บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4

“ท่านครับ” ภูริเงยหน้ามองผดุงเดินลงบันไดไปจัดแจงอาหารเย็นของวันนี้ มีเพียงพศินที่นั่งอ่านเอกสารสัญญาฉบับใหม่ของบริษัทที่เสนอขอนายทุนหุ้นส่วน

“ทนายภูคิดว่าโคแก่ไร้น้ำยาอย่างผมจะกินหญ้าอ่อนใช่ไหม”

“เปล่าครับ ผมกำลังคิดว่า ท่านทำแบบนี้บ้านไม่แตกหรือครับ ถ้าคุณชาวีกลับมาเห็น ผมเกรงว่าจะเป็นเรื่องใหญ่”

“ขวัญมีหน้าที่ดูแลโคแก่ในทางกายภาพบำบัดแต่โคหนุ่ม ยังไงก็ต้องสืบพันธุ์ ธรรมชาติใครฝืนได้กัน”

“บอกคุณขวัญไหมครับ ดูเหมือนเธอจะเข้าใจผิดอยู่”

“ถามเมื่อไหร่ค่อยบอกแล้วกัน บ้านจะได้มีสีสันคึกคักสดชื่นขึ้นมาหน่อย”

“แม้ว่าคุณชาวีจะอาละวาดนะหรือครับ”

“เจ้าชาวีไม่ใช่คนอารมณ์ร้ายแค่เย็นชาจับขั้วหัวใจเท่านั้น” มุมปากยกขึ้นอย่างมีแผนในใจปล่อยให้ภูริยืนมองตามส่ายหน้าไปมาอย่างรู้ชะตากรรมแต่กลับนึกสนุกตาม บางครั้งพรหมลิขิตอาจไม่ใช่ชะตาจัดสรรแต่เป็นคนต่างหากที่เชื่อมสายใย

พลบค่ำในขณะที่ทุกคนกำลังทานมื้อเย็น รถหรูขับเข้ามาจอดเข้าซองลานจอดอย่างเป็นระเบียบเพราะมีวินัยในตัว ชายภูมิฐานสูงร้อยแปดสิบกว่าก้าวลงจากรถในชุดกีฬาเดินเข้าบ้านด้วยความนิ่งขรึมแต่กลับสะดุดตากับรองเท้าผู้หญิงหน้าบ้าน ด้วยความเคลือบแคลงใจจึงเดินไปที่ห้องอาหารเพราะเสียงหัวเราะจากที่ไม่เคยมีสีสันดั่งคำเกริ่นกล่าวไว้

“มาแล้วรึเจ้าชาวี” เสียงทักของพศินทำของขวัญหันมองคนที่เพิ่งเข้ามานั่งตรงข้ามเธอ สายตาเฉียบคมดุจเหยี่ยวกำลังจ้องกวางน้อยแต่สายตานั้นไม่ได้มองว่าเธอพิเศษแต่กลับมองอย่างไม่พอใจและจ้องจะเชือดให้ตายทั้งเป็น

“นี่ใคร” ไม่พูดพร่ำยิ่งตรงจนทุกคนเงียบและคนที่ออกหน้าตอบคือคนเดียว

“ขวัญคือคนดูแลพ่อ”

“พยาบาล” การต่อปากต่อคำของสองพ่อลูกทำบรรยากาศตึงเครียดจนของขวัญได้แต่นั่งกุมมือนิ่งเงียบเพราะเงยหน้าขึ้นทีเจอสายตาคมดุจ้องจะกินหัวอยู่ร่อมร่อ

“ไม่ใช่ เป็นมากกว่าพยาบาล” คำตอบนี้สร้างความขุ่นเคืองในใจชายหนุ่มไม่น้อยแต่เขากลับเงียบไม่ค้านสิ่งใด “แล้วไปไหนมา”

“แข่งรถ”

“แน่ใจนะว่าไปแข่งรถไม่ใช่ภัตตาคาร”

“พ่อห้ามไม่ใช่หรือไง”

“ดี ถ้าเชื่อฟัง พอดีเลยขวัญเป็นช่าง สองคนน่าจะคุยกันรู้เรื่องเกี่ยวกับรถ”

“ไม่มีอะไรต้องคุย” ตอบหน้าตายไม่ไยดีลุกขึ้นเดินออกไปเข้าห้องทันทีอย่างไม่สนใจ ของขวัญได้แต่มองตามด้วยความแปลกใจคิ้วขมวด ทำให้ภูริเอียงตัวมาป้องปากกระซิบบอกอีกครั้ง

“ท่านไม่เห็นด้วยที่คุณชาวีเป็นเชฟเพราะคุณชาวีแพ้อาหารทะเลและเครื่องเทศรุนแรง ถ้าเกิดเผลอชิมหรือแตะต้องขึ้นมาจะแย่”

“แต่เขาบอกว่าไปแข่งรถ”

“คุณชาวีเป็นคนเย็นชาก็จริงแต่การตอบห้วนหรือย้อนกลับไม่ตอบย้ำซ้ำสองฟังได้จากน้ำเสียงและสีหน้า ถ้าสิ่งที่คุณชาวีพูดเป็นความจริงจะย้ำอย่างมั่นใจ เช่น เมื่อครู่ ท่านถามย้ำรอบสองแต่คุณชาวียอกย้อนกลับ คุณคิดว่ายังไงคุณขวัญ ไม่พูดเท่ากับไม่ได้โกหก”

“เอาใจยากชะมัด ฉันว่าหน้าที่เอาใจเขาคงเป็นของแฟนมากกว่า ส่วนฉันควรรู้เรื่องท่านก็พอ คงไม่ปวดหัวเท่าลูก” คำตอบของหญิงสาวทำภูริยิ้มกริ่มไม่ตอบสิ่งใด การไม่พูดเท่ากับไม่ได้โกหก

“เจ้าชาวีก็เป็นแบบนี้ ขวัญคงต้องปรับตัวอีกเยอะ ทนหน่อยแล้วกัน” พศินจิบน้ำบอกพร้อมมองหน้าด้วยความสุขุม

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันถูกกดมาตั้งแต่พ่อเสีย โดนแค่นี้สบายมากค่ะ”

“แม้หัวรั้นเย็นชาไปบ้างแต่ก็รับฟังเหตุผล หวังว่าจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบแม้ตอนแรกจะทุลักทุเลหน่อย เชื่อว่าขวัญทำได้”

“ค่ะ ฉันจะทำให้ได้ ไม่ให้ท่านผิดหวัง อะไรเลี่ยงได้ ฉันขอเลี่ยงแล้วกัน”

“อืม” พศินพยักหน้ารับเช็ดปากหลังทานเสร็จ หน้าที่ของหญิงสาวจึงเริ่มขึ้นโดยการเข็นรถพาชายวัยกลางคนไปที่บันได แน่นอนบ้านระดับพันล้านย่อมมีรางขึ้นสำหรับรถเข็นอัตโนมัติสุดแสนล้ำหน้าไฮเทคครบสูตร แม้จะเป็นหน้าที่แต่เธอก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวเช่น อาบน้ำแต่งตัวเพราะงานนี้เป็นของพ่อบ้าน

หลังจากส่งเจ้าของเข้านอนเรียบร้อย ของขวัญได้เวลาอิสระเดินลงมายืนอยู่กลางบันไดพร้อมถอนลมหายใจยาวด้วยความหนักใจค่อยๆ นั่งคาบันไดอยู่แบบนั้นเพราะคิดว่าไม่มีใครลงมาแต่กลับไม่ใช่อย่างที่คิด
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel