บทที่ 8 เหนือ x หนึ่ง - เจอกันอีกครั้ง
ชั้นสองห้องสัก ทีแรกตู๋เองก็ตงิดใจแปลกๆกับคำบอกเล่าของโจเจ้าของร้านที่ทักแชทส่วนตัวมาหาเขา คล้ายเป็นการบ่นตามประสาว่าหัวบันไดวันหนึ่งไม่เคยแห้ง เลิกรากับเซนต์ไม่ทันไร ก็มีลูกค้าใหม่มาติดซะแล้ว ทีแรกเขาคิดว่าโจคงคิดมาก ลูกค้าอาจชอบในฝีมือการสักของเธอจึงนัดสักซ้ำ ทว่าพอมาเห็นด้วยตาตัวเองจึงมั่นใจว่าที่โจคาดคะเนเดาเอาก่อนหน้านี้ เป็นเรื่องจริง เนื่องจากสายตามันปกปิดกันไม่ได้ อีกอย่างผีเห็นผี เขาเองก็ชอบเธออยู่เช่นเดียวกัน
จึงกลายเป็นว่าเหมือนทั้งคู่กำลังเขม่นกันทางสายตาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ ร่างเล็กยังคงสาระวนอยู่กับการเตรียมเครื่องมือ และมอบหน้าที่ให้คนว่างอย่างตู๋เตรียมผิวก่อนขึ้นลาย ดีกว่าอยู่ว่างๆ
“เดี๋ยวมานะ”
“พี่จะไปไหน”
“ลืมโทรศัพท์ไว้ข้างล่าง มึงเตรียมผิวไปก่อนก็แล้วกัน”
“โอเค”
พยักหน้าให้กับรุ่นน้อง เธอก็เดินลงมาข้างล่างท่ามกลางการมองตามตาไม่กะพริบของเพิร์ธก่อนจะหลุดภวังค์จากการแสร้งทำของตกลงพื้นของตู๋ ส่วนคนที่ออกไปทั้งที่รู้ว่าจะต้องเจอเขาที่อาจจะนั่งรออยู่ข้างล่าง หากแต่เรื่องนั้นไม่ได้อยู่ในหัว เธอไม่จำเป็นต้องกังวลหรืออับอาย นั่นเพราะเขากับเธอไม่ได้เป็นอะไรกัน
แต่แล้ว..
พอลงมาถึง กลับไม่มีเขา ชั้นล่างนั้นว่างเปล่า น่าแปลกที่เธอกลับถอนหายลมใจเหมือนโล่งอก ทั้งที่ก่อนหน้ายังอวดเก่งอยู่เลย
ร่างเล็กเดินอ้อมไปยังเคาน์เตอร์ที่บนนั้นมีโทรศัพท์วางอยู่ ในขณะเอื้อมมือหยิบเป็นจังหวะเดียวกันกับที่แจ้งเตือนเด้งขึ้นมาพอดี หญิงสาวขมวดคิ้วยุ่งเมื่อเห็นว่าข้อความเหล่านั้นถูกส่งมาจากหมายเลขโทรศัพท์ที่เธอไม่ได้บันทึกไว้ ทว่าเป็นข้อความที่ดูก็รู้ว่าเป็นใคร
กูอยู่หน้าร้าน ออกมาคุยกันหน่อย อย่าต้องให้เข้าไป ไม่งั้นกูจะพังให้ยับ
“เมื่อไหร่จะตายสักที”
ทันทีที่อ่านจบเธอสบถออกมาอย่างเหลืออด มือที่ถือโทรศัพท์ออกแรงกำแน่นจนรู้สึกเจ็บ ช่างใจอยู่พักว่าควรทำยังไง แต่พอคิดว่าลูกค้าข้างบนอยู่ในช่วงเตรียมผิวคงต้องใช้เวลาอีกสักพัก เผลองานนี้กว่าจะขึ้นรูปร่างเส้นคงจะติดค่ำ เธอจึงเลือกที่จะเดินออกไปก่อน โดยทิ้งข้อความไปให้ตู๋รู้ เผื่อเกิดอะไรขึ้นกับร้านหรือเธอ จะได้รู้ฝีมือใคร
วันหนึ่งผลักประตูออกมา ย่ำเท้าเร็วด้วยความอึดอัด ทันทีที่เห็นร่างสูงคุ้นเคยนั่งอยู่บนอานรถบิ๊กไบค์ กำลังพ่นควันออกจากปากอย่างสบายใจ โดยสายตานั้นทอดมายังเธอ ร่างเล็กก็ก้าวไปทันทีอย่างไม่เกรงกลัว
“พี่เซนต์ มึงเป็นเหี้ยอะไรกับกูนักหนา! ตามก่อกวนกันอยู่ได้”
และแน่นอนว่าเสียงที่ค่อนข้างจะดังนั้น เรียกคนที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ไม่ไกลหมุนตัวกลับมา เพียงแต่มีรถบังเขาอยู่ วันหนึ่งจึงไม่ทันสังเกตเห็นว่าเหนือเมฆยืนอยู่ตรงนั้น
“อืม เอาตามนั้นละกัน แค่นี้ก่อนนะ”
เขาเลือกที่จะตัดสายทิ้ง เพื่อที่จะกอดอก หลุมมุมยืนพิงเสา มองชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังสาดอารมณ์ใส่กันอย่างไม่สนใจใครจะมอง
หลายชั่วโมงต่อมา
รอยสักของเพิร์ธที่เลือกลายมานั้นยังอยู่ในขบวนสักที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เขาจะต้องมาเติมอีกประมาณ 4-5 รอบ ซึ่งนั้นถือว่าใช้เวลาน้อยแล้วถ้าเทียบกับสักแบบลงสี แต่เขาเลือกขาวดำจึงใช้เวลาน้อยกว่า แน่นอนว่าสิ่งนี้มาจากความต้องการของเพิร์ธล้วนๆ เนื่องจากอยากเข้าหาช่างสัก แม้จะรู้ว่าคู่แข่งเยอะ อาทิเช่นเพื่อนร่วมงานของเธอ ทว่าเมื่อเจ้าตัวบอกเองว่าโสด เพิ่งจะเลิกกับแฟน เขาที่มีดีกรีเป็นถึงนักแข่งรถระดับแถวหน้า แถมรูปหล่อบ้านรวย ทำไมจะไม่มีสิทธิ์
“ไงพี่ รอนานไหม”
เสียงทักทายของรุ่นน้องที่กำลังเดินลงมาจากบันได เรียกให้ร่างสูงซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาแหงนหน้ามอง เขายังแปลกใจตัวเองเหมือนกัน เพราะอะไรถึงรอได้นานขนาดนี้ ทั้งอันที่จริงนี่ไม่ใช่นิสัยเขา การนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานานๆโดยไม่ลุกไปไหนนั้น มีอยู่อย่างเดียวที่เขาจะทำคือนั่งดื่มเหล้าเมาอยู่ที่คลับ กับวินิจฉัยวางแผนการรักษาคนไข้แบบเคสบายเคส และสามารถเรียกรถให้มารับเขากลับไปก่อนได้อีกต่างหาก มีอีกตั้งหลายวิธีที่เขาสามารถทำได้ ยิ่งเพิ่งจะผ่าตัดเสร็จควรจะได้พักผ่อน แต่เขากลับเลือกที่จะนั่งอยู่หลังขดหลังแข็ง จนกระทั่งเพิร์ธสักเสร็จแล้วเดินลงมา
“อย่าถามอะไรที่มึงรู้อยู่แล้ว”
เขาลุกขึ้นเต็มความสูงพลางบิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสาย จังหวะนั้นเป็นจังหวะเดียวกันกับที่วันหนึ่งเดินลงมาพอดี เพื่อที่จะคิดเงิน และนัดรอบใหม่
“สะดวกอีกทีวันไหนคะ”
หลังจากเผลอสบตากันอีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวเป็นฝ่ายหลบตาก่อน เนื่องจากจู่ๆเริ่มประหม่าขึ้นมาจริงๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีความรู้สึกนั้นอยู่เลย นอกจากความแปลกใจ เพราะคาดไม่ถึงว่าจะเจอที่นี่ แถมมาในนามเพื่อนของลูกค้าอีก
“ไว้ผมโทรมานัดได้ไหมครับ พอดีเวลาผมไม่ตายตัว”
“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา”
วันหนึ่งพยักหน้าก้มลงจดบันทึกลงบนสมุดรายงาน และพิมพ์ใบเสร็จออกมาทางคอมพลางยื่นให้เพิร์ธที่กำลังรอสแกนจ่าย
“เรียบร้อยครับ” เขาพลิกหน้าจอให้เธอดูหลักฐาน “ว่าแต่คุณหนึ่งมีช่องทางการติดต่อส่วนตัวไหมครับ”
“กูไปรอที่รถนะ”
ไม่ทันได้รับคำตอบจากเธอ กลับต้องหันมายังรุ่นพี่ที่อยู่ดีๆก็โพล่งขึ้นมาอย่างไม่รู้จังหวะ นั่นทำให้เพิร์ธงุนงงไม่น้อย และวันหนึ่งก็เสียสมาธิไปด้วย เธอเผลอมองตามแผ่นหลังกว้างที่ผลักประตูเดินออกไป ก่อนจะหันมาทางอีกคน
“อย่าเลยค่ะ”
“ครับ?”
“คือหนึ่งยังไม่พร้อม เพิ่งจะเลิกกับแฟน ยังไม่อยากคุยกับใคร”
ยอมรับว่าร่างสูงที่ยืนถือโทรศัพท์ค้างอยู่หน้าชาไม่น้อย กระนั้นก็ใช่ความผิดของเธอ เขาพยักหน้าอย่างเข้าใจ และเหมือนจะชื่นชอบไปอีก เมื่อรู้ว่านอกจากเป็นคนสวยที่ห้าวเป้งแล้ว ยังเป็นคนตรงไปตรงมาอีกด้วย โดยไม่ต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา
“ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้” แทนที่เขาจะถอดใจ กลับตอบออกไปแบบนั้น แน่นอนว่ามันทำให้คนฟังถึงกับอ้าปากค้าง และเลือกที่จะเงียบไป “เจอกันใหม่ครั้งหน้านะ”
ทันทีที่อีกฝ่ายพยักหน้าร่างสูงก็เดินออกมา ความคาดหวังที่ผิดพลาดทำให้เขาไม่มีแรงแม้แต่จะผลักประตู เหมือนกับว่าอีกฝ่ายปฏิเสธกันเร็วไป เขายังไม่ทันได้เริ่ม
“โทษทีพี่ รอนานเลย”
เหนือเมฆที่ติดเครื่องยนต์รออยู่ในรถหรี่ตามามอง เขาไม่ได้พูดอะไรนอกจากยกยิ้ม และถอยรถออกอย่างรวดเร็วเพราะรู้สึกว่าเสียเวลากับเรื่องนี้มากเกินไปแล้ว จนกระทั่งหลุดออกมายังถนนใหญ่ เพิร์ธเป็นฝ่ายถาม
“เป็นไงบ้างพี่”
“หมายถึงอะไร”
“ก็คนที่ผมจะจีบไง”
เขาเงียบไปอึดใจหนึ่ง ราวกับกำลังใช้ความคิด
“มึงแน่ใจนะ” หรี่ตามามอง ภายในนั้นเต็มไปด้วยความขบขัน “ว่ามึงไม่ได้โดนของ”
