ตอนที่ 5 ไฟไหม้
วันต่อมา
ออด~ ออด~
เมื่อได้ยินเสียงออด แพรไหมที่อยู่ในชุดนักศึกษาเรียบร้อยแล้วเดินออกไปเปิดประตู พอเห็นว่าชายที่อยู่หน้าห้องแต่งตัวคล้ายกับคนของรอน จึงไม่คิดแปลกใจอะไรที่ชายคนนี้จะรู้จักห้องของเธอ
"มีอะไรรึเปล่าคะ"
"พี่เซฟ ให้ผมไปนำรถคุณแพรไหมมาจากมหา'ลัย นี่ครับกุญแจ" ชายหนุ่มยื่นกุญแจรถมาให้ แพรไหมจึงรับมาถือไว้ในมือ
"ขอบคุณนะคะ คิดว่าจะต้องนั่งแท็กซี่ไปเรียนซะแล้ว" แพรไหมส่งยิ้มเล็กๆให้กับชายตรงหน้า เขาทำเพียงโค้งศีรษะให้เธอ
"ไม่เป็นไรครับงั้นผมขอตัว" เมื่อชายคนนั้นเดินออกไป เธอจึงปิดประตูและกลับเข้ามาแต่งหน้าต่อ
"เมื่อวานเป็นไงบ้างย่ะ" พอเข้ามาในห้องเรียน ซันเดย์ก็ยิงคำถามใส่ทันที เธอจึงเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้เพื่อนฟังรวมทั้งใบสัญญาที่รอนเป็นคนทำขึ้นมาด้วย
"แกว่าเขาป่วยไหม" เมื่อเล่าจบแพรไหมจึงเอ่ยถาม
"ป่วยคงไม่หรอก ฉันก็เข้าใจนะว่านักธุรกิจก็ต้องกลัวอะไรแบบนี้ แต่นี่มันเกินไปหน่อยไหม ที่ต้องอยู่ในสายตาคนของเขายี่สิบสี่ชั่วโมง ไปไหนมาไหนก็ต้องรายงานตัว ทำอย่างกับเป็นเมีย"
เพี๊ยะ!
"เมียอะไร แกอย่าพูดมั่วๆ" เมื่อได้ยินคำพูดไม่เข้าหู แพรไหมจึงตีเข้าที่แขนของซันเดย์อย่างแรง
"เจ็บนะ ก็มันเหมือนจริงๆอะ" ซันเดย์ว่า และลูบที่แขนตัวเองไปมา ทำราวกับว่าเจ็บปวดนักหนา
"ไม่เหมือน!" แพรไหมเอ่ยขึ้นเสียงขุ่น ทำหน้าง้ำงอใส่ซันเดย์ราวกับงอนๆ
"โอเคๆ ไม่เหมือนก็ไม่เหมือน แล้วทีนี้จะเอายังไงต่อ"
"ไม่ยังไง ก็ต้องทำตามนั่นแหละ เขาดันเอาผับพ่อฉันมาขู่ ฉันก็ต้องยอมไหมล่ะ แล้วไหนจะลายเซ็นนั่นอีกฉันไม่น่าโง่เซ็นเลย" พอนึกไปถึงวันที่เธอลงลายมือไปก็ได้นึกโทษตัวเอง ที่ทำอะไรโดยไม่คิดให้ดี จนทำให้ต้องเดือดร้อนไปถึงกิจการของผู้เป็นพ่อ
"แกไม่ได้โง่ แกแค่กลัวตาย เป็นฉันก็เซ็น" ซันเดย์เอ่ยขึ้นอย่างปลอบใจเพื่อน โดนปืนจ่อหัวขนาดนั้นเป็นใครก็ต้องเซ็นกันทั้งนั้น
"อีกไม่นานเขาคงจะรู้เอง ว่าฉันไม่ได้ตั้งใจไปทำอะไรอย่างที่เขาว่า" แพรไหมพูดขึ้นอย่างคนมีความหวัง คาดว่าในเร็ววัน รอนจะทราบเองว่าเธอไม่ได้คิดทำอย่างที่โดนกล่าวหา
"ไม่เอา ไม่พูดเรื่องเครียดแล้ว เลิกเรียนเราไปช้อปปิ้งแล้วกินไอติมกันดีกว่า"
"ช้อปปิ้งเหรอ" แพรไหมถามขึ้นอย่างชั่งใจ อาทิตย์ที่แล้วเธอเพิ่งซื้อกระเป๋าใบใหม่ไป หากซื้ออีก ถ้าคุณแม่รู้เธอต้องโดนดุแน่
"ทำไม" ซันเดย์เอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าแพรไหมดูลังเล ปกติถ้าพูดถึงช้อปปิ้ง เธอจะไม่ปฏิเสธเลยสักครั้ง แต่วันนี้กลับดูแปลกไป
"แกจำไม่ได้รึไง อาทิตย์ที่แล้วฉันก็เพิ่งซื้อกระเป๋าไปถ้าวันนี้ไปซื้ออีกคุณแม่ต้องโทรมาดุแน่"
"ก็ไม่ต้องซื้อกระเป๋าสิ ช้อปอย่างอื่น"
"แกก็รู้ฉันชอบ"
"งั้นก็โทรไปขอเงินคุณปู่ จะได้ไม่ต้องรูดบัตร"
"ยังไงคุณแม่ก็รู้อยู่ดี ไม่เคยได้ยินเหรอ มนุษย์แม่ถ้าอยากรู้อะไรก็รู้ได้ทั้งนั้น"
"หรือจะไม่ไป"
"ไป" เธอว่าและหยิบหนังสือออกมาจากกระเป๋าผ้าสีหวาน เพื่อเตรียมตัวเรียนในคลาสเช้า กลัวแม่บ่นเธอก็กลัว แต่ถ้าบ่นไม่เลิกเธอก็แค่บีบน้ำตาก็เท่านั้น
"สายช้อปอย่างแกทนไม่ไหวหรอก ฉันรู้" ซันเดย์พูดขึ้นอย่างรู้ทัน เธอรู้จักกับแพรไหมมาหลายปี มีหรือจะไม่รู้ว่าเพื่อนชอบหรือไม่ชอบอะไร
"เอารถฉันไป รถแกจอดไว้ที่นี่ แต่แกขับนะแถวนั้นรถติดฉันไม่ชอบ"
"ฉันก็ขับทุกรอบมะ"
"อ้าวเหรอ"
@ห้างสรรพสินค้า
"ไหนบอกไม่อยากซื้อ และที่หิ้วอยู่นั่นอะไร" ซันเดย์เบะปากใส่แพรไหม พลางพยักพเยิดหน้าไปที่ถุงกระดาษแบรนด์ดังสองใบในมือเพื่อนสาว
"จะได้ไม่มาเสียเที่ยว"
"อ่อเหรอ" ซันเดย์พูดขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ เธอฟังคำแถนี้ของแพรไหมมาหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน
"อือ" แพรไหมครางรับสั้นๆ และแกล้งเดินเร็วๆหนีซันเดย์
"รอด้วยยัยหมู" ซันเดย์ตะโกนดังลั่นและรีบวิ่งตามแพรไหมไปอย่างมีจริต สองมือหอบของพะรุงพะรังคล้ายกำลังอพยพ
"ซันเดย์" แพรไหมหยุดเดิน และมองไปเบื้องหน้าที่เป็นทางออกไปที่ลานจอดรถ เห็นกลุ่มควันขึ้นโขมงเต็มพื้นที่ ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น
"แพรไปเร็ว ไฟไหม้" ซันเดย์คว้าจับข้อมือแพรไหม และพาหันหลังวิ่งกลับเข้าไปด้านในห้างเพื่อหาทางออกอื่นที่จะออกไปจากตึกนี้ให้เร็วที่สุด
"กรี๊ด!!" เสียงคนกรีดร้องกันลั่น เปลวไฟเริ่มลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว ควันดำลอยขึ้นสูงจนสปริงเกอร์ดับเพลิงปล่อยน้ำกระจายออกมา และตามมาด้วยสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้เสียงดังไปทั่วบริเวณ
"ซันเดย์ ฉันกลัว" แพรไหมเอ่ยบอกเพื่อน ขณะที่เธอสองคนวิ่งออกมาไกลพอสมควร แต่เหมือนไกลแค่ไหนก็ดูจะไม่ปลอดภัยอยู่ดี เพราะควันที่ลอยอยู่ทั่วห้างนั้น ทำให้ผู้คนเริ่มสำลักควันไฟออกมา
"ไม่ต้องกลัวนะแก" ซันเดย์กระชับมือแพรไหมแน่นขึ้น และลากรั้งพาวิ่งหาทางออก
ปึก!
"โอ้ย!" แพรไหมร้องเสียงหลง เมื่อใครคนหนึ่งวิ่งมาชนเธอ จนมือหลุดออกจากการเกาะกุมของซันเดย์ ทำให้ร่างเล็กล้มลงไปนั่งที่พื้น
"แพร!! วิ่งไม่ดูเลยวะ" ซันเดย์ตะโกนไล่หลังคนที่วิ่งมาชนเพื่อนเธอ และทิ้งของทุกอย่างในมือลง รีบรั้งแพรไหมให้ลุกขึ้น
"ซันเดย์ฉันเจ็บเท้า" เพราะใส่รองเท้าส้นสูง จึงทำให้ข้อเท้าเธอพลิก และลุกขึ้นยืนไม่ไหวนั่นจึงทำให้ซันเดย์ช้อนตัวเธอขึ้นในท่าเจ้าสาวทันที
"ฉันอุ้มแกเอง"
"ของแกล่ะ"
"ชั่งมัน ไม่เอาแล้ว" ซันเดย์ว่า และพาร่างแพรไหมวิ่งออกไปจากจุดนั้น
เมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นภาระเพื่อนและไม่อยากหอบของพะรุงพะรัง แพรไหมจึงทิ้งถุงกระดาษแบรนด์หรูในมือไป สองแขนโอบรอบลำคอของซันเดย์ไว้แน่น
อีกด้าน
"คุณแพรไหมถึงมหา'ลัยตอนสิบโมงนิดๆครับ ระหว่างทางเธอไม่ได้แวะที่ไหน ตอนนี้คนของเราบอกว่าเธอเลิกเรียนแล้ว และออกจากมหา'ลัยไปพร้อมกับเพื่อน แต่ไม่ได้มุ่งหน้าไปที่คอนโด คาดว่าเธอน่าจะไปที่ห้างครับ" เซฟเอ่ยรายงานความเคลื่อนไหวของแพรไหมให้รอนได้รับทราบ หลังจากให้ลูกน้องตามดูเธอจากคำสั่งของผู้เป็นเจ้านาย
"ไปทำอะไร"
"ไม่ทราบครับ" คำตอบของเซฟ ทำมาเฟียหนุ่มชะงักมือที่กำลังจรดปากกาลงในเอกสาร
"มึงรู้ใช่ไหม ว่าอะไรที่เกี่ยวกับเธอ มึงต้องทราบ" รอนเอ่ยเสียงเรียบ ช้อนสายตาขึ้นมองลูกน้องคนสนิท ที่เขายกให้เป็นถึงมือขวา แต่กลับบอกว่าไม่รู้ในเรื่องง่ายๆแค่นี้
"ครับ" เซฟโค้งศีรษะลงน้อมรับความผิดของตัวเอง ที่ละเลยในข้อนี้ไป
"แล้วคำตอบของมึง คิดว่ากูพอใจไหม"
"ขอโทษครับนาย"
"อย่าให้กูได้ยินอีก" รอนเอ่ยอย่างคาดโทษ นั่นทำให้เซฟโค้งศีรษะลงอีกครั้ง
"ครับ"
"ยังอ่านสัญญาไม่ครบทุกบรรทัดสินะ ถึงไปไหนไม่รายงาน" รอนว่า ขณะเอนแผ่นหลังพิงไปกับเก้าอี้
"เธอคงยังไม่ชิน"
"ตามดูไว้ อย่าให้คลาดสายตา"
"นายจะให้คนของเราเฝ้าที่คอนโดเธอด้วยไหม"
"มึงเป็นคนทำสัญญา มึงไม่ได้อ่านรึไงไอ้เซฟ" รอนเป็นคนคิดข้อกำหนดในสัญญา ส่วนเซฟเป็นคนพิมพ์ คำถามที่ลูกน้องคนสนิทถามขึ้น ฟังแล้วไม่ค่อยเข้าหูมาเฟียหนุ่มสักเท่าไหร่
"อ่านครับ แต่ผมคิดว่า คนแถวนี้อาจจะอยากไปเฝ้าเอง" ขณะที่พูด ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าเรียบนิ่งไม่ต่างจากเจ้านาย ยกยิ้มมุมปากตลอดเวลา นั่นทำให้รอนถึงกับทำหน้าตึงใส่
"อย่าทำเป็นรู้มาก น้องมึงจะกลับมาเมื่อไหร่"
"พรุ่งนี้ครับ"
"ส่งมันไปคอยตามเธอ จะใช้คนของเรากี่คนมึงตัดสินใจ ตามดูห่างๆ อย่าทำให้เธออึดอัด" รอนนึกถึงคำพูดของแพรไหม ถึงเธอจะอยู่ในฐานะผู้เฝ้าระวัง แต่เขาก็ไม่อยากทำให้เธอรู้สึกเหมือนติดคุกอย่างที่เธอว่า
"ครับ"
ครืด~ ครืด~
โทรศัพท์มือถือของเซฟดังขึ้น พอเห็นว่าปลายสายเป็นใครชายหนุ่มจึงกดรับทันที
"พาเธอขึ้นไปบนดาดฟ้า อีกสิบห้านาทีฮอฯเราจะไปถึง" เมื่อได้ฟังปลายสายพูด เซฟจึงตอบกลับอย่างรีบร้อน และกดวางสาย ต่อสายหาใครอีกคนทันที
"เกิดอะไรขึ้น" รอนเอ่ยถาม เมื่อเซฟวางสายจากใครบางคนแล้ว
"ห้างที่คุณแพรไหมเธอไปเดินเล่น ไฟไหม้ครับ และดูเหมือนว่าจะยังควบคุมเพลิงไม่ได้ ตอนนี้คนของเรากำลังพาเธอขึ้นไปบนดาดฟ้าแล้ว" เมื่อได้ฟัง รอนถึงกับนั่งไม่ติดลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันที
"ไม่ใช่สิบห้านาที ต้องสิบนาทีหรือเร็วกว่านั้น" รอนว่าและเดินออกไปจากห้องทำงาน จุดมุ่งหมายคือดาดฟ้าของคลับ
