บทนำ - คำสัญญา
บทนำ
คำสัญญา
มีเหตุผลสองอย่าง ที่ทำให้อากาศในตอนนี้ร้อนจัดกว่าทุกที...
หนึ่ง... คือชั้นบรรยากาศของโลกถูกทำลายด้วยมลพิษ จนส่งผลให้เกิดภาวะเรือนกระจก โลกร้อน
และสอง... คือการที่ริมฝีปากของเราสัมผัสกันท่ามกลางแสงแดด และไม่มีทีท่าว่าจะเลิกราโดยง่าย
ซึ่งหากเทียบเหตุและผลกันในตอนนี้แล้ว...ฉันคิดว่าเป็นอย่างหลัง
เพราะจูบของแฟนหนุ่มรุ่นพี่ทำให้ร่างกายของฉันแทบจะหลอมละลายเป็นน้ำตาเทียนอยู่แล้ว ฉันเซนิดๆ แต่รุ่นพี่ประคองร่างฉันไว้ในอ้อมกอด พร้อมกับดันแผ่นหลังของฉันให้ติดรั้วหน้าบ้าน ก่อนบดขยี้ริมฝีปากนุ่มหยุ่นลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนฉันเกือบขาดอากาศหายใจ...
ปลายลิ้นอุ่นของเขาตวัดไปมาอย่างชำนาญ ในขณะที่ฉันเองก็ตอบโต้ด้วยการเผยอริมฝีปากและตอบสนองสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ ก่อนที่ฉันจะเป็นฝ่ายรุกรานเขาบ้าง โดยใช้ริมฝีปากบางสวยของตัวเองขบเม้มเรียวปากเขาจนร่างสูงในอ้อมกอดถึงกับเผลอส่งเสียงร้องออกมาอย่างพึงพอใจ
“อื้อ...”
“คิก~” ฉันหลุดขำ เพราะน้ำเสียงของเขามันฟังดูตลก
แต่สาบานได้! นั่นไม่ใช่สาเหตุที่ฉันผละออกจากจุมพิตที่แสนวิเศษสักนิดเดียว!
ที่จูบของเราต้องหยุดชะงัก มันเป็นเพราะสายตาของเด็กเวรนี่ต่างหาก!
“อลิสว่าเราหยุดก่อนดีกว่าค่ะ”
ฉันเอ่ยห้ามและใช้สองมือผลักหน้าอกกว้างของแฟนหนุ่มทันที เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเด็กชายคนหนึ่งที่คุ้นหน้ากันดียืนมองอยู่ไม่ห่าง
เด็กนั่นจ้องฉันตาเขม็ง จะด้วยเพราะฉันกับแฟนกำลังทำอะไรประเจิดประเจ้อที่หน้าบ้าน หรือเพราะอาการอยากรู้อยากเห็นก็ตาม แต่ฉันก็เลือกที่จะหยุด เพราะอย่างน้อยเด็กนั่นก็เป็นเพื่อนของน้องชายฉัน และคงไม่เป็นการดีเท่าไหร่ ถ้าเขาเอาไปเล่าให้ใครต่อใครฟัง
“งั้น... พรุ่งนี้เจอกันที่มหาวิทยาลัยนะครับ”
“ถึงบ้านแล้วโทรมานะคะ” ฉันบอกพร้อมกับโบกมือลา
กระทั่งร่างสูงนั้นเดินกลับเข้าไปในรถ และ BMW สีดำขับเคลื่อนออกไปไกลแล้ว ฉันจึงหมุนตัวกลับเพื่อจะเดินเข้าบ้าน แต่ปรากฏว่าเด็กชายที่เป็นมารผจญก็ยังยืนอยู่ที่เดิม และฉันเพิ่งสังเกตเห็นด้วยว่าในมือของเขาถือลูกบอลอยู่ นี่คงจะมาเรียกอเล็กซ์ให้ไปเตะบอลกันสินะ
“เดี๋ยวพี่ตามอเล็กซ์ให้นะ”
ฉันเสนอตัวเพราะอาการเกร็งอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆ ที่ปกติแล้วฉันไม่เคยอายเรื่องพวกนี้หรอกนะ ฉันเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบสังคมฝรั่ง ครอบครัวเราย้ายมาจากลอนดอนตอนฉันอายุสิบสามแล้วด้วยซ้ำ เรื่องจูบกอดหรือแสดงความรักในที่สาธารณะมันเป็นเรื่องธรรมดาจะตาย แต่เด็กนี่มองหน้าฉันตาไม่กะพริบ ดวงตาแข็งกร้าวแต่แฝงไว้ด้วยความสับสนนั้นทำให้ฉันรู้สึกแย่ มันทำให้ฉันเหมือนคนผิด เหมือนเด็กเล็กที่แอบมีเซ็กซ์ หรือแอบเป็นชู้กับสามีชาวบ้านยังไงยังงั้นเลย ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วฉันก็แค่จูบเองนะ!
