ทวงรักครั้งที่ 3.1
DIN PART
ผมซึ่งอยู่ระหว่างขี่รถเพื่อไปรับเพลงพริ้งที่กำลังรอผมอยู่ ส่วนตัวก็ใจร้อนอยากแดก 'ของหวาน' ด้วยแหละ แต่ไฟจราจรแม่งก็ขัดใจซะจริง ติดแล้วติดอีกอยู่นั่นแหละ เหี้ยอะไรนักหนา เดี๋ยวไฟแดงๆ หึ แต่มีเหรอคนอย่างผมจะเคารพกฏจราจร!
ฝันไปเถอะ!
สำหรับผมกฏมีไว้แหกโว้ย แล้วไอ้ดีนคนนี้ก็ไม่กลัวตำรวจว่ะ โชคดีที่แถวนี้ไม่ค่อยมีรถขับผ่านเท่าไร ฝ่าแม่ง!
ติ๊ง!
แต่บังเอิญเสียงไลน์ก็ดังขึ้น ผมเดาว่าน่าจะเป็นเพลงพริ้งแน่ๆ ที่ทักมาหาผม แต่ช่วงจังหวะที่ผมก้มหน้าลงดูแค่แวบเดียวแล้วพอเงยหน้าขึ้นมามองถนนอีกครั้ง ก็เห็นว่าไม่ไกลจากตรงหน้าเท่าไรมีผู้หญิงกำลังขี่จักรยานข้ามถนนพอดี!
"เฮ้ย หลบไป!"
ผมตะโกนบอกสาวเจ้าที่ได้แต่ทำสีหน้าตกใจจนไม่มีสติมากพอที่จะหักจักรยานหลบไปทางอื่น กว่าเธอจะรู้สึกตัวว่าควรหลบก็ไม่ทันแล้ว เพราะผมชนท้ายจักรยานเธอเข้าเต็มๆ
โครม!
"กรี๊ดดด!"
ไม่รู้เป็นบุญเก่าที่เคยสร้างมาแต่ชาติปางก่อนหรือเปล่าที่ไม่อยากให้ผมต้องรีบติดคุกตอนนี้ให้พ่อแม่เสียใจเล่น ผู้หญิงที่พยายามขี่จักรยานไวๆ แต่ก็ไม่ไวพอเท่ามอเตอร์ไซค์ผม สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าผมขับไปชนท้ายจักรยานเธอเข้าให้ แต่แรงแค่นี้ก็ทำให้ผู้หญิงคนนั้นกระเด็นจากตัวรถจักรยานไถลไปกับพื้นอยู่ดี
เอี๊ยดดดด!
ผมรีบเบรกมอเตอร์ไซค์ไว้ข้างทางทันที ก่อนจะรีบลงไปดูอาการของผู้หญิงที่นอนสลบอยู่กับพื้น ถึงผมจะเลวโดยสันดานแต่ก็ไม่ได้เลวขนาดชนแล้วหนีนะเฮ้ย แถมที่ผมชนเธอเนี่ยก็ความผิดผมด้วยที่ขี่ฝ่าไฟแดง ผมไม่นึกว่าจะมีคนขี่จักรยานตอนนี้นี่หว่า ซอยแถวๆ นี้ไม่ค่อยมีคนอยู่เยอะด้วย
"นี่คุณ! ได้ยินผมหรือเปล่า!"
พอเข้าไปดูร่างบางแล้วประคองไว้ในอ้อมแขน ผมก็สังเกตเห็นว่าที่หัวเธอมีเลือดออกอยู่เล็กน้อย แถมสาวเจ้าก็ไม่ได้สติอีกต่างหาก ผมลองเขย่าแล้วเรียกเธอไปพลางๆ แต่ดูเหมือนเธอจะเจ็บหนักพอควร
"อึก...โอ๊ย..."
เสียงเล็กส่งเสียงออกมาทำให้ผมยังพอรู้ว่าคนตรงหน้ายังไม่ตาย แต่ขืนชักช้ามากกว่านี้มีหวังคนตรงหน้าได้ตายจริงแน่!
"ขอเสียมารยาทหน่อยละกัน คุณ!"
