บท
ตั้งค่า

แค่หมาหยอกไก่

จอมทัพหัวเราะอย่างพึงพอใจ ยิ่งเธอทำหน้าดุใส่เขา เขายิ่งชอบใจใหญ่ บางทีก็อดคิดไม่ได้ หรือเขาเองจะเป็นพวกโรคจิตอย่างที่เธอว่าจริงๆ แค่เห็นเธออารมณ์เสียใส่ เขาเองรู้สึกชอบใจมากเป็นพิเศษ

“ตกลงมึงคบกันจริงดิ?” ขุนศึกถามย้ำเมื่อไอ้เพื่อนตัวดี ที่ครองสถานะโสดแต่ไม่สดมานานกว่าสิบปี ยืนยันสถานะกับเพื่อนเมีย

“เออ”

“ไม่อยากจะเชื่อ เพย์บอยอย่างมึงเนี้ยนะจะมีแฟน“ เสือใต้พูดขึ้น เป็นเพื่อนกันมานาน เห็นมันเอาใครต่อใครไปเรื่อย แต่ไม่เคยให้สถานะเลยสักคน พอคำว่าแฟนออกจากปากคนเจ้าชู้แบบมัน เลยไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่

”ทำไม ? ขนาดพวกมึงยังมีได้ แล้วกูจะมีบ้างไม่ได้เลยหรือไง“

”มีน่ะมีได้ แต่มึงอ่ะแน่ใจแค่ไหนที่จะคบกับน้องนาว“ : ขุนศึก

”นั่นสิคะ พี่ออกจะเปลืองตัวกับผู้หญิงไปทั่ว จะมาคบกับเพื่อนหนู ไว้ใจได้ป่ะเนี้ย“ : พริกแกง

”มึงสองคนผัวเมียนี่นะ มันเหมาะสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก” จอมทัพชี้หน้าขุนศึกกับพริกแกงอย่างคาดโทษ ผัวเมียคู่นี้มันเข้ากันดีเป็นปี่เป็นขุ่ย ขยันจับผิดเสียจริง

“คนมันมั่ว พอบอกว่ามีแฟนก็เลยไม่มีใครเชื่อไง ทำตัวเองทั้งนั้น” มะนาวพูดลอยๆออกมา ไม่มองหน้าใคร แต่นั่นก็พอจะทำให้ทุกคนรู้แล้วว่าเธอกำลังหมายถึงใคร

“ปากดีจังเลยนะครับ สงสัยต้องปิดด้วยปากสักทีแล้วล่ะมั้ง”

“อย่านะพี่ทัพ!!!! ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต”

จอมทัพที่กำลังจะยื่นใบหน้าเขาไปใกล้ แต่อีกคนรีบขยับออก ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที ทำเอาเขาหัวเราะออกมา เก่งแต่ปากคงไม่เกินจริง ด่าเก่ง วีนเก่ง แต่เอาเข้าจริงวิ่งหนีตลอด

ทั้งกลุ่มนั่งคุยกันไปเรื่อย ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของมะนาวกับจอมทัพ ประเด็นร้อนที่ทำให้ต่อมความอยากรู้อยากเห็นของทุกคนเริ่มทำงาน

@ผับคืนวันศุกร์

เสียงเพลงจังหวะเร้าใจดังกระหึ่มทั่วทั้งผับ แสงไฟสีม่วงสลับน้ำเงินกระพริบสาดไปทั่วพื้นผนัง โต๊ะไม้สูงถูกจับจองเต็มเกือบทุกตัว กลิ่นแอลกอฮอล์ ควันบุหรี่จางๆ และน้ำหอมจากหญิงสาวรอบข้างปะปนกันจนชวนให้เวียนหัวนิดๆโต๊ะริมสุดของผับฝั่งซ้าย สามหนุ่มนั่งล้อมวงกันอยู่ จอมทัพ นั่งเอนหลัง มือข้างหนึ่งถือแก้วเหล้า อีกข้างเท้าคางอย่างเหม่อลอย ดวงตาคมเข้มที่ปกติอ่านยาก ตอนนี้ก็ยังคงไร้อารมณ์ แต่ในความเฉยชานั้นกลับมีบางอย่างเหมือนกำลังขบคิด ข้างกัน ขุนศึก เอื้อมมือไปหยิบแก้วเหล้า ก่อนจะยกขึ้นมาจิบ สีหน้าดูสบายๆ แต่สายตาเหล่มองไปทางเพื่อนรักอย่างจับสังเกต

"เฮ้ย...ไอ้ทัพ กูถามจริง ๆ เหอะ ตกลงมึงกับมะนาวนี่มันยังไง?" : ขุนศึกมันเปิดประเด็นขึ้น

"อะไรของมึงวะ อยู่ดี ๆ ก็ถาม"

"เออ กูเองก็อยากรู้ ก็ไอ้ที่มึงพูดเมื่อเช้าไง คืออะไรวะ เด็กนั่นเพื่อนรักเมียกูนะเว้ย อย่าเล่นมั่ว ๆ" : ไอ้เสือที่เคยนิ่ง ไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ตอนนี้เหมือนมันจะเป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็น จับจ้องที่จะเอาคำตอบจากผมให้ได้

"ไม่ได้คิดอะไรมากป่ะวะ แค่น้องมันดูยาก กูเลยอยากแหย่เล่น"

ผมตอบออกไปแบบสบายๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก พูดจบก็ยกแก้วขึ้นดื่มช้าๆ ช่วงคางขยับขึ้นลงตามจังหวะกลืน ดวงตายังคงนิ่งเหมือนเดิม ไม่ได้ยิ้ม ไม่ได้เศร้า มีแค่แววตาที่ดูเหมือนซ่อนบางอย่างอยู่ลึกๆ ...ไอ้ขุนมันหัวเราะในลำคอ ก่อนจะยกขาขึ้นไขว่ห้าง

“หึ…มึงนี่มันเลวจริงๆ กูว่าแล้วคนอย่างมึงเนี้ยนะ จะสนใจใครจริงจัง”

คำว่า ‘เลว’ ของมันไม่ได้พูดด้วยอารมณ์ตำหนิจริงจังนัก ออกจะเป็นการล้อกันเล่นด้วยซ้ำ แต่สายตาของมองยังมีแววไม่เห็นด้วยแฝงอยู่ ผมเองไม่ได้เถียงอะไร แค่ยักไหล่เบาๆ แล้ววางแก้วลงบนโต๊ะ

"กูไม่เคยเป็นคนดีในเรื่องของผู้หญิงอยู่แล้ว“

”ไอ้เชี้ยทัพ กับคนอื่นมึงจะยังไงก็เรื่องของมึงเถอะ แต่นี้เพื่อนเมียกู มึงเตาะเขาขนาดนั้น ถ้าเด็กมันเกิดหลงคารมมึงขึ้นมาจริงๆ มันจะยุ่งเอานะ“ ขุนศึกเอ่ย

”เออน่า…..กูแค่หยอกเล่นๆ ก็เห็นว่าน้องมันน่ารักดี กูไม่ได้คิดอะไรจริงจังสักหน่อย มองอย่างกับกูไปฆ่าใครตายงั้นแหละ“

“มึงแน่ใจเหรอว่าแค่หยอกเล่น...กูเห็นสายตามึงที่มองน้องเขาวันนั้น กูว่าแม่งไม่ได้ล้อเล่นเลยสักนิด กะจะเครมเขาล่ะสิไอ้เหี้ย“ ขุนศึกมันพูดอย่างรู้ทัน ไอ้นี่มันฉลาดดูเหมือนมันจะอ่านความคิดของผมออกจนหมด

"มึงอย่าแสนรู้ให้มันมากนัก กูออกจะเป็นสุภาพบุษ”

“อย่างมึงเขาเรียกเหี้ยตัวพ่อ จะมาสุภาพบุรุษอะไรไอ้ห่า วอนโดนตีน” : ขุนศึก

“แค่เดือนเดียว เดี๋ยวกูก็เลิกแกล้งน้องมันแล้ว ตอนนี้กูเหงาๆ เบื่อๆ พอเด็กนั่นเข้ามา ชีวิตกูดูจะมีสีสันขึ้น สนุกดีออก”

“เดือนหนึ่งที่มึงใกล้ชิด มึงคิดว่าเด็กมันจะไม่คิดอะไรเลยเหรอ? แล้วตัวมึงล่ะจะไม่คิดบ้างหรือไง?" : เสือใต้

"ไม่อ่ะ มะนาวไม่ใช่เสปคกู และอีกอย่าง กูไม่ได้บอกว่าจะจริงจังสักหน่อย มึงอย่ามาซีเรียสแทนดิ" : จอมทัพ

"แต่กูไม่ตลกนะเว้ย มึงอย่าหาทำกับคนใกล้ตัว คนอื่นกูไม่ว่า แต่นี่..เพื่อนรักเมียกู เกิดมองหน้ากันไม่ติดขึ้นมา บรรลัยเลยนะมึง " : ขุนศึก

"เออ ๆ ใจเย็นไอ้สัด กูไม่ได้คิดจะงาบเพื่อนรักเมียมึงจริงๆสักหน่อย กูแค่หยอกเล่น” : จอมทัพย้ำอีกครั้ง

"กูว่ามึงก็เพลา ๆ ลงหน่อยเถอะไอ้ทัพ บางทีเล่นเกินไป เด็กแม่งก็สับสน" : เสือใต้

"เออ เข้าใจละ ไม่แหย่แล้วก็ได้ แม่ง! ดุยิ่งกว่าครูฝ่ายปกครองอีกพวกมึงอ่ะ" : จอมทัพ

"ถ้ามึงแค่เล่น กูขอ...อย่าทำจนเกินขอบเขต เด็กนั่นไม่ทันมึงหรอก" : ขุนศึก

"กูรับปากแล้วไง กูแค่เบื่อ ๆ แหย่เล่นเฉย ๆ ไม่ได้คิดเกินเลย" : จอมทัพ

“ขอให้มันจริงเถอะ อย่าเดินตกหลุมพรางตัวเองล่ะกัน” : เสือใต้

สามหนุ่มนั่งดื่มกินกันไปเรื่อย ๆ พูดคุยสารพัดเรื่องราว โดยเฉพาะเรื่องของมะนาว ไม่รู้ไอ้สองคนนี้มันจะซีเรียสอะไรกันนักหนา พูดเรื่องนี้กันไม่หยุด จนผมต้องยอมรับปากพวกมันไป ว่าจะไม่ทำอะไรเกินขอบเขตจนทำให้ทั้งสองฝ่าย (มันกับเมียมัน) มองหน้ากันไม่ติด ผมเองก็ไม่ได้ชอบแนวนี่อยู่แล้ว แค่หยอกเธอเล่นๆ พอให้ชีวิตมีสีสันขึ้นมาบ้างก็เท่านั้นเอง
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel