Episode 07 ไม่มีอะไรที่ต้องสงสาร
“ตามไปส่งถึงบ้านเลยเหรอค่ะพี่คีย์” ทันทีที่ผมเดินเข้ามาในร้าน เมษาก็เอ่ยแซวผมทันที
“รู้ได้ยังไง” ผมถามด้วยสีหน้าที่สงสัยว่ายัยตัวเล็กนี่รู้ได้ยังไง เพราะก่อนออกจากร้านผมก็ไม่บอกใครพูดอะไรกับใครเลย
“555 พอดีเขาโทรมาบอกนะคะว่ามีโรคจิตขับรถตาม”
“ห๊ะ!” ร้องห๊ะเลยครับ
“555 กูเพิ่งรู้ว่ามึงเป็นโรคจิต” เป็นเสียงของไอ้ขุนครับ มันเพิ่งเดินออกมาจากห้องสัก เดินเข้ามานั่งลงข้าง ๆ เมษา ก่อนที่จะใช้มือหนึ่งลูบหัวเมษาอย่างเอ็นดู
“ไปหวานกันไกล ๆ ไป” เห็นแล้วหงุดหงิดครับ
“ฮ่า ๆ”
ผมเดินหนีมันเข้ามาในห้องสักของตัวเอง ก่อนที่จะนั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่ หยิบมือถือออกมาดูว่ามีข้อความของน้องตอบกับมาบ้างหรือเปล่า สรุปก็ไม่มีครับ แอดเฟสไปน้องก็ไม่รับครับ เลยทำได้แค่นั่งส่องเฟสน้องเท่านั่น
เลื่อนฟิตเฟสไปมา จนมาสะดุดอยู่ที่โพสต์หนึ่งของน้องครับ
Candy
โพสต์เมื่อ 2 นาทีที่แล้ว
[รูปภาพ วิวทะเลกับพระอาทิตย์]
แคปชั่น- คนเดียวมันก็ไม่ได้แย่เท่าที่คิด ดีสะอีกที่ได้ออกไปเรียนรู้ชีวิต อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าคนรอบ ๆ ข้าง มันจริงใจมากกว่าคนที่รู้จักกันมานานนับหลายปี
ผมไม่รู้หรอกนะว่าน้องเจออะไรมาบ้าง วันแรกที่เจอน้องสายตาของน้องมีแต่ความเศร้าความผิดหวัง แต่ก็ยังดีนะครับที่น้องไม่ได้ปิดกั้นตัวเอง น้องยอมรับฟังคำสอนของผม แต่แค่ยอมรับฟังเท่านั่นแหละครับ ส่วนจะทำตามไหมอันนี้ไม่รู้
ผมเลิกสนใจโพสต์ของน้องก่อนจะเก็บโทรศัพท์มือถือแล้วเดินเข้าไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น กะว่าวันนี้จะชวนพวกมันไปร้านนั่งชิวสักหน่อยครับ ไปเอาบรรยากาศ
“ไอ้ทิวอะ” เดินออกมาจากห้องก็หันไปถามไอ้ขุนก่อนเลยครับ เพราะตั้งแต่เช้ามายังไม่เห็นหน้าไอ้ทิวเลย
“ไปหาป่านมั้ง” ป่านคือคนที่ไอ้ทิวตามจีบอยู่ตอนนี้ครับ น้องเรียนอยู่คณะบริหารปีสองครับ ไอ้ทิวเคยพามาให้เจอแล้วครั้งหนึ่ง
“มันเอาจริงใช่ไหมคนนี้”
“มันกับมึงนิสัยเดียวกัน” ไอ้ขุนส่งสายตามองมาที่ผม มันรู้ว่าผมเป็นคนยังไง พวกเราคบกันมานาน นานจนรู้ถึงสันดานแล้วครับ
“แต่เรื่องของมันยังเคลียร์ไม่จบ แต่เรื่องของกูเคลียร์จบแล้วไง” เรื่องที่ว่าคงไม่พ้นเรื่องของผู้หญิงหรอกครับ
“มึงแน่ใจ?”
“แน่ใจ”
“คีย์!” เสียงเรียกจากทางด้านหน้าร้าน ทำให้ผมหันกลับไปมองตามเสียกเรียกนี้
“หวาย!” ปัญหาของผมมาแล้วครับ หวายคือแฟนเก่าของผมเองเราเลิกกันไม่ดีเท่าไหร่นัก เธอเป็นคนเลือกเขาไม่ใช่ผม ส่วนคนแพ้อย่างผมก็แค่ทำใจครับ
“ฮึก!” อยู่ ๆ เธอก็ร้องไห้ออกมาเสียดื้อ ๆ
“มาทำไม”
“หวายไม่เหลือใครแล้ว”
“แล้วยังไง”
“ฮึก! หวายไม่มีที่ไป”
“นั่นมันเรื่องของหวาย ไม่มีที่จะให้อยู่เหมือนกัน” ใครจะมองว่าผมใจร้าย หรือใจดำก็ชั่งเพราะสิ่งที่ผมเจอมามันใจร้ายยิ่งกว่านี้อีกครับ
“แต่…”
“มาทางไหน เชิญกลับไปทางนั้น” ผมพูดกับเธอด้วยความใจเย็นที่สุดแล้ว ก่อนจะส่งสายตาไปที่ทางประตูร้าน
“ไม่สงสารกันหน่อยเหรอคีย์”
“ไม่มีอะไรที่ต้องสงสาร”
“แต่เราก็เคยรักกันนะคีย์ หวายไม่มีที่ไปแล้วจริง ๆ”
“หึ! ก็แค่เคยนะ คีย์จำได้ว่าหวายไม่ได้เลือกคีย์นะ”
“...”
“มันเกือบจะดีอยู่แล้วหวาย เกือบดีแล้วจริงๆ”
“...”
“กลับไปเถอะ ก่อนที่จะหมดความอดทน”
ผมพูดจบก็เดินออกไปจากร้านทันที ไม่ได้ฟังเสียงเรียกเสียงร้องไห้ของใครหรอก ผมไม่สนใจแล้ว เมื่อก่อนเสียงของเธออาจจะมีผลต่อหัวใจของผม แต่ตอนนี้มันไม่มีอีกแล้ว ตั้งแต่วันที่เธอเลือกจะไป ผมเองก็เลือกที่จะลืมเช่นกัน
กว่าจะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้มันก็ใช้เวลาพอสมควร สิ่งที่ผมเจอมันก็ทรมานเช่นกัน แต่ผมก็หวังว่าน้องเองก็จะผ่านมันไปได้เช่นกัน เหมือนที่ผมเคยผ่านมาแล้ว
ครืด~~~ ครืด~~~
“ฮัลโหลครับ”
{พี่คีย์เหรอคะ? } เป็นเสียงของผู้หญิง ผมถึงกับต้องมองเบอร์มือถือใหม่อีกครั้งเลยครับ เป็นเบอร์ของน้องที่โทรเข้ามา
“ครับ”
{อย่าบอกนะคะ ว่ารถคันนั้น}
“ครับ พี่เอง”
{คิดอะไรกับหนูปะเนี่ย}
“ครับ คิด”
{...} ถึงกลับเงียบไปเลยครับ
“แล้วหนูโทรมามีอะไรหรือเปล่า”
{พอดีอยากรู้ว่าคนส่งข้อความมาเป็นใครนะคะ เลยลองโทรดูค่ะ}
“อ๋อ”
{งั้นแค่นี้นะคะ ขนมไปทำธุระก่อน}
พอน้องพูดจบ น้องก็วางสายผมเลยครับ ไม่รอให้ผมพูดอะไรต่อเลย ผมเดินออกจากร้านมาเลื่อยๆ เดินมานั่งสงบอารมณ์ที่ชายหาด ผมไม่รู้หรอกว่าหวายกลับมาทำไม แต่ผมจะไม่เดินเข้าไปหาปัญหาแน่นอน เป็นไปได้ผมจะอยู่ห่างให้ได้มากที่สุด
ผมไม่ได้คิดอะไรกับหวายแล้ว เพราะเธอห่างหายไปจากชีวิตผมนานมากแล้ว ความรู้สึกที่มีต่อเธอมันก็ไม่หลงเหลืออยู่แล้ว เหลือแค่ความเป็นเพื่อนเท่านั้นแหละครับที่มีให้ แต่ถ้าเธอยังดันทุรังที่จะกลับเข้ามาในชีวิตผม แม้แต่คำว่าเพื่อนก็คงจะให้เธอไม่ได้อีกแล้ว
***
ชอบตรงที่พี่คีย์เด็ดขาดกับความรู้สึกตัวเอง ชอบที่พี่คีย์ไม่ใจโลเล อะไรที่เคยทำให้เจ็บ พี่คีย์ก็ไม่คิดที่จะกลับไปเจ็บอีก
