Chapter 19 ผู้หญิงเห็นแก่ตัว
Chapter 19
ผู้หญิงเห็นแก่ตัว
“เขาเป็นคนขโมยสร้อยเส้นนี้ไปจากฉันค่ะ”
ปั้งงง
“กรี๊ดดดดด”
เสียงผู้คนในงานต่างกรี๊ดลั่นเมื่อเสียงปืนดังขึ้น
“อะไรกันเกิดอะไรขึ้น....”
ลูก้าอุทานด้วยความตกใจ แม้จะเป็นน้องสาวมาเฟียแต่เธอก็แทบไม่เคยอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเพราะน้อยคนจะรู้ว่าเธอเป็นน้องสาวของลูคัส ลูคัสปิดข่าวมาโดยตลอดว่าเขามีน้องสาวเพราะไม่อยากให้ลูก้าเป็นอันตราย
เพียงฟ้าเองก็ตกใจมากเมื่อหันไปเห็นก็คือบอดี้การ์ดทั้งสามกำลังต่อสู้กับชายชุดดำที่มากันถึงห้าคนซึ่งแน่นอนว่ามีกำลังมากกว่าและเธอคาดว่าคงเป็นคนของลูคัส
“ฉันขอซื้อต่อสร้อยเส้นนี้เถอะนะคะคุณลูก้า”
แม้จะชุลมุนขนาดไหนแต่เพียงฟ้าก็ทำการขอร้องขอซื้อสร้อยเพชรเส้นนั้นจากลูก้า
เคว้ง
ปืนกระบอกหนึ่งกระเด็นมาอยู่ตรงเท้าของเพียงฟ้า ลูก้าเองก็ยังช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าควรจะไปอยู่ที่จุดไหนดี
เมื่อเห็นนางแบบสาวดูเหมือนช็อคนิ่งไปอยู่อย่างนั้นเพียงฟ้าก็หยิบกระบอกปืนที่กระเด็นมาอยู่ตรงเท้าของตัวเองขึ้นมาแล้วจ่อเข้าที่หัวของลูก้าในทันที
“ขอโทษนะคะคุณลูก้า...ฉันเป็นแฟนคลับคุณจริงๆไม่ได้อยากจะทำแบบนี้ แต่ส่งเครื่องเพชรชิ้นนั้นมาเถอะค่ะมันสำคัญกับฉันมากจริงๆ”
ลูก้าเบิกตาโพลงโตเมื่อโดนทำแบบนี้ เป็นน้องสาวมาเฟียก็จริงแต่สถานการณ์แบบนี้เพิ่งจะเคยเกิดขึ้นกับเธอ ร่างสูงระหงษ์จำใจเอื้อมมือมาถอดสร้อยเส้นนั้นออกแล้วส่งมันให้กับเพียงฟ้า
“คุณปล้นฉันเหรอคะ?”
ส่งให้ยังไม่วายที่จะถามขึ้นมา ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าสาวเอเชียตัวเล็กหน้าใสซื่อจะกล้ายกมือขึ้นมาจ่อหัวน้องสาวมาเฟียอย่างเธอ
“ไม่ได้ปล้นค่ะ มันไม่ใช่ของของพวกคุณตั้งแต่แรกพี่ชายของคุณขโมยมันไปจากฉันและสร้อยเส้นนี้ก็เป็นของคนรู้จักฉันเอง”
“นี่! ต่อให้พี่ชายฉันจะเป็นมาเฟียแต่ก็เป็นมาเฟียมีเงินไม่ใช่ยาจก พี่ชายฉันไม่ขโมยของมาจากใครหรอกค่ะ”
ลูก้าตวาดกลับแม้จะโดนปืนจ่อหัว ยังไงก็ไม่มีทางเชื่อว่าพี่ชายของเธอจะไปขโมยสร้อยเพชรเส้นนี้มา ปกติลูคัสไม่ใช่พวกสนใจเครื่องประดับอะไรอย่างนี้สักหน่อย
“งั้นคุณก็คงต้องถามพี่ชายคุณเองแล้วล่ะค่ะ งั้นวันนี้ฉันขอลาก่อนนะคะดีใจที่ได้เจอค่ะ...อย่าตกใจไปเลยนะคะ ฉันเป็นแฟนคลับคุณจริงๆไม่ได้อยากจะทำแบบนี้เลย”
เพียงฟ้าเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะลุกจากเก้าอี้แล้วพยายามวิ่งหลบทุกคนไปหาพวกเจเรมี่
“ทุกคน!! ไว้ตามฉันมานะฉันขอไปหาคุณบริกซ์ตั้นก่อน”
พูดจบเพียงฟ้าก็รีบวิ่งหนีแหวกท่ามกลางผู้คนที่วุ่นวาย เจเรมี่ยิ้มพอใจ ดูเหมือนเพียงฟ้าจะเริ่มเรียนรู้สกิลจากพวกเขา นั่นก็คือไม่ควรทำตัวติดกันทั้งสี่คนแต่ควรที่จะหลบหนีเอาตัวรอดไปก่อนแล้วปล่อยให้เป็นหน้าที่บอดี้การ์ดอย่างพวกเขาได้ต่อสู้กันเอง
หากเพียงฟ้ามัวกล้าๆกลัวๆมายืนใกล้ๆพวกเขาคงจะไม่กล้าต่อสู้อย่างเต็มที่เพราะกลัวว่ากระสุนจะไปโดนเพียงฟ้าซึ่งเป็นผู้หญิงของนาย
เพียงฟ้าวิ่งหน้าตั้งออกมาและรีบตรงไปยังลานจอดรถ แต่หากรอพวกนั้นทั้งสามคนก็คงจะนานเธอจึงตัดสินใจขึ้นแท็กซี่ไปยังบริษัทของตระกูลเบอริอันต์ที่บอดี้การ์ดทั้งสามพาไปเมื่อเช้า
ณ บริษัทเบอริอันต์
เพียงฟ้านั่งแท็กซี่มาหาบริกซ์ตั้นเพียงลำพัง เธอผ่านเข้ามาได้อย่างง่ายดายเพราะว่าเมื่อช่วงเที่ยงเธอมาที่นี่พร้อมกับบอดี้การ์ดทำให้เลขาหน้าห้องและยามหน้าบริษัทรับรู้ว่าเพียงฟ้านั้นเป็นผู้หญิงของบริกซ์ตั้น
“เป็นอะไรไป ทำหน้าตาตื่นมาเชียว”
บริกซ์ตั้นที่กำลังทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานเงยหน้าขึ้นมามองเพียงฟ้าที่วิ่งหอบแฮ่กๆมา เริ่มจะหงุดหงิดใจที่เธอคนนี้มากวนการทำงานของเขาเพราะปกติ บริกซ์ตั้นจะเป็นคนจริงจังกับการทำงานมาก
“หนูได้นี่มาแล้วค่ะ...นี่ไงคะของที่คุณต้องการ”
มือเล็กชูสร้อยเพชรราคาแพงขึ้นมาให้บริกซ์ตั้นได้ดู คิ้วหนาขมวดมุ่นเป็นปม
นี่เธออยากไปจากเขาถึงขนาดต้องรีบบุกไปเอาเพชรประจำตระกูลคืนมาจากลูคัสเลยอย่างนั้นเหรอ
คนตัวใหญ่คิดอย่างนั้นอยู่ในใจ ความไม่พอใจก่อเกิดขึ้นมาเป็นทวีคูณเมื่อจินตนาการไปว่าร่างเล็กรังเกียจเขาจนถึงขั้นต้องรีบเอาตัวไปฝ่าอันตรายเพื่อจะขโมยเพชรกลับมา
“อยากไปจากฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?”
น้ำเสียงแหบเอ่ยถามออกอย่างไม่พอใจ
ป้าบ!
เขาตบโต๊ะทำงานแล้วลุกขึ้นยืนพร้อมกับเดินออกมาประจันหน้ากับเพียงฟ้าที่ชูสร้อยเพชรเส้นนั้นเอาไว้
ร่างสูงกว่าร้อยแปดสิบเก้าเซนติเมตรก้มลงมองเด็กสาวที่สูงเพียงร้อยหกสิบเซนติเมตรพร้อมกับทำหน้าดุ ซึ่งสีหน้าของบริกซ์ตั้นในตอนนี้เพียงฟ้ารู้ได้ในทันทีว่าเขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก
“หนูได้มาโดยบังเอิญค่ะ อินฟลูเอ็นเซอร์ที่หนูติดตามเขาบอกว่าได้สร้อยเส้นนี้มาจากพี่ชาย”
“แล้วเธอไปขอคืนมาได้ยังไง?”
บริกซ์ตั้นพอจะเคยได้ยินมาบ้างว่าลูคัสมีน้องสาวแต่ก็ไม่ได้เปิดตัวในวงสังคมและไม่มีใครรู้เกี่ยวกับข้อมูลครอบครัวของลูคัส
“บอดี้การ์ดของลูคัสรุมกับพวกบอดี้การ์ดของคุณอยู่แต่หนูคิดว่าพวกเจเรมี่น่าจะเอาอยู่เพราะสามคนนั้นเก่งมาก”
“วันนั้นยังบอกว่าพวกมันไม่ได้เรื่องอยู่เลย ไม่สมกับเป็นบอดี้การ์ดมาเฟีย”
“หนูขอถอนคำพูดค่ะ พวกนั้นเก่งมาก”
ใจของเพียงฟ้าลึกๆก็รู้ว่าทั้งสามคนนั้นเก่งมาก เธอจึงไม่ได้ห่วงขนาดนั้นและรีบนำเอาเพชรอันแสนจะหวงแหนของมาเฟียหนุ่มกลับมาคืนเขาโดยไว
“หึ ผู้หญิงอย่างเธอนี่มัน...คบไม่ได้จริงๆ”
บริกซ์ตั้นคิดว่าที่รีบหนีออกมานี่คงจะรีบนำเพชรประจำตระกูลมาคืนให้เขาโดยปล่อยให้พวกลูกน้องของเขาโดนรุมอยู่อย่างนั้นสินะ เธอเห็นแก่ตัวมากเพียงฟ้า…เห็นแก่ตัวกว่าที่เขาคิดไว้
“อะไรของคุณ หนูอุตส่าห์เอาเพชรประจำตระกูลมาคืนให้คุณได้แล้วคุณน่าจะดีใจสิคะ”
ที่เธอทำแบบนี้ไม่ใช่ว่าอยากจะถูกปลดพันธนาการจากบริกซ์ตั้นขนาดนั้น แต่เธอแค่ห่วงใยในความรู้สึกของเขา รู้ดีว่าเขาคงอยากจะได้สร้อยเพชรเส้นนี้คืนมากเพราะมันเป็นของสำคัญของตระกูล
เพียงฟ้าเองก็ห่วงสามคนนั้นไม่ได้ต่างไปจากมาเฟียหนุ่มเลย แต่เธอรู้ว่าสามคนนั้นเก่งมากแม้ปกติจะดูไม่ได้เรื่องแต่หากไม่เก่งจริงก็คงไม่ได้มาเป็นบอดี้การ์ดของมาเฟียร้ายอย่างบริกซ์ตั้นหรอก
“อยากไปจากฉันถึงขนาดต้องไปฉกเอาเพชรประจำตระกูลคืนมาในห้างแถมยังปล่อยให้สามคนนั้นโดนโดนรุมอยู่อีก ถามจริง? อยู่กับมันมาสักพักแล้วไม่ห่วงพวกมันสามตัวบ้างหรือไง?”
“...”
