EP 5 : ถ้าดื้อจะไม่ใช่แค่จูบ [2]
“สาวน้อยที่มึงบอกว่าเป็นรักแรกน่ะหรอ?” โทนถามเพื่อความแน่ใจพรางเคี้ยวถั่วคั่วไปด้วย
“เฮ้อ.. ยิ่งกว่าละครหลังข่าวอีกว่า”
ทั้งที่เขาก็ไม่ได้ตอบรับแต่ยักษ์และเพื่อนๆ ก็ต่างรู้ดี ในวันที่เมฆเจอกับจัสมินความดีใจ และความสุขบนใบหน้าของเขามันปิดเอาไว้ไม่อยู่จริงๆ
“คู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน” เขาบอกสั้นๆ
“โอ้ว.. สำนวนมึง” ฟีฟ่าได้แต่ส่ายหัวอย่างเอือมระอา
“อย่างน้อยก็ไม่ได้เป็นชู้กับชาวบ้านแหล่ะน่า”
หมัดนี้ทำเอาฟีฟ่าถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะก่อนจะแก้ต่างหน้าบึ้ง
“เมียต่างหากโว้ย”
แต่อย่างไรเพื่อนๆ ก็ย่อมรู้ดีว่าระหว่างฟีฟ่ากับผู้หญิงคนนั้นมันมีอะไรที่ซับซ้อนกว่าที่ตาเห็น
“มึงเป็นอะไรวะไอ้ธี กูเห็นมึงจ้องสาวคนนั้นอยู่นานแล้วนะ”
ดินมองตามสายตาของธีระที่นั่งจ้องสาวสวยคนหนึ่ง สายตาของเขาแน่วแน่และไม่วอกแวกจนดินอดสงสัยไม่ได้
“หึ นั่นน่ะ เมียมัน” คาวินตอบคำถามนั้นแทน
“ห๊ะ”
ทุกคนในวงสนทนาล้วนแต่ตกใจ ทุกคนต่างรู้ดีว่าธีระไม่สนใจผู้หญิงคนไหน แม้แต่สาวสวยระดับดาวมหาวิทยาลัยสนใจในตัวเขาชายหนุ่มคนนี้ก็เลือกที่จะตัดความสัมพันธ์อย่างง่ายดาย อาจจะเป็นเพราะหญิงสาวคนนี้ก็เป็นได้
พวกเขาเองก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดสักเท่าไหร่ รู้แค่ว่าธีระเคยคบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เขารักมาก แต่มีเหตุเข้าใจผิดทำให้ต้องเลิกรากันไป วันนี้พวกเขามีโอกาสได้เจอเธอถึงแม้แสงไฟในผับจะสลัวไปสักหน่อย แต่ก็ยังเห็นได้ชัดว่าความสวยของเธอคนนี้ไม่เป็นรองใคร
หญิงสาวคนนี้เหมือนจะอายุมากกว่าพวกเขาด้วย เธอสวมเสื้อกล้ามสีฟ้า และสกินนี่สีดำ ผมยาวสีน้ำตาลเข้มดัดลอนคลาย ถึงไม่ได้แต่งตัวเปิดหน้าเว้าหลังแต่กลับดึงดูดให้ชวนมองได้มากกว่า
“จัดว่าเด็ด” ดินครางออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าชู้ สิ้นสุดประโยคนั้นเสียงเหี้ยมเกรียมก็ดังขึ้น
“เดี๋ยวจะโดนตีนกูเด็ดลงจากเก้าอี้”
“หวงๆ”
“หวงก้างน่ะสิมันอ่ะ มองครูปิ่นตาละห้อยอย่างกับหมาโดนทิ้ง” คาวินอดกัดเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กไม่ได้
..จะว่าสงสารก็สงสารอยู่หรอก แต่เรื่องแบบนี้คนทำผิดไม่ออกมายอมรับ ต่อให้คนอื่นอธิบายหรือยืนยันแทบตายมันก็ยากที่ปิ่นจะเชื่อ
“เดี๋ยวนะ มึงช่วยขยายความคำว่า ‘ครูปิ่น’ ให้กูฟังหน่อยสิ” โทนขมวดคิ้วอย่างสงสัย
ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็เช่นกัน คาวินจึงเล่าประวัติโดยย่อของหญิงสาวคนนี้ให้พวกเขาฟัง ไม่ทันที่จะเล่าจบตัวละครสำคัญก็ลุกขึ้น ก่อนจะเดินออกไปดินจึงเอ่ยปากถาม
“อ่าว แล้วมึงจะไปไหนน่ะ”
“ตามเมีย”
คำตอบสั้นๆ ของธีระทำให้พวกเขาเลิกสนใจ
“เออๆ ช่างมันเถอะ ไอ้วินมึงเล่าต่อ”
ร่างสูงเดินตามร่างระหงไปอย่างเงียบๆ ดูท่าหญิงสาวจะดื่มเข้าไปไม่น้อยอาการเซจนเกือบชนคนนู้นคนนี้ทำให้ธีระต้องเร่งฝีเท้ากลัวว่าปิ่นจะหกล้ม แต่ก็ไม่ง่ายเลยที่ธีระจะเบียดเสียดผู้คนที่กำลังโยกย้ายสะโพกตามจังหวะเสียงเพลงของดีเจสาวสุดฮอตประจำผับได้
ปิ่นเดินเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำเมื่อเสร็จแล้วจึงตั้งสติสลัดความมึนๆ ในหัวออก ดูเหมือนจะดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่หมดไปเสียทีเดียว
วันนี้เธอมานั่งดื่มกับเพื่อนอีกสองคนคนหนึ่งเป็นหญิงในร่างชาย อีกคนเป็นหญิงแซบ สุดเซ็กซี่ ทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของเธอมีโอกาสจึงนัดพบปะกัน และดูเหมือนตอนนี้ปิ่นจะดื่มเกินลิมิตของตนเองเล็กน้อย
ความมึนจู่โจมหญิงสาวอีกครั้ง ร่างเล็กเซเถลเกือบล้มลงไปกองกับพื้นโชคดีที่ยังมีคนใจดีคว้าตัวเธอเอาไว้ทัน
“เป็นอะไรรึเปล่าครับ” เสียงนุ่มเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ปิ่นพยายามหยัดตัวขึ้นไล่ความมึนออกไป
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมาก”
“คุณเมามากแล้ว ให้ผมไปส่งดีกว่านะครับ”
มือหนาพันธนาการต้นแขนเรียวเอาไว้ทั้งสองข้างแน่นราวกับคีมเหล็ก หญิงสาวพยายามแกะออกอย่างสุภาพ
“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ”
“เถอะนะครับ หรือจะไปนอนพักที่ห้องของผมก็ได้นะครับ อยู่ใกล้ๆ นี้เอง”
