บทที่ 2 เหนือ x หนึ่ง - ติดช่าง
“โอเคพี่ ไปหาอะไรหวานๆกินซะนะ ผมว่าพี่ขาดน้ำตาลว่ะ”
ประโยคนี้เขาเหลือบตามองใบหน้าสะสวย ที่เหมือนจะแอบฟังอยู่ เพราะทันทีที่พูดจบเธอก็ช้อนตาขึ้นมามอง
“ใช้เวลาสักจริงๆ เร็วสุดคือหกโมง คุณเล่นนัดเพื่อนบ่าย จะไม่สักแล้วหรือยังไง”
“คุณแอบฟังผมคุยโทรศัพท์?”
“ฉันไม่ได้หูหนวกนะคุณ พูดเสียงดังขนาดนั้นถึงจะไม่ได้ยิน”
เพิร์ธถึงกับหลุดหัวเราะ เบือนหน้าไปทางอื่นราวกับกำลังคิด ช่างใจอยู่ว่าควรจะไปทางไหนดี ระหว่างสักให้เสร็จ กับไปสนามแข่งตามที่รับปากไว้ แต่พอนึกถึงหน้าเหนือเมฆ จินตนาการไปว่าถ้าเขาเบี้ยวนัด ผิดคำพูดที่ให้ไว้เล่าก็ เพียงแค่นั้นก็หันขวับมาทางเธอทันที
“ภายในเวลานั้น ช่างทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้นก็ได้ครับ ไว้คราวหน้าผมจะมาต่อ”
เพราะมันค่อนข้างเสี่ยงชีวิตสุดๆ
หญิงสาวฟังอยู่เงียบๆไม่ได้มองหน้าหรือแสดงท่าที เนื่องจากเหตุการณ์ในตอนนี้คล้ายกับเคยเกิดขึ้นกับเธอมาแล้วครั้งนึง ถึงขนาดทำให้เธอหวนกลับไปนึกถึงอดีต การถูกขัดจังหวะด้วยคนปลายสายแบบนี้ แต่น่าอายไปกว่านั้นจนทำให้ต้องลอบกลืนก้อนเหนียวหนืด จำได้ว่าในตอนนั้นเธอเปิดหน้าอกให้เขาเห็นไปแล้วด้วย
“อืม ยื่นแขนมาสิ”
“ครับ”
#ช่วงค่ำ
สนามแข่งรถ
เสียงท่อรถGT3 ดังระงมมาแต่ไกล เพิร์ธที่นั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนนักแข่งด้วยกันหันมอง เมื่อเห็นว่าเป็นลูกพี่ของตัวเองถึงกับลุกขึ้นพรวด ยกแขนขึ้นสุดปรบมืออย่างชอบใจ
“โหแม่ง อย่างเอา”
“มาจริงดิ”
“สาบานว่ามึงไม่เห็น”
โต้เถียงกับเพื่อนในกลุ่ม เพราะไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะโผล่มาในตอนกลางคืนของวันธรรมดาแบบนี้ เพราะปกติติดเคสผ่าตัดตลอด
“เหลือจะเชื่อ”
“กูเป็นก่อนมึงตั้งแต่ที่รู้ว่าเขาเป็นหมอ เชี่ยจับทั้งมีดทั้งพวงมาลัย นี่มันเทพลงมาจุติชัดๆ”
ใครก็ต่างรู้ดีนี่ไม่ใช่การสปอยล์เกินกว่าเหตุ ทว่าเป็นเรื่องจริงที่ใครหลายคนต่างต้องยกโล่ให้ ว่าเขา *เหนือเมฆ เป็นทั้งนักแข่งมืออาชีพและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง ที่สามารถนำทั้งสองอย่างมารวมด้วยกันอย่างลงตัว สำหรับคนอื่นอาจจะมองว่ายาก แต่สำหรับคนที่มีใจรักการแข่งรถชอบความเร็วเป็นชีวิตจิตใจมักมองว่าเป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว
ในขณะเดียวกันเขาก็รักครอบครัว การเรียนหมอส่วนหนึ่งมาจากการคาดหวังจากครอบครัว อีกส่วนหนึ่งเป็นความฝันของเขาเอง และเพราะสาเหตุนี้เขาจึงทำมันดีทั้งสอง ไปพร้อมๆกัน แน่นอนว่าหากสามารถทำตามความฝันของพ่อแม่ได้ พร้อมกับทำตามฝันของตัวเองไปด้วย เมื่อไม่มีอะไรผิดพลาด จึงไม่มีใครห้ามหรือขัดขวาง ถึงลึกๆครอบครัวจะไม่สนับสนุน เพราะมันเสี่ยงอันตรายจนเกินไปก็ตามเถอะ
“ไหนรอยสักมึง สักตรงไหน กูดูสิ”
มาถึงเหนือเมฆก็เตรียมสับรุ่นน้องอย่างเพิร์ธเลยทันที ให้สมกับที่กล้ายกสิ่งนี้สำคัญกว่าการลงสนามเพื่อซ้อม
เจ้าของรอยสักบ่ายเบี่ยงด้วยการเดินหนีในทีแรกกลับถูกเขาดึงคอเสื้อจนหน้าหงาย กลายเป็นว่าเพิร์ธต้องทำตามและยอมจำนนแต่โดยดี เขาเลิกแขนเสื้อขึ้นให้เห็นรอยสักที่อยู่ในขั้นตอนของการเริ่มเดินเส้นตามลายที่เลือกเอาไว้
“แค่เนี่ย?”
“ใช่สิ ก็พี่เล่นโทรมาขัดจังหวะ เสียดายได้อยู่กับช่างแค่แปปเดียวเอง”
“สรุปมึงไปสัก หรือไปเสี่ยวช่าง?”
“โหพี่ อย่าพูดแบบนั้นผู้หญิงเขาเสียหาย.. แต่ถ้าได้เสี่ยว ก็ดีดิ ผู้หญิงอะไรไม่รู้โคตรน่ารักเลย แต่ดูท่าจะยากว่ะพี่.. ดุชิบหาย”
เหนือเมฆเลิกคิ้วสูง ก่อนส่ายหน้าเอือมระอา
“แบบนี้มึงก็ต้องไปสักให้เสร็จอะดิ”
“ใช่สิ พี่จะให้มันจบแค่นี้รึไง”
“แบบนี้ก็ดีนะกูว่า เหมาะกับมึงดี ลายไรวะ..นกฮูก?”
“ฟีนิกซ์โว้ยพี่! มองยังไงเนี่ย ไม่มีความป็นศิลปิน”
“แน่สิ กูสายวิทย์คณิต”
เสียงหัวเราะลั่นของเหนือเมฆเรียกให้น้องสาวของเพื่อน ซึ่งเป็นเจ้าของสนาม เดินออกมาจากห้องหนึ่ง
“พี่เหนือคะ พี่เจนเรียกค่ะ”
“อ่า”
เขาหันไปพยักหน้า ก่อนจะเดินตามแล้วหายเข้าไปในห้องนั้น โดยไม่วายหันมาสั่งรุ่นน้อง
“ไปดื่มต่อกับกูเปล่า ถ้าไปมึงรอ กูคุยธุระแปป”
“โอเคครับ..”
