นางเอก..ตอนที่ 1 ตกอยู่ในเงื้อมมือของตัวร้าย
“..หนึ่งคำนับฟ้าดิน
สอง..คำนับพ่อแม่
สาม..คำนับกันและกัน
ส่งตัวเข้าห้องหอได้”
งานมงคลสมรสที่ไม่มีทั้งสักขีพยานและญาติผู้ใหญ่ มีเพียงแม่สื่อและคู่บ่าวสาว นับเป็นงานแต่งที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เคยมีมา เจ้าสาวแม้จะอยู่ในชุดมงคล ทว่ากลับมีอาการหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
ฝ่ายเจ้าบ่าวสวมชุดดำ ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยโลหิต ฝ่ามือแกร่งจับตัวเจ้าสาวไว้แน่นราวนักโทษ ใบหน้าดำทะมึนไร้ร่องรอยยินดี แม่สื่อรีบทำพิธีจนเสร็จ ก่อนจะรับเงินแล้วจากไป
“ขอร้องล่ะ ได้โปรดปล่อยข้าไปเถิด” โฉมสะคราญเอ่ยประโยคนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่าสามหน หนนี้นับเป็นหนที่สี่ หวังให้อีกฝ่ายยอมใจอ่อน แม้จะรู้แจ้งแก่ใจว่าเป็นไปได้ยากยิ่ง แต่นางก็ยังไม่ละความพยายาม
เมื่อคำร้องขอไร้การตอบรับ คนงามจึงได้แต่ทอดถอนใจ ยอมรับชะตากรรมที่เกิดขึ้นอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง แท้จริงนางมาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด เพิ่งเข้ามาอยู่ในร่างนี้เมื่อสองชั่วยามก่อน หลังจากผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญมา จึงระลึกได้ว่าตนได้ทะลุมิติมาอยู่ในนิยายเรื่องหนึ่ง แถมยังมาได้จังหวะตอนที่ตัวร้ายกำลังช่วงชิงตัวนางเอกไปจากพระเอกพอดี
ก่อนทะลุมิติมาอยู่ที่นี่ หญิงสาวเป็นนักแสดงประกอบที่ใฝ่ฝันอยากเป็นดาราแถวหน้าของวงการบันเทิง เดินสายแคสงานมาก็หลายครั้ง แต่กลับไม่เข้าตาแมวมองเสียที เพิ่งจะมีโอกาสได้ประเดิมผลงานชิ้นสำคัญ เป็นตัวประกอบที่ได้เข้าฉากร่วมกับนางเอกสองฉาก ค่ำคืนก่อนเริ่มงานได้หยิบนิยายเล่มหนึ่งมาอ่าน ฝันหวานถึงวันรุ่งขึ้นที่กำลังจะมาเยือน และตอนนั้นเองดวงจิตพลันหลุดลอยเข้าไปอยู่ในร่างของ ลู่หนิงอัน นางเอกของเรื่อง
ลู่หนิงอัน เป็นคุณหนูจากจวนสกุลลู่ บิดาเป็นอาจารย์สอนหนังสือในสถานศึกษาของชนชั้นสูง รูปโฉมเป็นเลิศ กิริยามารยาทงดงามไร้ที่ติ มีคู่หมายคือเว่ยเชียนเสียงเจ้าเมืองเว่ยคนปัจจุบัน
เว่ยเชียนเสียง คือพระเอกในนิยายเรื่อง ‘เจ้าสาวเปื้อนฝุ่น’ ด้วยรูปโฉมอันโดดเด่นกอปรกับเป็นถึงเจ้าเมืองเว่ย สตรีน้อยใหญ่ทั่วทั้งเมืองล้วนถวิลหา จึงเป็นเหตุให้เกิดการเข้าใจผิดคิดว่า เซียวเซียงเซียง น้องสาวของเจ้าสำนักคุ้มภัยต้าหู่เป็นลู่หนิงอัน สตรีกลุ่มหนึ่งผลักเซียวเซียงเซียงตกเขา ทำให้นางขาพิการเดินไม่ได้ พี่ชายของนางจึงตามจัดการบุคคลที่เกี่ยวข้องทีละคน ซึ่งลู่หนิงอันก็เป็นหนึ่งในนั้น
ลู่หนิงอันถูกบุรุษเจ้าของความสูงราวๆแปดฉื่อ(184.8-194.4 เซนติเมตร) ชิงตัวในวันแต่งงาน นามของเขาคือ เซียวจวิ้น เจ้าของสำนักคุ้มภัยต้าหู่ เกี้ยวเจ้าสาวแปดคนหามถูกทิ้งไว้กลางทาง กลุ่มคนชุดดำลงมือปล้นชิงตัวเจ้าสาว ทำลายขบวนจนแตกกระเจิง คนของจวนเจ้าเมืองหนีหัวซุกหัวซุน กว่าข่าวจะไปถึงเว่ยเชียนเสียง คนร้ายก็พาลู่หนิงอันหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว
“ท่านเจ้าสำนักมีจุดประสงค์อันใด ไยถึงกระทำการอุกอาจฉุดคร่าสตรีอ่อนแอเช่นนี้” ลู่หนิงอันเอ่ยถามอีกครั้ง เขาไม่คิดจะอธิบายการกระทำของตนเองหน่อยหรือ คิดว่ารับบทเป็นตัวร้ายแล้วจะร้ายให้ถึงที่สุดหรืออย่างไร
“ข้าเพียงอยากได้ภรรยาเท่านั้น” คนตัวโตยักไหล่ ปรายตามองสตรีของอริ เพิ่งได้มีโอกาสพิศนางอย่างถี่ถ้วน ปฏิเสธไม่ได้ว่าลู่หนิงอันงามสมเป็นยอดพธูแห่งเมืองเว่ย หากตัดใบหน้าและผิวพรรณใสกระจ่างดุจไข่มุกออกไป รูปร่างและส่วนสูงของนางคล้ายคลึงกับเซียวเซียงเซียงถึงแปดส่วน ยิ่งมองจากระยะไกลยิ่งแยกไม่ออก
“เกรงว่าท่านเจ้าสำนักเข้าใจผิดเสียแล้ว ข้าหาใช่คนที่ท่านตามหา” ลู่หนิงอันพยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจ นางรู้เหตุการณ์เยี่ยงนี้จะเกิดขึ้น แต่ไม่รู้ว่าเซียวจวิ้นตัวจริงจะยียวนกวนประสาทถึงขั้นนี้ ในนิยายบอกเพียงว่าเขาเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นและทรงอิทธิพล คาดไม่ถึงว่าจะประพฤติตัวคล้ายอันธพาล เหล่านี้ล้วนไม่ปรากฏในนิยายแม้แต่น้อย
“หากเจ้าคือลู่หนิงอัน บุตรสาวลู่จิ่งก็นับว่าไม่ผิดตัว” เซียวจวิ้นกอดอก กวาดสายตามองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ประหลาดใจที่นางมิได้ตีโพยตีพาย ท่าทางยามนี้ดูสงบเยือกเย็นต่างจากตอนอยู่บนรถม้า มุมปากหยักสวยยกขึ้นเล็กน้อย เป็นเช่นนี้ก็ดี จะได้ไม่ต้องเปลืองเรี่ยวแรง เขายิ่งมีความอดทนน้อยอยู่ด้วย
“ท่านควรแยกแยะ เรื่องน้องสาวท่านมิใช่ความผิดข้า” เอ่ยเตือนสติ เขาอาจโกรธแค้นทุกคนที่มีส่วนทำให้เซียวเซียงเซียงเดินไม่ได้ ทว่าการที่ร่างนี้มีส่วนคล้ายคลึงกับน้องสาวเขา เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้
“ฉลาดดีนี่ นึกว่าจะเก่งแต่แต่งตัวสวยล่อบุรุษไปวันๆเสียอีก รู้เอาไว้ด้วยว่าความผิดของเจ้าคือเกิดมาเป็นลู่หนิงอัน คนที่ควรพิการมิใช่เซียงเซียงแต่เป็นเจ้า” ได้ยินดังนั้นเซียวจวิ้นยิ่งทวีความชิงชัง นางรู้ตัว รู้ดีมาตลอด แต่กลับยังใช้ชีวิตอย่างมีความสุข อนาคตของเด็กสาวคนหนึ่งต้องพังทลายลงก็เพราะนาง
“ท่านเจ้าสำนัก..” ลู่หนิงอันพยายามจะอธิบาย คนผู้นี้อารมณ์รุนแรงและไร้เหตุผลสิ้นดี จะเอาผิดไยไม่ไปทำกับสตรีกลุ่มนั้นเล่า คนร้ายตัวจริงที่ลงมือผลักเซียวเซียงเซียงตกเขา เหตุใดต้องมาตามราวีนางด้วย เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นก่อนที่นางจะข้ามมาอยู่ในร่างของลู่หนิงอันเสียอีก
“หุบปาก” สิ้นเสียงสั่งร่างเล็กของคุณหนูลู่ถูกคนบ้าอำนาจฉุดกระชากไปตามโถงทางเดิน ลู่หนิงอันถูกปฏิบัติอย่างหยาบคาย บางจังหวะเท้าของนางแทบไม่ติดพื้น มือเรียวเล็กพยายามป้องปัด แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