ผมไม่คิดรอคำตอบจากผู้หญิงที่ไม่ได้สติอีกทั้งยังบาดเจ็บอยู่ด้วย ก็พูดออกไปอย่างนั้นก่อนจะรีบช้อนตัวร่างเล็กขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน แล้วรีบพาไปยังโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้แถวนี้ที่สุด
โรงพยาบาลคุณหมอน้อย
ทันทีที่ผมมาถึงโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้แถวนี้มากที่สุด ผมก็รีบจัดการส่งหน้าที่รักษาให้คุณหมอและพยาบาลต่อไป ส่วนตัวเองก็ขอมานั่งพักเหนื่อยสักครู่อยู่ตรงหน้าห้องฉุกเฉิน
เหี้ยสุดๆ แม่งโคตรเหนื่อย เสือกไม่มีรถขับผ่านด้วยนะ ผมเลยต้องอุ้มสาวเจ้าวิ่งมาทั้งๆ แบบนั้น ดีนะที่เธอยังไม่ตายน่ะ เพราะจะให้นั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ก็ไม่ได้อีก ผมพอเข้าใจละว่าทำไมแม่ถึงอยากให้ผมซื้อรถขับนักหนา เพราะถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรขึ้นมาคนซวยน่ะมันผม...
สงสัยต้องหาซื้อรถจริงๆ สักคันแล้วมั้ง...
"เอ่อ คุณคะ..."
แต่จู่ๆ ก็มีพยาบาลสาวคนหนึ่งเดินมาสะกิดไหล่ผมแล้วยิ้มหวานเชิญชวนให้
"ครับ ว่ายังไงครับ"
ผมตอบรับเสียงหวานแล้วส่งยิ้มให้ พลางถือวิสาสะจับมือพยาบาลตรงหน้า ใบหน้าเธอแดงก่ำด้วยความเขินอายเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะชักมือออกปฏิเสธแต่อย่างใด
"เอ่อ...คือว่า อยากให้คุณช่วยรบกวนกรอกประวัติคนไข้ให้หน่อยน่ะค่ะ เพราะแผลของคุณผู้หญิงเองก็หนักไม่ใช่น้อยๆ อาจจะต้องมีเย็บสักเข็มสองเข็ม ว่าแต่เธอไปโดนอะไรมาเหรอคะ"
พยาบาลสาวพูดอธิบายถึงแผลของผู้หญิงที่คนหน้าหล่อพามา แม้จะอยากแอบตีชายหนุ่มที่นอกจากจะจับมือเธอตามอำเภอใจแล้ว มือแสนซุกซนก็ยังลอบมาลูบสะโพกเธออีกต่างหาก ถึงแม้ว่าใจจะอยากสนทนากับผู้ชายหล่อๆ ที่นานๆ ทีจะได้เจอ แต่หน้าที่ของพยาบาลก็ต้องมาก่อนอยู่ดี
เพราะคำถามที่พยาบาลสาวพูดมาทำให้ผมชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่ให้คิดหนักได้ไง นอกจากไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้แล้ว ผมเองนี่แหละตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องมานอนเจ็บหนักรักษาตัวที่ห้องฉุกเฉิน แต่ขืนบอกไปตรงๆ ผมก็ซวยสิวะ...
มีหวังพยาบาลคนนี้รู้เข้าไม่แจ้งความเรียกตำรวจมาจับผมเข้าซังเตแทนเรอะ...
"ผมขอโทษนะครับ มันยากที่จะพูดน่ะคุณพยาบาล แต่พอดีเรื่องมันเกิดขึ้นกะทันหันมาก ผมเองก็ตกใจ เพราะจู่ๆ ก็เจอเธอนอนหมดสติอยู่ตรงนั้นพอดี ไม่เห็นมีใครอยู่แถวนั้นด้วย ผมรู้แค่ว่าต้องรีบพาเธอมาโรงพยาบาลน่ะครับ กลัวเธอจะเป็นอะไรไปซะก่อน..."
เห็นทีคราวนี้คงต้องแสร้งทำตัวเป็นคนเลวที่สวมหน้ากากเป็นคนดีซะแล้วสิ ใครจะยอมมาติดคุกหัวโตเพียงเพราะเรื่องแค่นี้กันล่ะ ต่อให้เจ้าหล่อนฟื้นสติขึ้นมาหาตัวคนที่ชนเธอก็ตาม แต่เพราะแถวนั้นไม่มีพยานและกล้องวงจรปิดเลยสักตัว และถ้าผมปฏิเสธว่ายังไงก็ไม่ได้เป็นคนทำ เธอจะเอาหลักฐานที่ไหนมาจับผมได้กัน...
"โอ้ ตายจริง...คุณนี่เป็นคนดีจริงๆ เลยนะคะ ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเรื่องประวัติคนไข้ดิฉันจะจัดการให้เองค่ะ"
พยาบาลสาวที่ฟังคำอธิบายเรื่องราวโกหกที่ผมปั้นน้ำเป็นตัวขึ้นมาแบบโคตรเนียนสนิทเสร็จ ก็มองผมด้วยสายตาหยาดเยิ้มอย่างหลงใหล เหมือนผมเป็นเทพบุตรกลับชาติมาเกิดทันที
เห็นแก้มแดงๆ ของพยาบาลแล้วก็อยากจะลุกขึ้นไปจับมากอดมาจูบสักทีสองทีให้หายอยาก แต่ก็นะ ที่นี่มันโรงพยาบาลไม่ใช่ที่ส่วนตัวไม่ได้มีผมกับเธออยู่กันแค่สองคนสักหน่อย
"แล้วเรื่องค่าใช้จ่ายล่ะคะ..."
"อ๋อ เรื่องนั้นเดี๋ยวผมออกให้เองครับ เพราะไม่รู้ญาติเธอจะมาเมื่อไร ที่จ่ายเงินอยู่ตรงไหนเหรอครับ?"
ผมบอกอย่างใจปล้ำ แน่นอนว่าพยาบาลสาวก็ตกใจไม่ใช่น้อย เพราะนอกจากจะไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้แล้วยังใจดีออกค่ารักษาให้อีกต่างหาก แต่เอาจริงๆ ผมก็แค่อยากชดเชยนิดๆ หน่อยๆ ที่ทำให้ผู้หญิงคนนั้นต้องมาบาดเจ็บแบบนี้มากกว่า
"อยู่ช่องหมายเลขสามค่ะ กรุณาตามดิฉันมาเลยค่ะ"
พยาบาลสาวบอกพร้อมยิ้มหวานให้ก่อนจะเดินนำทางให้ ผมแอบกระซิบกระซาบแซวเธอบ้างเบาๆ มีหยอกให้เธอเขินเล่นนิดหน่อย ก็นะ น่าสนใจไม่น้อยเลยแหละการได้แซวพยาบาลเนี่ย
หลังจากชำระเงินค่ารักษาพยาบาลรวมถึงค่าอื่นๆ เรียบร้อยแล้ว จ่ายไปเกือบสองพันกว่าบาทก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่เอาเถอะ เงินแค่นี้ไม่ได้ทำให้ผมถึงกับเครียดหรอก
ผมได้ยินพยาบาลคนเดิมเดินมาบอกว่าหมอได้ทำแผลให้สาวเจ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว โชคดีว่าสมองไม่ได้รับการกระทบกระเทือน แค่หัวแตกแล้วเย็บไปสองเข็ม เห็นว่านอนอีกสักพักให้ได้สติแล้วเดี๋ยวจะติดต่อให้ญาติมารับตัวกลับบ้านไป
ผมขออนุญาตพยาบาลว่าอยากดูอาการเธอสักหน่อย พยาบาลว่าต้องรอสักครู่ผมเลยนั่งทำนู่นทำนี่รอไปเรื่อยเปื่อยก่อน ไม่ใช่อะไรหรอก อยากดูให้แน่ใจว่าเธอโอเคดีจริงๆ แบบที่พยาบาลบอกหรือเปล่า ผมขี้เกียจให้มีปัญหาตามมาทีหลัง
Rrrr
เสียงมือถือผมดังขึ้นอีกครั้ง ซึ่งผมก็พอเดาได้ว่าปลายสายที่โทรเข้าหาผมตอนนี้เป็นใคร พอหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นเพลงพริ้งจริงๆ อย่างว่าแหละ เธอคงร้อนใจเพราะนัดกันไว้บ่ายสอง แต่นี่มันจะบ่ายสามแล้ว
"ครับ น้องเพลง"
(พี่ดีนคะ ตอนนี้อยู่ไหนเหรอคะ ทำไมยังไม่มารับเพลง...)
