บท
ตั้งค่า

My Baddy [1] เป็นที่หนึ่ง

            บนโต๊ะอาหารลายไม้หินอ่อนตัวยาว บนโต๊ะมีอาหารหน้าตาน่าทานหลายอย่าง มื้อเช้าไม่ได้มีเพียงข้าวต้มเท่านั้น มีอาหารอเมริกัน จีน ยุโรป ล้วนมีครบเพียงนายของบ้านหลังนี้ต้องการ

            “มื้อเช้าวันนี้คุณผู้หญิงรับข้าวต้มกุ้งเหมือนเดิมไหมคะ” มะนาวแม่บ้านสาววัยรุ่นเอ่ยถามคุณหญิงของบ้านด้วยความเคารพ

            “เหมือนเดิมจ่ะ มะนาว”

            “แล้วลูกชายของฉันยังไม่ลงมาอีกหรือ” ศิริลักษณ์เอ่ยถามขณะเดินมานั่งบนเก้าอี้พร้อมกับสายตาจ้องนาฬิกาแบรนด์ดังบนข้อมือ มะนาวเห็นคุณหญิงนั่งลงจึงเดินอ้อมนำอาหารร้อน ๆ เข้ามาเสิร์ฟ

            “อ่านหนังสือตั้งแต่เมื่อวานเย็นแล้วค่ะคุณผู้หญิง”

            “แม้นเอาข้าวขึ้นไปให้ ทานเพียงนิดเดียวเองค่ะ” ป้าแม้นเป็นป้าของมะนาวทำงานที่บ้านตระกูลดังนี้มาหลายสิบปีตั้งแต่สมัยสาว ๆ เอ่ยสมทบ หลังจากเจ้านายสุดหล่อบนบ้านทานอาหารเหลือเยอะเกือบทุกวัน

            “เอ๋ มีใครแถวนี้ไปกดดันลูกหรือเปล่านะ” ชินวัฒน์ เดินลงมานำเสื้อกาวน์พาดลงเก้าอี้ ถึงอายุจะปาไปเลขสี่ปลาย ๆ ก็ไม่ได้ทำให้ความหล่อลดลง ภายในกรอบแว่นใสนั้นก้มลงหลบสายตาภรรยาเล็กน้อย

            “ผมไม่ได้กกดดันอะไรลูกเลย”

            “คุณก็รู้ว่าลูกได้นิสัยใครมา” ชินวัฒน์ตอบกลับภรรยาตรงหน้าหน้าตาเฉย สมัยเขาเป็นหนุ่ม ๆ ก่อนจะได้รับช่วงต่อจากตระกูล ซึ่งฝั่งบ้านของเขานั้นทำธุรกิจโรงพยาบาลและโรงเรียนทำให้เขาถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก เริ่มเรียนรู้จับธุรกิจก่อนวัย ซึ่งนิสัยรวมถึงแนวคิดต่าง ๆ ของเขาก็ได้มาจากผู้เป็นพ่ออีกที และตอนนี้เขานั้นมีลูกชายเพียงคนเดียวก็หวังว่าลูกจะมาดูแลต่อ แต่เขานั้นก็ทำใจไปแล้วส่วนหนึ่งเพราะเขาไม่อยากกดดันหรือบังคับอะไรลูกที่เขาก็แทบจะไม่ได้ใช้ชีวิตในวัยรุ่นมันเท่าไหร่

            “ค่ะ คุณชินวัฒน์” 

            “เป็นไร หืม”

            “ฉันไม่อยากกดดันลูก” ซึ่งเราทั้งคู่ตั้งใจจะมีลูกเพิ่มแต่ทว่าเราทั้งคู่กลับต้องผิดหวัง เพราะการตั้งครรภ์แต่ละครั้งเกิดความเสี่ยงมากมาย ศิริลักษณ์มีภาวะครรภ์เป็นพิษต้องนอนโรงพยาบาลหลายคืน ทำให้เราทั้งสองตัดสินใจมีลูกเพียงคนเดียว แน่นอนว่าเราทั้งสองห่วงลูกมาก