เพียงฟ้านิ่งตอบไม่ถูก ที่จริงเธอก็เป็นห่วงแต่ชุลมุนขนาดนั้นเธอจึงลืมนึกถึงจิตใจของบอดี้การ์ดทั้งสามคนไปเลยเพราะมัวแต่โฟกัสเพชรที่อยู่ตรงหน้า
“เธอมันห่วงแต่ตัวเอง...เห็นแก่ตัวจริงๆ”
พูดจบเขาก็หันกลับไปที่โต๊ะทำงานก่อนจะรีบหยิบโทรศัพท์แล้วโทรเรียกกำลังพลเพิ่มเติมเพื่อให้ไปสมทบช่วยพวกเจเรมี่ จอห์น และไมเคิล
ส่วนเพียงฟ้าในตอนนี้ถือเพชรค้างเอาไว้กลางอากาศ ดูเหมือนว่าสิ่งที่เธอทำไปมันจะผิดไปซะหมด
เพียงฟ้านั่งอยู่ภายในห้องทำงานซึ่งมีโซฟาอยู่ตรงกลางห้อง เธอรออยู่ตรงนั้นสักพักในที่สุดประตูก็ถูกเปิดขึ้นและคนที่เดินเข้ามาก็คือเจเรมี่ จอห์นและไมเคิล
“พวกนายเป็นยังไงกันบ้าง!”
เมื่อเห็นทั้งสามหนุ่มกลับมาเพียงฟ้าก็รีบถลาตัวเข้าไปหาบอดี้การ์ดคู่ใจทั้งสามคนในทันที
“ปลอดภัยกันดีแล้วครับคุณฟ้า”
จอห์นตอบยิ้มๆ ส่วนไมเคิลกับเจเรมี่เองก็ดูจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เพียงฟ้าถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ รู้สึกดีที่ทั้งสามหนุ่มยังปลอดภัยไม่งั้นเธอคงจะโทษตัวเองไปตลอดชีวิตที่ปล่อยให้ทั้งสามต้องต่อสู้เพื่อถ่วงเวลาให้เธอขโมยเพชรกลับมา
“ขอโทษนะที่ทิ้งมาทั้งอย่างนั้น...”
เธอรู้สึกผิดกับทั้งสามคนที่เป็นต้นเหตุ หากเธอไม่ดื้ออยากจะไปเดินห้างก็คงไม่โดนพวกของลูคัสบุกมาทำร้ายอีกแบบนี้ เธอนี่มันตัวซวยจริงๆ ตั้งแต่มีเพียงฟ้าเข้ามาก็คงจะทำให้ทั้งสามคนเดือดร้อนมาก
“อย่าคิดมากเลยครับคุณฟ้า มันเป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้ว”
ตอบออกมาแบบนั้นเพราะไม่อยากให้หญิงสาวเป็นกังวลแต่ก็ยิ่งทำให้คนตัวเล็กใจสั่นเมื่อเห็นว่าทั้งสามคนแสนดีขนาดไหน ไม่คิดโกรธเธอเลยสักนิด
“ถ้าไม่ใช่เพราะฉันอยากไปเที่ยวมันก็คงไม่ไม่เป็นแบบนี้ และฉันก็เอาเพชรกลับมาที่บริษัทนี้โดยที่ไม่รอพวกนายเลย...ขอโทษนะ”
“...”
ทั้งสามหนุ่มเงียบไม่ได้ตอบอะไรเพราะรอให้เพียงฟ้าพูดความในใจที่มันอัดอั้นอยู่ออกมาให้หมดก่อน
“ขอโทษที่เห็นแก่ตัว...ปล่อยให้พวกนายโดนพวกของลูคัสรุมยู่อย่างนั้นทั้งที่ควรจะช่วยได้มากกว่านี้แท้ๆ”
แอ๊ดดด
เสียงเปิดประตูดังขึ้นมาอีกครั้งแต่รอบนี้คนที่เข้ามาคือมาเฟียหนุ่มเจ้าของบริษัท เขาได้ยินประโยคที่เพียงฟ้าพูดกับพวกบอดี้การ์ดทั้งสามว่าขอโทษที่เห็นแก่ตัว
“เรื่องมันเกิดไปแล้วต่อให้ขอโทษยังไงมันก็ไม่มีอะไรมาลบล้างความจริงได้ว่าเธอมันเห็นแก่ตัวเพียงฟ้า
“...”
“ผู้หญิงเห็นแก่ตัว!”
