บท
ตั้งค่า

06 ทำงานวันแรก

06

ทำงานวันแรก

วันถัดไป

มิลล่ามาที่ร้านดาร์กไนต์ซึ่งเป็นร้านของเวย์คินที่เธอต้องมาทำงาน ในฐานะพนักงานตามคำสั่งประกาศิตที่เขาย้ำชัดไว้เมื่อคืน

แน่นอนว่าคนตกอับจนตรอกอย่างเธอไม่คิดหนี ทั้งยังมีความรับผิดชอบกับการกระทำของตัวเอง รวมถึงตอนนี้ยังอยากหางานสักอย่างทำเพื่อหวังหารายได้ช่วยแบ่งเบาพี่ชายต่างแม่อย่างไมล์อีกด้วย

หญิงสาวหยุดอยู่หน้าร้านก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เตรียมตัวเตรียมใจก่อนจะเริ่มต้นในสถานะใหม่ จริงอยู่ที่เธออยากได้งานทำ แต่การต้องทำงานกับคนเจ้าเล่ห์ร้ายกาจอย่างเวย์คินนั้นกลับเป็นปัญหาใหญ่ยิ่งกว่าหนี้สินครึ่งล้านนั้นเสียอีก

ครั้นสงบสติกับตัวเองร่วมนาทีก็ตัดสินใจเดินเข้าไปด้านใน เวลานี้ยังไม่มีลูกค้า เป็นช่วงจัดเตรียมความเรียบร้อยและมีแต่พนักงาน นั่นจึงทำให้บริเวณหน้าร้านไม่มีคนอยู่เพราะกำลังวุ่นวายกับการเปิดร้าน

“สวัสดีค่ะ หนูชื่อมิลล่า วันนี้มาทำงานวันแรกค่ะ” ทันทีที่เดินเข้าไปก็พบกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่หน้าแคชเชียร์ ที่ตอนนี้กำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดกับบางสิ่งบางอย่าง

“อ้อ...เด็กใหม่ใช่ไหมเรา คุณเวย์บอกไว้ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วล่ะ ว่าแต่เราทำตำแหน่งอะไรนะ พี่ก็ลืมถามคุณเวย์เลย รู้แค่ว่าจะมีเด็กใหม่มาทำงาน” เอ็มผู้จัดการร้านยิ้มรับบาง ๆ กับสมาชิกใหม่ เขารับรู้จากข้อความของเจ้าของร้านตั้งแต่เช้าแล้ว ทั้งยังรู้ด้วยว่าเธอผู้นี้คือคนที่เคยมาสัมภาษณ์ครั้งก่อนแต่ก็ต้องพลาดไปด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่ก็ไม่คิดเลยว่าเพียงไม่ถึงสองวันจะกลับมาอีกครั้งโดยมีเวย์คินฝากฝังด้วยตัวเองแบบนี้

“เสิร์ฟค่ะ ว่าแต่...มีตำแหน่งอื่นว่างอีกไหมคะ” เธอหมายถึงตำแหน่งโฮสต์หน้าร้าน

จากเดิมที่ไม่คิดทำเพราะไม่อยากเปลืองตัว แต่ด้วยสถานะของตัวเองที่มีภาระหนี้สินหนักอึ้งจึงทำให้เธอทิ้งอคติทุกอย่าง สิ่งเดียวที่ควรเชิดชูบูชาก็คือเงิน เงิน แล้วก็เงิน!

