บท
ตั้งค่า

บทที่ 15 เหนือ x หนึ่ง - หนี

ใครจะรู้ว่าไม้ตายที่ถูกงัดออกมาใช้ของโจครั้งนี้จะได้ผล เมื่อร่างเล็กเอาแต่ยืนนิ่งเม้มปากแน่น ประหนึ่งกำลังคิดหนัก พลางพ่นลมหายใจออกมาแทนคำตอบ ที่ทำให้โจเห็นแล้วคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจออกมา

“เรื่องไอ้เซนต์มึงไม่ต้องกังวลหรอก ร้านกูพังกูก็แค่ซ่อม แต่ถ้ามันกล้าถึงขนาดนั้น ก็ลองดูกันสักตั้ง”

หญิงสาวมองหน้าเขาตาไม่กะพริบ คราวนี้ใช้ดวงตาซาบซึ้งที่เต็มไปด้วยน้ำหล่อเลี้ยงเคลือบจนกลายเป็นกระจกใส ขอบตาร้อนผ่าวเป็นสีแดงก่ำ ไม่นานก็ถูกปล่อยลงมาเป็นสาย เมื่อกลั้นเอาไว้ไม่ไหว

“ขอบคุณนะพี่”

“ห่าเอ๊ย.. ร้องไห้ไม่สมกับเป็นมึงเลยนะหนึ่ง”

“พี่นั่นแหละ พูดให้หนึ่งร้อง คนนะโว้ยไม่ใช่พระอิฐพระปูน ถึงจะได้แข็งแกร่งตลอดเวลา”

คนฟังหัวเราะร่วน พลางยื่นมือมาวางไว้บนบ่าเล็กและออกแรงบีบเบาๆ

“อย่าไปเครียด มันก็คนเหมือนกับเรา จะเหนือกว่าคนอื่นได้ไง”

“ฮึก..”

“ที่พูดน่ะเข้าใจไหม”

“อือ เข้าใจ”

“ถ้างั้นก็กลับไปได้แล้ว ไสหัวออกไปจากร้านกู อีกสิบห้าวันค่อยมาเจอกัน”

ช่วงค่ำที่ห้องของเธอ หลังจากกลับมาจากร้านสักตามที่โจปรารถนาจะให้เป็น ร่างเล็กก็เอาแต่นั่งเป็นผักอยู่ข้างเตียง เธอเลือกที่จะนั่งบนพื้นเพราะมันเย็นดี

ติ๊ง!

เสียงแจ้งเตือนเรียกสติเธอกลับคืนมา และพบว่าความเหนื่อยหน่ายทำให้เธอขี้เกียจแม้กระทั่งเดินไปเปิดไฟในห้อง พอโทรศัพท์ถูกสะกิดให้จอเปิดแสงสว่างเข้าหน่อย ความสว่างโล่ก็แยงตาซะจนต้องหลับตาปี๋

แชทตู๋

ตู๋ : ย้ายคอนโดไม่เห็นบอกกันเลย ไหนจะเรื่องลาออกจากงานอีก นี่พี่กะจะไม่เห็นหัวผมเลยใช่ไหม

หลังจากนั้นต่อให้รู้สึกไร้เรี่ยวแรงแค่ไหน จำเป็นแล้วที่เธอจะต้องลุก เพื่อไปเปิดไฟ หาน้ำกินและต่อสายหาเจ้าของข้อความนั้น ที่ส่งมางอแงไม่เข้าท่า

(พี่นี่ใจดำกว่าที่คิดอีกนะ)

“กล้าด่ากูเลยเหรอตู๋”

(ผมจะโกรธพี่เลยด้วยซ้ำ ขืนเป็นแบบนั้นจริง นี่ใจคอจะไม่บอกกันเลยใช่ปะ ถ้าพี่โจไม่พูด พี่คิดจะปิดบังผมไปถึงเมื่อไหร่ หรือจริงๆแล้วอยากจะตัดขาดกันไปเลย)

“พี่โจนี่แม่ง..” ร่างเล็กแค่นหัวเราะ “จะมีสักครั้งไหมที่เก็บความลับให้กูได้”

(ผมตื๊อเขาเองแหละ รายนั้นก็แข็งแกร่งใช้ได้เหมือนกันกว่าจะบอก เล่นเอาผมนี่หมดแรง บอกมาเลยพี่อยู่ไหน ผมจะไปหา)

เสียงถอนหายใจเกิดขึ้นอีกครั้งหลังได้ยินคำนั้น ก่อนตู้เย็นที่ถูกเปิดออกจะค้างเอาไว้ เพราะเธอมัวแต่คิดเรื่องที่ปลายสายถาม จนลืมแล้วว่าเปิดฝาตู้เย็นออกมาเพื่อจะหยิบอะไร

“สักพักก่อนได้ไหมตู๋ ถ้าอยากเจอจริงกูจะออกไปหาเอง ตอนนี้ขอกูเก็บตัวสักพักเถอะ มึงก็รู้มันอาจจะตามมึงมา”

(มันจะเอาจริงขึ้นมาแล้วหรือไง)

คำถามนั้นย้อนให้เธอกลับไปนึกถึงคนที่เข้ามาช่วยเหลือเธออย่างไม่เกรงกลัว และนั่นเป็นชนวนเหตุให้เซนต์เข้าใจผิดและกลับมาแก้แค้นก็เป็นได้ หลังจากนี้เดาว่ามันคงจะไม่ปล่อยเธอ และคงกระทืบเธอจนจมตีนอย่างหลายครั้งที่เคยทำ จนเกิดฟางเส้นสุดท้ายให้เธอต้องเลิกรา และหนีหัวซุกหัวซนอย่างเช่นทุกวันนี้ ที่กินระยะเวลาไปสามเดือนแล้ว

“เออ”

ปลายสายได้ยินเช่นนั้นถึงกับเงียบ

(ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่พี่นะ ผมจะเคารพการตัดสินใจของพี่ มีอะไรให้ช่วยก็โทรมาได้ตลอด อย่ามองข้ามกันอีกล่ะ)

จากนั้นประโยคนุ่มนวลนี้ของเขาทำให้คนฟังอย่างเธอ ที่รู้สึกโดดเดี่ยวมาก่อนหน้านี้ถึงกับคลี่ยิ้ม ยิ้มน้อยๆพลางถอนหายใจแผ่วเบา

“อืม ขอบใจนะตู๋ มึงนี่แม่ง..แสนดีกับกูสุดๆ คิดอะไรกับกูไหมเนี่ย”

(เอาจริง พี่ก็รู้ผมคิดอะไร ไม่น่าถามเลยว่ะ)

ไม่นานก็ต้องหุบยิ้มทันควัน กลายเป็นแห้งเจื่อน หลังจากรับรู้ว่าประโยคที่เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มเรียบเมื่อกี้นี้ มาจากความรู้สึกที่เอาจริง

“จ้า พี่เข้าใจแล้วไอ้น้องรัก ไม่เห็นต้องทำให้พี่สาวคนนี้ใจเต้นแรงเลย”

(พี่สาว? อ่า..อะไรกันวะเนี่ย)

และแน่นอนว่าเธอไม่ได้คิดกับเขาแบบนั้น สำหรับตู๋อย่างไรก็ยังเป็นได้แค่น้องชาย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel