บทที่ 16 เหนือ x หนึ่ง - โชคช่วย
เกือบอาทิตย์ที่เธอใช้ชีวิตอย่างสงบ หลังจากออกมาจากคอนโดเก่าและไม่ได้ไปทำงานที่ร้านสักลายสักพัก ทีแรกกะให้เรื่องนี้เงียบ หรือเซนต์เลิกตามเธอจึงจะกลับไปทำงานต่อ แต่ด้วยค่าใช้จ่ายที่จะต้องใช้สอยในแต่ละวันเธอจึงกังวลว่าเงินเก็บจะหมดลง จึงอยู่เฉยนานไม่ได้ จะต้องหางานเสริมทำในระหว่างนี้
ในขณะที่เธอนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ในร้านสะดวกซื้อและกำลังหางานในอินเตอร์เน็ตไปด้วยอยู่นั้น จู่ๆ มีใครบางคนเดินเข้ามาสะกิด เธอชะงักหลังที่หันไปเห็นว่าเป็นหลินผู้หญิงที่เจอในร้านก๋วยเตี๋ยววันนั้น หากแต่วันนี้เธอมาคนเดียว ไม่เห็นคนชื่อเพลิงแฟนของเธอมาด้วย
“คะ”
“วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอ”
วันหนึ่งจ้องหน้าหล่อนตาไม่กะพริบและไม่ตอบในทันที พร้อมสีหน้าที่เรียบเฉยไม่ใช่ว่าเธอหยิ่ง ทว่าสมองกำลังประมวลผล ถึงความเป็นกันเองของอีกฝ่ายที่เหมือนจะมีมากจนเกินไป ในขณะที่มันไม่ใช่นิสัยของเธอเลยสักนิด จึงเป็นเรื่องปกติถ้าเธอจะงงเป็นพิเศษ และเข้าไม่ถึงสิ่งนั้น แต่ก็ยังเลือกที่จะยิ้มน้อยๆกลับไปให้ พร้อมคำตอบที่นุ่มนวล
“กำลังหาอยู่ค่ะ”
“หืม? หางานเหรอ”
เพียงแค่คำตอบสั้นๆเพียงคำตอบเดียว กลับทำให้ร่างเล็กที่เหมือนเจตนามาแค่จะทักทายกันเฉยๆในทีแรก ลากเก้าอี้ใต้โต๊ะออกมานั่งข้างกัน วันหนึ่งเอียงคอ ปิดหน้าจอโทรศัพท์ที่ค้างไว้ เพื่อที่จะคุยกับหล่อนอย่างตั้งใจ
“ค่ะหางาน พอดีที่ทำงานเก่าหนึ่งมีปัญหานิดหน่อยเลยพักเอาไว้ ตอนนี้ที่จะหาคืองานพาร์ทไทม์ พี่พอจะมีที่แนะนำ..”
“ไปทำกับพี่ไหมล่ะ”
ไม่ทันที่สาวเจ้าจะพูดจบ ก็ถูกอีกคนสวนแทรกขึ้นมา คิ้วคู่สวยเลิกสูง ในขณะแววตาเต็มไปด้วยความแปลกใจ แต่อีกคนกลับยิ้มกรุ้มกริ่ม
“งานอะไรเหรอคะ”
“เรซควีนน่ะ สนใจไหม”
“เอ่อ..หนึ่งไม่..”
“พี่พอจะรู้ว่าเราค่อนข้างติสท์ แต่รู้ไหมว่าทรงเอย หน้าตาเอย มันเหมาะหมดเลย เสียดายนะถ้าหนูไม่ลองเก็บไปคิดดูก่อน”
“ทำไมพี่ดูจริงจังนักคะ”
ยอมรับว่าวันหนึ่งเริ่มกลัวแล้ว เพราะพี่สาวข้างๆหล่อนค่อนข้างเป็นคนแปลก ทั้งที่เธอแสดงสีหน้าให้เห็นอย่างชัดเจนว่ากำลังกังวล ถึงได้ดึงศีรษะถอยห่างออกไป เอ่ยถามสีหน้าฉงน
“สารภาพก็ได้ พี่น่ะเล็งน้องตั้งแต่แรกแล้ว”
“หมายถึงจะให้ไปทำงานนี้นะเหรอคะ”
“อืมฮึ” หลินยักคิ้ว และรอยยิ้มกว้างของหล่อนก็ทำให้วันหนึ่งถึงกับยิ้มเจื่อน “แฟนพี่เป็นนักแข่งรถ ส่วนพี่ฝ่ายอีเวนท์ออแกไนซ์”
พลันพยักหน้าให้กับข้อมูลใหม่ที่ได้รับมาด้วยใบหน้าที่ทึ่ง
“อ่าฮะ..”
วันหนึ่งเก็บคำแนะนำของเพื่อนใหม่ที่เพิ่งจะเจอกันเพียงสองครั้งกลับคิดที่ห้อง ถึงเธอจะไม่เข้าใจเนื้องานแบบถ่องแท้ แต่คำว่าเรซควีนก็พอจะผ่านหูมาบ้าง คงเป็นงานดูแลนักแข่ง กางร่มให้ประมาณนี้ ซึ่งเป็นงานที่ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับค่าตอบแทนที่จะได้มา แถมไม่ได้ทำทุกวัน มีเฉพาะวันแข่ง เรียกได้ว่าทุกอย่างดีหมด ยกเว้นความกล้าของเธอ เนื่องจากว่าเธอไม่ค่อยชอบที่ที่มีคนเยอะ และไม่ชอบเป็นจุดเด่นสักเท่าไหร่
“เอาไงดี..”
หญิงสาวช่างใจ ทั้งที่ใจมากกว่าครึ่งเทไปทางนั้นแล้ว
ติ้ง!
แชทหลิน
หลิน : ทักทายจ้าน้องหนึ่ง
วันหนึ่งละสายตาจากวิวข้างล่างมายังโทรศัพท์ในมือ หลังเธอเดินมารับลมที่ระเบียง และผ่อนคลายไม่อยากให้รู้สึกว่าอุดอู้มากเกินไป เพื่อไม่ให้หาเรื่องไปหาอะไรทำข้างนอกเสี่ยงให้ลูกน้องของเซนต์เห็นแล้วถูกจับได้
วันหนึ่ง : ค่ะพี่
หลิน : โทษทีนะ ทั้งที่เพิ่งจะแยกกันเมื่อกี้
วันหนึ่ง : ไม่เป็นไรค่ะ พี่หลินมีอะไรหรือเปล่าคะ
หลิน : คือ อย่าหาว่าพี่เร่งอะไรเลยนะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว แฟนพี่เขาเพิ่งจะโทรมาบอกว่า จะมีการแข่งเรซล่าสุดอาทิตย์หน้า เผื่อว่าน้องหนึ่งสนใจ จะได้ล็อคเป้าไว้เลย พี่ไม่ต้องรับคนอื่นอยู่ไง สนใจไหมคะ เงินดีน้า..คนสวย
อ่านจบสาวเจ้าก็ยืนนิ่ง สมองตอนนี้กำลังปั่นป่วนอย่างหนัก คล้ายถูกประมวลอย่างเร่งด่วนจนปรับสภาพไม่ทัน ไม่มีเวลาให้คิดนาน และเมื่อช่างใจไตร่ตรองถี่ถ้วนแล้วว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะไม่คว้าโอกาสครั้งนี้เอาไว้ จึงตัดสินใจในทันที
วันหนึ่ง : ค่ะพี่หลิน ลองดูก็ได้ค่ะ แต่หนึ่งไม่เคยทำนะ ไม่มีประสบการณ์
หลิน : ไม่เป็นไรเลยค่ะน้องหนึ่ง งานไม่ได้ยากอะไร อย่างหนูพี่แนะนำครั้งเดียวคงจะเป็นมือชีพได้เลย ถ้าอย่างนั้นรายละเอียดส่งให้คร่าวๆก่อนนะคะ จะได้เตรียมตัว ไม่ตื่นเต้นเกิน”
วันหนึ่ง : ค่ะพี่
เธอมองหน้าจอที่มีเครื่องหมายอ่านแล้วทิ้งท้าย มานึกลังเลอีกทีก็ตอนตกลงปลงใจไปแล้ว พลางถอนหายใจพรืด
“ถือว่าชะตานำพาก็แล้วกันนะ..”
ด้านของเหนือเมฆ
หลังเคลียร์งานที่โรงพยาบาลเสร็จ เขาก็ขับรถกลับเพนท์เฮาส์ วันนี้อาคีราเพื่อนสนิทของเขาอีกคน จะมาหาเขาที่นั่น และเมื่อมาถึงเขาก็มาถึงพอดีเช่นเดียวกัน
“ได้ข่าวว่าเรซนี้มึงจะลง”
ควันบุหรี่พวยพุ่งไปทั่วระเบียงห้อง ดวงตาคมกริบไม่ได้หันมาหาคนถาม แต่เหม่อมองออกไปยังวิวทิวทัศน์เบื้องหน้า ที่เห็นเส้นทางทั้งเดินรถ เดินเรือ ภูเขาเล็กๆสีเขียวขจีอยู่ในที่ไกลๆ
“อืม ถูกท้าให้ลงจากฝั่งตรงข้าม”
“มันลงด้วย?”
“อ่า นานมากแล้วที่ไม่ได้เจอกัน อุตส่าห์กลับมาจากเมืองนอกเพื่อมาลงสนามที่นี่ กูที่เป็นเจ้าบ้านก็ต้องต้อนรับดีๆหน่อย”
อาคีราพยักหน้า ความเงียบขรึมของเหนือเมฆในตอนนี้เป็นชนวนเหตุให้เขาคิดไปไกล ว่าการแข่งขันที่ว่าไม่ธรรมดาแน่นอน หากเพื่อนของเขารับคำท้า ถึงขั้นลาพักร้อนอุ่นเครื่องเตรียมลงสนามตั้งแต่เนิ่นๆแบบนี้
“แล้วเรื่องอัดฉีดเอายังไง จะให้กูเพิ่มกี่เท่า”
เหนือเมฆเงียบไปอึดใจ พลางยกยิ้ม คราวนี้เขาหันกลับมามองหน้าเพื่อน
“แล้วแต่เลย เพราะยังไงกูชนะอยู่แล้ว”