เสียงหวานกระเง้ากระงอดไม่ได้จริงจังนักแค่มารยาตามแบบฉบับผู้หญิง
"พอดีพี่เจออุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะครับ ขอโทษนะที่ไม่ได้โทรไปบอกก่อน"
ผมบอกเนื้อหาหลักๆ ถึงสาเหตุที่ทำไมไม่ได้ไปตามที่นัดไว้ ทุกครั้งหากผมอารมณ์ดีจะลงท้าย 'ครับ' ตลอด แต่รอบนี้ผมจงใจไม่พูด แต่พูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆ เพื่อจะบอกให้เพลงพริ้งรู้ว่าผมไม่ชอบให้ใครมางอแงใส่
(เอ่อ ค่ะ เพลงเห็นว่าพี่ไม่โทรมา เพลงเลยเป็นห่วงน่ะค่ะ)
เหมือนคนปลายสายจะรับรู้แล้วว่าผมอารมณ์ไม่ดี จึงรีบเปลี่ยนวิธีพูดให้อ่อนลงเพราะกลัวผมจะโกรธมากกว่าเดิม
"เดี๋ยวพี่จัดการอะไรเสร็จแล้วจะโทรไป แค่นี้ก่อนนะ"
ผมบอกก่อนจะตัดสายอีกฝ่ายไปโดยไม่รอฟังคำตอบ เพราะขี้เกียจฟังคำกระเง้ากระงอดงอแง ถึงแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าอีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ผมก็เป็นคนแบบนี้ใครจะทำไม?
"คุณคะ คุณผู้หญิงพร้อมให้เข้าเยี่ยมได้แล้วค่ะ ตอนนี้นอนอยู่ห้องพักฟื้น"
พยาบาลเดินมาบอก ผมพยักหน้าก่อนจะลุกเดินตามพยาบาลที่นำทางไปหาผู้หญิงคนนั้น
แกรก...
ผมค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปช้าๆ เพราะกลัวอีกฝ่ายจะได้ยินแล้วตื่นขึ้นมาซะก่อน แต่ผมก็ต้องขมวดคิ้วเพราะได้กลิ่นยาในห้อง โคตรเหม็น ผมถึงไม่ค่อยชอบมาโรงพยาบาลไงล่ะ มีแต่กลิ่นขมๆ ชวนอ้วกไปหมด
ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ เตียงผู้หญิงคนนั้นที่กำลังนอนหลับอยู่ พลางสังเกตใบหน้าหวานสวย ดูอ่อนหวาน น่าทะนุถนอม แต่เสียดายแต่งตัวดูจืดไปหน่อย ถึงแม้รูปร่างจะน่ากินก็เถอะ
"ฉันจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้เธอแล้วนะ ถือว่าเจ๊าๆ กันไปละกันนะคุณคนแปลกหน้า"
ผมที่กำลังจะเดินออกไปจากห้องพยาบาลเพื่อไปหาเพลงพริ้งตามที่สัญญากันเอาไว้ ก็เหลือบไปเห็นปากกากับสมุดจดเล็กๆ ตรงหัวเตียงเข้าซะก่อน
อืม...ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว จดชื่อคนดีทิ้งไว้ให้เจ้าหล่อนดูเล่นสักหน่อยละกัน
ผมเขียนข้อความทิ้งลงไว้ในสมุดจดเล็กน้อยแล้วปรายตามองผู้หญิงคนนั้นแล้วพูดลอยๆ
"หวังว่าจะไม่มีโอกาสเจอกันอีกนะคุณคนแปลกหน้า"
เพราะส่วนตัวคิดว่ายังไงก็ไม่มีโอกาสที่ผมกับเธอจะโคจรมาพบกันได้อีก โลกออกจะกว้างจะเจอกันอีกครั้งก็คงจะเป็นเรื่องแปลก
แต่ผมกลับไม่รู้เลยว่าภายหลังแล้วเธอจะเป็นฝ่ายมาหาผมซะเอง...