“รออยู่ตรงนี้ล่ะ”
“พี่อลิสครับ”
ฉันสั่ง แต่เด็กบ้านั่นดันเอ่ยเรียกชื่อฉันออกมา ทำให้ฉันต้องหันกลับไปจ้องมองตากลมๆ ของเขาอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นัยน์ตาของเราประสานกันเนิ่นนาน ก่อนที่เด็กชายวัยสิบสี่ปี จะกล้าเอ่ยความในใจออกมา
“จูบกับผมได้ไหมครับ”
แต่ให้ตายเหอะ! คำขอของเขามัน...!!
“เหมือนที่พี่ทำกับผู้ชายคนนั้น”
“ปลาวาฬ...”
ฉันถอนหายใจก่อนเรียกชื่อเขาออกมา เด็กนั่นยืนนิ่งอยู่กับที่ และมองหน้าฉันพลางกะพริบตาปริบๆ อย่างรอคอย ฉันจึงถือโอกาสนี้มองหน้าเขาอีกครั้งอย่างพิจารณา
ฉันรู้จักปลาวาฬดี หมอนี่เป็นเพื่อนของน้องชายฉัน แถมยังเป็นน้องชายของยัยโลมา เพื่อนร่วมคณะที่มหาวิทยาลัยอีกต่างหาก บ้านเราอยู่ใกล้กัน เขามาชวนอเล็กซ์ไปเล่นด้วยทุกวันแหละ แม่ฉันก็เครซี่เขาจะตาย แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่เขาจะมาขอฉันจูบง่ายๆ ไม่ใช่เหรอ
ปลาวาฬหน้าตาดีฉันไม่เถียงหรอก เขาผิวขาว ปากแดง ตากลมโต จมูกโด่ง คิ้วหนาสวย หน้าก็เรียวได้รูป เขาสูงเชียวล่ะ คิดว่าถ้าโตอีกหน่อยคงสูงเกิน 180 เซนติเมตรแน่นอน ถึงรูปร่างจะผอมบางแต่ก็ไม่ได้ดูเหลาะแหละเหมือนอเล็กซ์น้องชายฉัน เห็นว่าปลาวาฬเป็นกัปตันทีมฟุตบอลที่โรงเรียนด้วย (ในขณะที่อเล็กซ์เป็นได้แค่ตัวสำรอง) มองปราดเดียวก็รู้ว่าสาวๆ ติดตรึม!
แต่ทั้งหมดทั้งปวงนั่นก็ทดแทนไม่ได้กับความจริงที่ว่าปลาวาฬอายุแค่สิบสี่ปี!
ยังไม่บรรลุนิติภาวะเลยด้วยซ้ำ!
“รอโตกว่านี้ค่อยมาขอใหม่แล้วกันนะ”
“สัญญาแล้วนะครับ”
“ฮะ?”
ฉันเหวอไปนิดหนึ่ง เมื่ออยู่ดีๆ ปลาวาฬก็ยิ้มกว้าง แถมยังมาตู่ว่าฉันไปให้สัญญาอีกต่างหาก ฉันแค่บอกว่ารอให้โตก่อนเฉยๆ เองนะ ไม่ได้สัญญิงสัญญาอะไรเลยนี่
แต่เอาเถอะ เด็กๆ พูดอะไรไว้เดี๋ยวก็ลืม เผลอๆ ไปเตะบอลกลับมาก็ลืมไปหมดแล้วด้วยซ้ำ
“อื้อ พี่สัญญา”