            “วันนี้ผมมีผ่าตัดหลายเคส และมีประชุมบอร์ดโรงเรียนอีก”

            “ผมไปก่อนนะครับ” ชินวัฒน์ลุกขึ้นไม่ลืมที่จะหยิบเสื้อกาวน์ไปด้วยพร้อมกับรีบเดินอ้อมไปหลังภรรยาและโน้มลงไปหอมแก้มอย่างที่เคยทำทุกวัน แม้นกับมะนาวที่บริการคุณท่านทั้งสองเสร็จก็รีบออกไปทำงานอย่างอื่นทันที

            “ฟอดดดด ชื่นใจจัง” 

            “บ้า เขินนะคะ”

            “เขินอะไร ผมทำทุกวัน” จากนั้นก็รีบตรงไปลานจอดรถอย่างรวดเร็ว 

            หลังจากสามีออกไปทำงานแล้ว ส่วนเธอไม่ได้รีบร้อนกับการต้องออกไปทำงานเพราะเธอคือผู้บริหารสูงสุดของห้าง S ONE CENTER และตอนนี้ส่วนของห้างไม่ได้มีปัญหาอะไร นั่นก็ไม่ทำให้คลายกังวลว่าลูกชายของเธอจะเครียดมากไปหรือเปล่า ไวมากกว่าความคิดตอนนี้เธอมาอยู่หน้าประตูห้องนอนของลูกแล้ว

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

            เมื่อเคาะประตูเสร็จเห็นว่าประตูไม่ได้ล็อคศิริลักษณ์จึงถือวิสาสะผลักประตูเข้าไปภายในห้องโทนสีดำเทา ห้องนอนตกแต่งแต่โทนสีนี้แม้แต่ผ้าปูที่นอน ฝั่งซ้ายมือถูกจัดเป็นโซนโต๊ะทำงานที่บนโต๊ะไม่ต่างจากห้องสมุด มีหนังสือตั้งเรียงรายไว้ไม่รู้กี่ชั้น และลูกชายสุดที่รักของเธอกำลังก้มลงมองตัวหนังสือพร้อมรูปภาพร่างกายมนุษย์ ไม่เพียงเท่านั้น หน้าจอคอมพิวเตอร์ยังโชว์คลิปวิดิโอผ่าตัดเบื้องต้นอีก

            “ซันลูก” 

            “ซันไม่ได้กดดันจนเกินไปใช่ไหม” เจ้าของชื่อหันมาหน้ามามองผู้เป็นแม่ ใบหน้าหล่อถอดแบบพ่อมาไม่มีผิดต่างกันตรงที่ผู้เป็นพ่ออายุมากกว่า ซัน ชวิศ สหบวรเกียรติ เจ้าของส่วนสูง 180 ตาคม ผิวขาวอมชมพูไม่ต่างผิวผู้หญิง อายุย่างเข้า 18 มาดๆ

            “ไม่ครับ ผมชอบ” เสียงทุ้มเอ่ยตอบกลับพร้อมกับดันแว่นเข้าตา ไม่อยากให้ผู้เป็นแม่ต้องเป็นห่วง ทั้งอันที่จริงเขาไม่ต้องมานั่งอ่าน นั่งดูคลิปเขาก็สามารถเข้าเรียนต่อคณะแพทยศาสตร์ได้แล้ว ซึ่งเป็นมหาลัยในเครือตระกูลเขาเอง แต่เขากลับทำตัวเป็นเหมือนคนทั่วๆไป เขาชอบทำอะไรด้วยตัวเอง เพราะมันรู้สึกภูมิใจสะใจกว่า

            “คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงผม” เขาไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร มันสมองอย่างเขาเหมือนสะกดไว้ด้วยเครื่องคำนวณเลข เรียนอะไรก็ทำได้หมดเป็นที่หนึ่งจนไม่รู้ว่าที่สองเป็นรองมันเป็นแบบไหน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel