บทที่ 6 เหนือ x หนึ่ง - เงื่อนไข
#คอนโดวันหนึ่ง
ร่างเล็กฝืนเปลือกตาอันหนักอึ้งให้เปิดขึ้น ทันทีที่มองเห็นเพดานสีขาวที่คุ้นเคยเธอก็ถอนหายใจพรืด แน่นอนว่ารู้สึกโล่งอกเป็นอย่างมาก ก่อนจะพยุงลุกขึ้นนั่งและลากสังขารไปยังห้องครัวหลังมั่นใจว่าบ้านจะไม่หมุน
(ไอ้ตู๋มันมาแทนมึงแล้ว พักเถอะ)
โทรศัพท์เครื่องบางแต่ไม่ได้หรูนักหนีบอยู่ระหว่างกกหูกับหัวไหล่ เนื่องจากเธอเอามือไปเปิดตู้เย็นและเทน้ำ แต่ทันทีที่ปลายสายพูดประโยคนั้นน้ำที่กำลังจะถูกกระดกก็ถูกถือค้างไว้
“บอกมันไปเรียน หนึ่งตื่นแล้ว เดี๋ยวเข้าไปเอง”
(มึงไหวแน่นะ)
“อืม”
(งั้นก็โทรไปบอกมันเองดิ พี่ขับรถอยู่ กำลังจะไปเปิดร้าน)
“ได้”
จบบทสนทนาวันหนึ่งก็ตัดสายทิ้ง เธอเลือกที่จะดื่มน้ำก่อนเพราะคอแห้งผาก จากนั้นจึงจะต่อสายหารุ่นน้องอีกคน
(พี่)
“เออ มึงไม่ต้องไปแล้ว ไปเรียนเลยอย่าขาด เดี๋ยวไปทำเอง”
(พี่ฟื้นแล้วเหรอ)
“แค่เมาเองตู๋ ไม่ได้ตาย”
ปลายสายเงียบไป ได้ยินแต่เสียงลม เธอที่กำลังหยิบน้ำแข็งก้อนเล็กมาเคี้ยวเล่นกลับต้องเงียบตามไปด้วย
(ผมลาแล้วอะ แล้วก็ขี่รถออกมาแล้วด้วย ถ้างั้นไปเจอกันที่ร้านละกัน พี่จะทำก็เรื่องของพี่ งั้นเดี๋ยวผมจะนอน)
“สรุปมึงจะขาดเรียน”
(วันเดียวเองพี่ ไม่เป็นไร)
“ตามใจ แค่นี้นะ จะอาบน้ำ เอ่อ..ขี่รถดีๆล่ะ”
(ครับๆ)
เสียงปลายสายฟังดูตื่นเต้นขึ้นทันทีอย่างถนัดตา วันหนึ่งส่ายหน้าให้กับสิ่งนั้นหลังจากตัดสายไป แล้วหมุนตัวเดินเข้าห้องน้ำโดยไม่ลืมหยิบผ้าเช็ดตัวจากราวมาพาดบ่า
หลายวันต่อมา
ที่สนามแข่งมีการฝึกซ้อมอย่างหนัก ได้ยินเสียงท่อของแต่ละคันดังผสานกันระงม เหนือเมฆมีหน้าที่มาฝึกซ้อมให้กับรุ่นน้องที่เพื่อนสนิทของเขาอัดฉีดเป็นสปอนเซอร์ให้ตามที่เขานั้นรับปาก ส่วนเวลาที่เหลือนำไปใช้กับงานโรงพยาบาลเป็นหลัก เนื่องจากว่าช่วงนี้หมอในแผนกเดียวกันหลายคนต้องไปดูงานที่ต่างประเทศบางคนพาผู้ป่วยไปเที่ยว ถึงแม้ว่าบุคลากรในโรงพยาบาลเอกชนจะมีมากพอ แต่การหายไปสักคนสองคนเขาคือผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง ยังไงก็หนักอยู่ดี เพราะการตรวจวินิจฉัย วางแผน และดูแลรักษาจะกลายเป็นหน้าที่ตัดสินใจของเขาทั้งหมด แล้วถ้าหากว่าเขาพลาดล่ะ ..จะเกิดอะไรขึ้น
“ที่โรงบาลเป็นไงบ้างพี่ ช่วงนี้ผมว่าพี่ดูเครียดๆนะ”
รุ่นน้องที่เงียบไปนานพอสมควรเงยหน้าขึ้นมาถาม หลังดับหน้าจอเรืองแสงบนโทรศัพท์ที่ก่อนหน้าใช้คุยแชทกับใครสักคน
“อืม ค่อนข้าง”
“ถึงว่าพี่ไม่มีสมาธิที่จะลงแข่ง”
“กูกลัวไม่มีสมาธิตอนผ่าตัดมากกว่า”
เขาพูดน้ำเสียงสบายๆราวกับไม่มีอะไรยาก หากแต่คนฟังตอนนี้ไม่ว่าจะครั้งไหนๆที่ได้ยินเรื่องนี้มีแต่จะอ้าปากค้างทั้งนั้น
“ผมนี่โคตรนับถือพี่เลยพี่เหนือ พี่นี่แม่ง..สุดยอด”
“อย่าชมกูมากไอ้สัส เดี๋ยวกูเหลิง”
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มทอดมองไปเรื่อย ต้องการเสพบรรยากาศตอนกลางคืนของสนามโดยรอบ ก่อนจะถอนหายใจพรืดก็ตอนก้มลงดูเวลา
“มึงไปซ้อมดริฟต์อีกสักสองรอบไป สี่ทุ่มละกูจะกลับ พรุ่งนี้มีผ่าตัดอีก”
“โอเค ว่าแต่พี่.. จะไปเป็นเพื่อนสักกับผมวันไหน”
เหนือเมฆขมวดคิ้ว มองคนตรงหน้าที่ดูท่าทางจริงจัง ทั้งที่เขาลืมเรื่องนี้ไปแล้ว
“ไอ้เพิร์ธนั่นมันเรื่องไร้สาระ”
“ผมจะจีบคนนี้จริงๆพี่ ช้าไปเดี๋ยวหมาคาบไปแดก”
“ไม่ใช่ว่าคาบไปแล้วเหรอ”
“โหพี่ ทำไมพูดแบบนี้วะ”
“มึงรู้ได้ไงว่าเธอโสด เธออาจจะมีผัว”
“ผมถามแล้ว เธอบอกว่าเพิ่งเลิกกับแฟน”
เหนือเมฆคลี่ยิ้มมุมปากก่อนจะส่ายหน้า หยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบ ซิปโป้ขึ้นมาจุด แล้วพ่นควันโขมง
“ถ้ามึงโอเวอร์สเตียร์เข้าตากูทั้งสามรอบ ผ่าตัดเสร็จพรุ่งนี้กูจะไปกับมึงเลย”
“จริงปะพี่”
“กูเคยพูดเล่นรึไง?”
“ได้พี่ งั้นจัดไป”
“ทั้งสามรอบนะมึง”
“ครับ”
