Episode 1 แต่งงานกับฉันนะ [1/7]
Episode 1
แต่งงานกับฉันนะ
: บันทึกของฟีฟ่า :
ประเพณีรับน้องปี 1 ของมหาวิทยาลัย U ที่มีหลากหลายอารมณ์บางวันทุกคนสนุกสนาน บางวันร้องไห้ บางวันก็เหน็ดเหนื่อยกับการทำกิจกรรมนี้ แต่สิ่งที่รุ่นน้องทุกคนได้รับคือ ความรักจากรุ่นพี่ และมิตรภาพจากเพื่อนใหม่ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ละวันกิจกรรมที่รุ่นพี่เตรียมมาให้จะหลากหลาย ไม่เพียงรุ่นน้องที่ตื่นเต้น และสนุกสนานกับกิจกรรม แต่รุ่นพี่กลับตื่นเต้นมากกว่าที่มีน้องให้พวกเขาคอยดูแล และกิจกรรมในวันนี้ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาดนตรีสากลเป็นกิจกรรมที่ให้รุ่นน้องปี 1 ล่าลายเซ็นของรุ่นพี่ทุกชั้นปี
กิจกรรมนี้เป็นความบันเทิงสำหรับรุ่นพี่ทุกชั้นปีเลยก็ว่าได้ เพราะกว่าที่พวกเขาและเธอจะยอมให้ลายเซ็นกับรุ่นน้องแต่ละคนนั้นแสนยากลำบาก
“กูเป็นคนบ้า! กูเป็นคนบ้า!”
เสียงเด็กปี 1 คนหนึ่งยืนตะโกนอยู่กลางถนนหน้าตึกศิลปกรรม จนคนรอบๆ บริเวณยิ้มขำที่เห็นภาพนั้น เมื่อมองไปที่ต้นไม้ต้นใหญ่ที่อยู่อีกฟากของถนน
“ต้นไม้ครับ ผมรักคุณ ม้วฟ” พูดจบก็จูบต้นไม้อย่างรักใคร่
“ฮ่าๆ ดังกว่านี้สิน้อง พี่ยังไม่ได้ยินเลย ฮ่าๆ”
เสียงหัวเราะเกรียวของพี่กลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่ที่ม้านั่งสั่งก่อนที่ประโยคเดิมจะดังขึ้นอีกครั้ง
ถามว่าอายหรือไม่ที่ทำแบบนี้... ตอบได้เลยว่าไม่! ...ไม่เหลือ
แต่ถึงแม้จะอายแค่ไหนก็ต้องทำ เพราะคำสั่งของรุ่นพี่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุด! และอีกหลายสิ่งที่รุ่นพี่สรรหามาให้ทำ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะแกล้งน้องอย่างเดียว บางครั้งพวกเขาก็ใช้น้องเป็นเครื่องมือแกล้งเพื่อนเช่นกัน
“พี่แพรวคะ!”
รุ่นพี่ปี 3 เจ้าของชื่อหันขวับทันทีก่อนที่น้องปี 1 คนนั้นจะตะโกนขึ้นต่อ “อยู่กับเขานานขนาดนั้น ได้เย-เขาสักทีไหมคะ!”
“ดังๆ อีกรอบ ฮ่าๆ”
“อีดาว! มึง!”
เมื่อรู้ว่าใครเป็นคนสั่งหญิงสาวคนนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปหาเพื่อนทันที สองสาววิ่งไล่กันราวกับเด็กวิ่งไล่จับกัน
นี่สินะ บรรยากาศของการรับน้อง
มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีคำสั่งให้รับน้องอย่างสร้างสรรค์ ปราศจากความรุนแรง แต่ก็สามารถว๊ากได้ตามที่สมควร
“มึงเห็นเด็กนิเทศคนนั้นไหม?”
“ครับ”
ผมมองตามนิ้วของรุ่นพี่ปี 3 ไปก็พบหญิงสาวร่างเล็กในชุดนักศึกษาพอดีตัว กระโปรงพลีทที่ยาวคลุมเข่า และรองเท้าคอนเวิร์สสีขาวยิ่งทำให้ร่างเล็กดูน่าทะนุถนอม
“มึงไปขอเขาแต่งงาน”
“หะ!”
ผมตกใจร้องเสียงดังจนเพื่อน และพี่ร่วมสาขาหลายคนหันมามอง
“หะอะไรวะ มึงอยากได้ไหมลายเซ็นกูอ่ะ?”
“อยากได้ดิพี่” พูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“อ่ะ เอาแหวนนี่ไปด้วย มึงจะได้ลายเซ็นกูก็ต่อเมื่อผู้หญิงคนนั้นยอมสวมแหวน”
รุ่นพี่ยื่นแหวนพลาสติกที่พึ่งแกะออกมาจากหน้าซองขนมขบเคี้ยวก่อนที่ผมจะแบมือรับแหวนพลาสติกวงเล็กจากเขา ผมมองมันด้วยความหนักใจ อยู่ๆ ก็ถูกสั่งให้ทำอะไรแบบนี้มันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ ถึงแม้จะเป็นแค่การขอลายเซ็นก็เถอะ
“ครับ”
“งั้นก็ไปสิวะ พูดให้เสียงดังๆ ให้กูได้ยินด้วย”
ฝีเท้าใหญ่ก้าวเดินออกไป ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ผมกำแหวนวงเล็กในมือแน่นราวกับว่ามันเป็นของสำคัญที่หายไปไม่ได้เด็ดขาด ใช้เวลาไม่นานรองเท้าหนังขัดมันถูกระเบียบหยุดยืนข้างสาวน้อยที่เหมือนกำลังยืนรอใครสักคนอยู่หน้าตึก พอเข้ามาใกล้ระยะประชิดแล้วผมก็มีโอกาสพิจารณาใบหน้าหวานใกล้ๆ
ดวงตาสีน้ำตาลสดใสเป็นประกายถูกล้อมกรอบไปด้วยขนตาแพหนาธรรมชาติ คิ้วสวยได้รูปรับกับจมูกโด่งเชิดเล็กน้อย ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อปราศจากการแต่งเติม ทุกส่วนที่ว่ามาถูกพระเจ้าจัดเอาไว้อย่างลงตัวบนใบหน้าเรียวเล็ก ผมปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนตรงหน้าตรงสเปคทุกอย่าง
“เธอ...”
เด็กสาวคนนั้นหันซ้ายหันขวา เธอคงไม่แน่ใจว่าผมเรียกเธอหรือเปล่า เพราะเท่าที่จำได้เราก็ไม่เคยไม่รู้จักกัน อยู่ๆ ถูกทักแบบนี้ก็คงแปลกใจไม่น้อย
“เธอนั่นแหล่ะ” ผมย้ำ
“เราหรอ?”