“มีสิ ตำแหน่งโฮสต์น่ะ ต้องต้อนรับลูกค้า ดูแลลูกค้า แต่ไม่ถึงขนาดเด็กดริ๊งก์นะ”

มิลล่ารู้ดีว่าตำแหน่งนี้ต้องทำอะไรบ้าง ไม่ได้แนบชิดตัวติดกับลูกค้าเหมือนเด็กดริ๊งก์ แต่ก็ต้องคอยดูแลคอยบริการเป็นหลัก

“ถ้าหนู...เอ่อ...ถ้าหนูสนใจอยากทำโฮสต์ล่ะคะ พี่ว่าหนูพอจะทำได้หรือเปล่า” ถามอย่างที่ใจคาดหวัง เธอไม่มีเคยมีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อน สนใจเพราะจำนวนเงินที่จะได้รับเท่านั้น มั่นใจว่าหากเธอเป็นงานก็คงได้เงินกลับบ้านหลายพันเลยก็ว่าได้

“ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่พี่ว่าเราทำเสิร์ฟไปดีกว่า ไว้เดี๋ยวพี่ถามคุณเวย์ให้อีกที เออนี่...พี่ชื่อเอ็มนะ เป็นผู้จัดการของที่นี่”

มิลล่าพยักหน้ารับและส่งยิ้มให้บาง ๆ นึกเสียดายที่ชวดตำแหน่งโฮสต์ไปเพราะมั่นใจว่าหากให้คนอีกฝ่ายถามคนเจ้าเล่ห์คนนั้น เธอก็คงได้จมอยู่กับตำแหน่งเสิร์ฟเหมือนเดิมเป็นแน่

ช่วงสามทุ่มลูกค้าแน่นเต็มร้านจนเกิดความวุ่นวายขนาดย่อม

มิลล่าเรียนรู้งานไว อีกทั้งเนื้อหาการทำงานก็ไม่ได้ยากเกินกว่าความสามารถกับคนเฉลียวฉลาดอย่างเธอ รวมถึงการเข้ากับเพื่อนร่วมงานก็เป็นไปด้วยดี เธอเริ่มสนิทกับเพื่อนตำแหน่งเดียวกัน ยิ่งรู้ว่าอายุเท่ากันก็ยิ่งคุยถูกคอเข้าไปใหญ่

การเริ่มงานวันแรกของคุณหนูผู้เคยอยู่สุขสบายมาทั้งชีวิตเรียกได้ว่าราบรื่นเลยทีเดียว

“มิลล่า โต๊ะสามนะ” เสียงเรียกทำให้เจ้าของชื่อหันไป กระทั่งเห็นว่าเป็นถาดสีดำที่ถูกวางด้วยจานอาหารก็รู้ดีว่าถึงเวลาที่เธอจะต้องทำหน้าที่อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง

มิลล่าหยิบถาดมาถือด้วยมือสองข้างก่อนจะเดินตรงไปยังโต๊ะจุดหมายที่ต้องเสิร์ฟอาหาร ตลอดหลายชั่วโมงตั้งแต่เริ่มทำงานทำให้เธอเริ่มคล่องตัว ไม่ว่าจะเป็นการต้องยกถือถาดหนัก ๆ หรือการจดจำหมายเลขโต๊ะเพื่อไม่ให้เวลาเสิร์ฟเกิดความผิดพลาด สิ่งเหล่านั้นเข้าสู่สมองของเธอด้วยระยะเวลาอันรวดเร็ว จนผู้จัดการร้านและเพื่อนร่วมงานถึงกับออกปากชม

“ขออนุญาตเสิร์ฟนะคะ” เสียงหวานเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง ๆ กับลูกค้าประจำโต๊ะ ก่อนจะใช้มือหนึ่งข้างหยิบจับจานอาหารมาวาง ส่วนมืออีกข้างก็ประคองถาดอย่างมั่นคง

ร้านแห่งนี้มีบริการทั้งเครื่องดื่มและอาหาร ทั้งยังถูกแบ่งโซนกันอย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นโซนธรรมดาหรือวีไอพี แต่หน้าที่ของพนักงานเสิร์ฟย่อมถูกสลับเปลี่ยนไปทุก ๆ อาทิตย์ หากแต่การเริ่มงานครั้งแรกของเธอย่อมต้องเรียนรู้กับพื้นที่ธรรมดาที่มักจะมีความวุ่นวายกว่าโซนวีไอพีหลายเท่าตัว

“เด็กเสิร์ฟร้านนี้น่ารักจังเลย”

ทว่าก่อนที่จะเดินออกไปนั้นเสียงชมและสายตาเจ้าชู้ของลูกค้าก็ส่งผ่านมา พลันทำให้มิลล่าจำต้องหยุดการเคลื่อนไหว

หญิงสาวยิ้มบาง ๆ พลางผงกหัวรับ พอรู้ว่าสถานบันเทิงที่มีผู้คนมึนเมารวมตัวกันแบบนี้มักจะต้องเจอเรื่องราวที่ไม่คิดไม่ฝันได้อยู่ตลอด แล้วการเจอลูกค้าเทียวจีบเทียวเย้าก็นับว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา

“เดี๋ยวสิครับคนสวย อยู่คุยกับพี่ก่อนได้ไหม นั่งก่อนนะครับ”

“อะ...เอ่อ...” มิลล่าไม่รู้จะหาคำตอบไหนมาปฏิเสธ กำลังชะงักแน่นิ่ง แต่แล้วก็ต้องตกใจเบิกตากว้างเมื่อลูกค้ารายนั้นจับที่ข้อมือของเธอ ก่อนจะลากไล้มายังมือนุ่ม ๆ ที่กำลังจับประสานกันอยู่หน้าขา

“มือก็นุ่มด้วย หน้าตาก็น่ารัก” ลูกค้าหนุ่มเอ่ยเย้า สีหน้ามองออกว่าเขากำลังสนใจ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นการแทะโลมลามก หากแต่การถือวิสาสะแตะต้องสัมผัสร่างกายของเธอก็นับว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควร

“เอ่อ...ขอตัวก่อนนะคะ” หญิงสาวรีบตั้งสติ หาหนทางรอดได้อย่างเดียวก็คือการขอตัวออกไป ทางลูกค้าเองก็มองอย่างเสียดายหากแต่ยอมปล่อยมือเล็กของเจ้าหล่อน แต่ก็ไม่วายส่งยิ้มและสายตาจวบจนร่างแน่งน้อยเดินไปจนสุดนั่นแหละ ลมหายใจหนัก ๆ ถึงได้ถูกผ่อนออกมายาวเหยียดราวกับแบกความหนักอึ้งไว้ทั้งหมด

“โดนเหมือนกันใช่ไหมมิลล่า ฉันเองก็โดนเหมือนกัน” เสียงของเพื่อนร่วมงานที่ชื่อกิ่งเอ่ยขึ้นหลังจากที่เพิ่งเดินกลับมาจากการเสิร์ฟอาหาร

“กิ่งก็โดนเหรอ” มิลล่าตกใจ

“อื้อ แต่เราไม่โดนหนักเท่ามิลล่านะ เขาแค่พูดเชิงจีบ ๆ แต่ไม่ได้ถึงขั้นจับมือ”

“งั้นเหรอ...แล้วปกติกิ่งโดนแบบนี้บ่อยหรือเปล่า” มิลล่าทอดถอนหายใจ พอเข้าใจว่าต้องเจอเรื่องราวแบบนี้เป็นธรรมดา แต่ลึก ๆ ก็นึกหวั่นใจถ้าหากเธอต้องรับมือกับคนพวกนี้ในทุก ๆ วัน

“ก็ไม่บ่อยหรอก ฐานลูกค้าที่นี่เป็นระดับกลุ่มวัยทำงานน่ะ เขามานั่งสังสรรค์กันหลังเลิกงาน ไม่ค่อยมีวัยรุ่นหรือวัยแสบ ๆ เท่าไหร่ แต่เรื่องนิสัยของลูกค้าก็คงต้องบอกว่ามีทุกรูปแบบ แต่เราชินแล้วล่ะ แค่ไม่เล่นด้วย ยิ้มบาง ๆ แล้วก็ขอตัวออกมาเลยจบ”

“ยืนคุยอะไรกัน ทำไมไม่ไปทำงาน”

ทว่าเสียงเข้มกลับเอ่ยแทรกขึ้นพานทำให้เด็กเสิร์ฟสาวสองคนถึงกับหน้าถอดสีเปลี่ยนไปจากเดิม แม้ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเจ้าของเสียงนั้นคือเวย์คินผู้เป็นเจ้าของร้าน

“แหะ...เม้าท์มอยกันตอนว่าง ๆ น่ะค่ะคุณเวย์ โอ๊ะ ออเดอร์มาพอดีเลย กิ่งขอตัวไปเสิร์ฟก่อนนะค้า” คนเอาตัวรอดเก่งรีบวิ่งเผ่นไม่แม้แต่จะหันมอง จนมิลล่าที่กำลังจะอ้าปากเรียกเป็นต้องรีบหุบฉับก่อนจะหันไปประจันหน้ากับเวย์คินที่ตอนนี้กำลังยืนกอดอกมองเธอราวกับจับผิดก็ไม่ปาน

“งานมันว่างนักหรือไงหือ ไม่งั้นก็จะให้ไปล้างจานเพิ่ม”

“ได้เหรอคะ”

“ฮะ?” เวย์คินขมวดคิ้วมุ่น ตั้งใจพูดประชดหากแต่สาวเจ้ากลับเอาจริงจนเขารีบปรับเปลี่ยนสีหน้าเหลอหลาแทบไม่ทัน

“ฉันทำสองตำแหน่งได้ด้วยเหรอคะ แล้วได้เงินเพิ่มใช่ไหม” อะไรที่เป็นเรื่องเงินเธอสนใจทั้งนั้น ต่อให้จะรู้ว่าเขาพูดแกล้งก็ตาม

“เห็นแก่เงิน”

“ก็แน่สิ อยู่ ๆ ก็มีหนี้ตั้งครึ่งล้านให้ชดใช้ อะไรที่ได้เงินฉันก็อยากทำทั้งนั้นแหละ” มิลล่ากอดอกและเชิดคอ ในประโยคมีส่วนเหน็บแนมเขาอยู่ไม่น้อย หากแต่มันก็เป็นการอยากทำงานของเธอด้วยจริง ๆ

“หลังจากนี้เธอเปลี่ยนไปนั่งแคชเชียร์ เดี๋ยวให้ไอ้เอ็มสอนงาน” เวย์คินถอดหายใจและสั่นหน้าไปมา นึกไม่ถึงว่าอดีตคุณหนูไฮโซจะคิดแต่เรื่องเงินทอง

“พรุ่งนี้เหรอคะ แล้วเปลี่ยนทำไมล่ะ ฉันไม่อยากแตะเรื่องเงินนะ เดี๋ยวมีปัญหา”

“เริ่มวันนี้ ตอนนี้ ตามฉันมา” เขาพูดเสร็จสรรพ จากนั้นก็เดินนำเธอออกไป แต่คนตัวเล็กก็รีบวิ่งตามและตะโกนถามเพราะไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่อยู่ ๆ เขาจะเปลี่ยนตำแหน่งให้เธอกะทันหันแบบนี้

“ทำไมล่ะ ฉันขอเสิร์ฟเหมือนเดิมเถอะนะ นะคะ ฉันไม่...”

“ฉันสั่งอะไรก็ทำเถอะน่า ถ้าถามมากอีกคำเดียวจะตัดเงินค่าจ้างไม่รู้ด้วย!”

เหมือนเป็นคำสั่งประกาศิตที่มิลล่ารีบเม้มปากแน่นไม่กล้าปล่อยให้คำพูดหลุดเล็ดลอดออกมา แต่ในใจก็ได้บ่นพร่ำไปต่าง ๆ นานาถึงคนจอมเผด็จการไม่มีเหตุผล

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel