเธอรักมันหลงมัน เธอก็ไม่มีสมาธิเรียน แล้วจะทำให้เธอคะแนนตก"
"เหอะ ๆ" โมน่ากลั้วหัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วส่ายหน้ากับความคิดของชายหญิงคู่นั้นมาก
"พี่รู้แผนของเขาได้ไง" เธอถามพี่ชายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"พี่ให้คนไปสืบมา" คนเป็นน้องพยักหน้ารับ
"พรุ่งนี้พี่จะเอาพวกไปจัดการแม่ง!"
"ไปจัดการ?" โมน่าย่นคิ้วกล่าวถามพี่ชายต่างมารดา
"กระทืบแม่ง! กล้าคิดแผนชั่ว ๆ" โมน่าส่ายหน้าเชิงห้าม
"ในเมื่อพวกเขาอยากจะเล่น..." เธอยกยิ้มที่ริมฝีปาก
"...เราก็ต้องลงไปเล่นกับพวกเขาสักหน่อย" พอสิ้นเสียง โยชิก็ตบที่โต๊ะเสียงดัง
"ตกลง!"
ตึกวิศวะสาขาเครื่องกล
ไคโตะ ธีร์ และเติ้ลต่างศึกษากับการออกแบบ และสร้างเครื่องจักรชนิดใหม่ ทั้งสามสีหน้าเคร่งเครียด จริงจัง และมุ่งมั่นมากว่าจะต้องทำสำเร็จ
"ปีนี้พวกเราต้องชนะแน่" ธีร์เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ายินดี
"แค่เครื่องจักรกระจอก ๆ เอาอะไรมาชนะ" เป็นพวกของโยชิที่อยู่อีกฝั่งตะโกนเสียงดัง
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า" จากนั้น โยชิและพวกก็พากันหัวเราะชอบใจ ทำให้ไคโตะวางเครื่องมือแล้วเดินปรี่ไปที่กลุ่มของโยชิอย่างเอาเรื่อง
"ไอ้สัสโยชิ มึงออกมาตัวต่อตัวกับกูเลยมา" หนุ่มลูกเสี้ยวญี่ปุ่นกวักมือท้าทายฝ่ายตรงข้าม
"ก็มาดิครับ" โยชิถอดช็อปสีเลือดหมูออกแล้วโยนไปให้เพื่อนเก็บก่อนจะเดินไปหาไคโตะ
ทั้งสองเผชิญหน้ากันต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร ทั้งสองแลกหมัดต่อหมัด จนล้มลงก็ยังไม่มีใครยอม จนกระทั่ง
"หยุดดดดด!!" เสียงทุ้มดุดังสนั่นลั่นห้อง ทำให้ทั้งสองชะงัก แล้วแยกออกจากกัน
"ไคโตะ โยชิ พวกเธออีกแล้วนะ" อาจารย์อาวุโสเอ่ยพลางถอนหายใจ
"ตามอาจารย์ไปที่ห้อง" ทั้งคู่จ้องหน้ากันก่อนจะรับเสื้อช็อปจากเพื่อนมาสวมทับเสื้อคอกลม แล้วเดินตามอาจารยไป ทั้งคู่โดนอาจารย์ตักเตือนไป ก็ไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว จนอาจารย์รู้สึกเอือมระอา เพราะทั้งไคโตะ และโยชิ ต่างชกต่อยกันเป็นประจำจนเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ว่าอาจารย์ไม่เคยทำโทษ โทษหนักก็ทำมาแล้วก็ยังไม่อาจยับยั้งทั้งคู่ แต่ยังดีที่ทั้งคู่ไม่ได้ลงมือรุนแรงถึงขนาดบาดเจ็บสาหัส บางครั้งก็หลับตาข้างเดียวทำเป็นมองไม่เห็น
หลังจากออกมาจากห้องพักอาจารย์ ทั้งคู่ก็ต่างแยกย้าย
ไคโตะกลับมาที่คอนโดเขาถอดเสื้อช็อปโยนไปบนโซฟา แล้วเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์กระป๋องขึ้นมาแล้วเปิดฝากระดกดื่มด้วยใบหน้าที่มีรอยฟกซ้ำ
"ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้สัสโย!" เขากำกระป๋องเบียร์แน่นด้วยความคับแค้น ระหว่างที่นั่งกระดกเบียร์เย็น ๆ เสียงกริ่งก็ดังมาจากหน้าห้อง หนุ่มวิศวะพาตัวเองไปเปิดประตู
"ไคโตะ หน้านายไปโดนอะไรมาอ่ะ" คนที่อยู่หน้าประตูเมื่อเห็นใบหน้าของเจ้าของห้องก็กล่าวถามทันที
"...." ไคโตะไม่ตอบเขาเลือกที่จะหันหลังเดินมานั่งที่โซฟาอย่างไม่สนใจกับคำถาม
"ไปมีเรื่องชกต่อยอีกแล้วใช่มั้ย"
"รู้แล้วยังจะมาถามอีก" เขาตอบเสียงเรียบ
"ฉันเป็นพี่สาวนายนะ!" กระติ๊บตวาดใส่น้องชายตัวแสบ
"ที่มาเนี่ย เพื่อโชว์ศักยภาพความเป็นพี่?" ไคโตะเอ่ยคำยียวนพี่สาว
"ฉันแค่จะมาบอกนายว่า น้องโมน่าตกลงจะมาเป็นติวเตอร์ให้นายแล้วนะ" พอสิ้นเสียง ไคโตะก็หันไปที่พี่สาวคนสวยอย่างตื่นเต้น
"จริงเหรอกระติ๊บ" คนเป็นพี่ผงกหัวหยิก ๆ
"จริงสิ ฉันจะโกหกนายไปทำไมล่ะ..." กระติ๊บชะงักจ้องมองดวงตาน้องชายด้วยความสงสัย
"...นายชอบน้องโมน่าคนสวยคนนั้นใช่มั้ย"
"ไปเอาความคิดโง่ ๆ แบบนี้มาจากไหน ติดมาจากไอ้ฌาณ?"
"อย่ามาว่าสามีฉันนะ!....." กระติ๊บตวาดปกป้องสามีเด็กของเธอทันที
"....แล้วฌาณก็ไม่ได้โง่ด้วยฉลาดกว่านายตั้งเยอะ"
"เฮ้อ" ไคโตะพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่แล้วส่ายหน้า เขายอมรับว่าเพื่อนของเขาเก่ง และฉลาด
"ถ้านายไม่ชอบแล้วทำไมต้องระบุเป็นน้องโมน่าเท่านั้นล่ะ" กระติ๊บเอ่ยขึ้นพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"เรื่องนั้นกระติ๊บไม่ต้องยุ่ง" พูดจบ ก็ยกเบียร์เย็น ๆ ขึ้นกระดกลงคอ
"ถ้าคิดจะทำเรื่องเลว ๆ ฉันขอสั่งนายให้หยุดซะ" คนเป็นพี่ออกคำสั่งน้ำเสียงดุ ๆ
"หึหึ" น้องชายคนเล็กของบ้าน กลั้วหัวเราะอย่างคนเอาแต่ใจ
"ก็แค่จะเอาเธอมาเป็นหมากในเกมนี้เท่านั้นเอง"
"เฮ้ออออออ" คนเป็นพี่ถอนหายใจพรืดยาวทันทีที่น้องชายตัวแสบว่าจบ
ตัดมาที่ทางโยชิ เขาขับรถยนต์คันหรูไปจอดที่โรงรถ แล้วแบกเอาใบหน้าที่มีรอยฟกซ้ำไปที่ห้องพักแม่บ้าน พอเดินมาถึงเห็นไฟในห้องเปิดก็เข้าไปทุบประตูทันที
"โมน่า โมน่า เปิดประตูให้พี่หน่อย" ผ่านไปไม่กี่วินาที ประตูก็เปิดออก พอโมน่าเห็นใบหน้าพี่ชายต่างมารดาก็ลอบหายใจเบา ๆ
"ไคโตะ?" พี่ชายต่างมารดาพยักหน้า
"ไม่ทำให้แผนพังหรอกหน่า" โมน่าพาโยชิไปนั่งที่โต๊ะม้าหินอ่อนที่ลานบ้าน
"วันนี้โคตรสะใจเลย ได้ต่อยไอ้เชี่ยไคโตะไปตั้งหลายหมัด อะ อุ้ย เจ็บ" ระหว่างที่พี่ชายต่างมารดานั่งโม้ คนเป็นน้องก็เอายามาทาให้ ด้วยความหมั่นไส้เธอจึงลงมือทาแรง ๆ
"เบา ๆ หน่อยสิ จะฆ่ากันไง"
"ทำเอง" คนเป็นน้องวางยาลง ทว่าโยชิก็คว้ามือไว้
"แค่นี้ทำเป็นงอน" ที่โมน่ายอมที่จะทายาให้ก็เพราะคนเป็นพี่จ้าง เธอก็ไม่ได้สนใจเงินสักเท่าไหร่ แค่สงสารเขาที่ใบหน้ายับเยินมาก
"โมน่าตกลงจะไปติวให้ไคโตะแล้วนะ" เธอเอ่ยเสียงเรียบพลางทายาให้พี่ชายไป
"ยังไงก็ระวังตัวด้วย ไอ้เชี่ยไคโตะมันเลว"
"ไม่ต่างกับพี่หรอก"
"เธอว่าไงนะ!" โมน่าคลี่ยิ้มบาง ๆ ขนาดพึมพำเบา ๆ หนุ่มวิศวะเครื่องกลดันหูดีซะงั้น
"จำไว้นะเราจะเดินเส้นทางคนเลว เพื่อไม่ให้คนเลวได้มีทางเดิน"
"พูดได้ดี พี่ชอบ ฮ่าฮ่าฮ่า" คนเป็นพี่หัวเราะอย่างพอใจ
