ตอนที่ 8 เจ้าสาวอยู่ไหน
ช่างแต่งหน้าทำผมชื่อดังที่คนจองคิวยาวตลอดทั้งปีนั่งมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนเหลือบมองพ่อแม่ฝ่ายหญิงที่เดินวนไปมาในห้องพักราคาแพงของโรงแรมหรูพร้อมกับกดโทรหาลูกสาวมือเป็นระวิง
“ว่าไงคะคุณ โทรติดไหม”
พุธิตาร้อนใจ ใบหน้าที่ตกแต่งอย่างสวยงามซีดเซียว ความกังวลฉายชัด ไม่ต่างจากพุฒิเทพผู้เป็นสามี
“ไม่ติดเลย หรือว่ายังนอนไม่ตื่น ทำไมยัยแพรวถึงเหลวไหลแบบนี้นะ”
“แล้วเราจะทำยังไงกันดีคะคุณ นี่ก็ใกล้เวลาแล้ว ถ้าลูกไม่มาตอนนี้จะแต่งหน้าทำผมทันได้ยังไง”
พูดจบประตูห้องพักก็ถูกเปิดเข้ามา ปารเมศในชุดไทยราชประแตนสีขาวนุ่งผ้าโจงกระเบนสีโรสโกลด์ที่เพิ่งได้รับรู้จากพ่อแม่ฝ่ายหญิงว่าเจ้าสาวของเขายังเดินทางมาไม่ถึงก็รีบเข้ามาหาในห้องพร้อมกับทุกคนในครอบครัว
“เกิดอะไรขึ้นครับ คุณพ่อคุณแม่”
ในระหว่างนั้น ปราลีก็ให้สามีเชิญช่างแต่งหน้าและช่างทำผมออกไปรอที่ห้องรับรองซึ่งเปิดเอาไว้ให้อีกห้อง เมื่อเหลือเพียงคนในครอบครัวของทั้งสองฝ่ายจริง ๆ พุธิตาจึงเอ่ยขึ้น
“แม่โทรติดต่อยัยแพรวไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน”
ปารเมศขมวดคิ้วแปลกใจ ในเมื่อแพรวพิลาศบอกกับเขาว่าจะนอนที่บ้านเป็นคืนสุดท้าย ทำไมพ่อแม่ฝ่ายหญิงจึงไม่รู้ว่าลูกตัวเองอยู่ที่ไหน
“ไม่ได้ออกมาพร้อมกันเหรอครับ ก็เมื่อคืนผมชวนแพรวมานอนที่นี่ด้วยกันแต่แพรวบอกว่าจะนอนกับคุณแม่เป็นคืนสุดท้าย”
พุธิตาหน้าซีดราวไก่ต้ม เหลือบมองสามีอย่างต้องการตัวช่วย แต่เขากลับโพล่งความจริงออกไปเสียอย่างนั้น
“เมื่อคืนยัยแพรวไม่ได้นอนที่บ้านนะ”
“แล้วแพรวไปนอนที่ไหนครับคุณพ่อ”
“เอ่อ แม่ว่าแพรวน่าจะไปนอนที่คอนโดนะ ตอนนี้ให้ยัยโรสติดต่อไปทางนิติบุคคลที่คอนโดอยู่ เผื่อยัยแพรวแพ้ท้องตื่นไม่ไหว”
“งั้นผมไปดูเองดีกว่าครับ”
ปารเมศร้อนใจจะไปตามว่าที่ภรรยาด้วยตัวเอง แต่ถูกคนเป็นแม่รั้งแขนเอาไว้
“แปง อย่าไปลูก กำลังใจร้อนแบบนี้แม่ไม่อยากให้แปงขับรถออกไปไหน อีกอย่างแปงต้องอยู่ที่นี่ แขกเริ่มทยอยมากันแล้วด้วย”
“แต่แม่ครับ ผมเป็นห่วงแพรว”
ยังไม่ทันที่ทุกคนจะเถียงกันไปมากกว่านี้ คนที่ได้รับมอบหมายให้ติดต่อไปทางนิติบุคคลของคอนโดมิเนียมหรูเพื่อให้ช่วยตามหาพี่สาวก็เปิดประตูพรวดเข้ามาพร้อมมารดา
“นี่ไง ยัยโรสมาแล้ว ว่าไงยะ หายไปนานเลยนะ ใช้งานแค่นี้ ดูซิ ทุกคนวุ่นวายหมดแล้ว”
คนเป็นเมียหลวงไม่วายถลึงตาใส่คนเป็นเมียน้อย ทั้งยังปรายตามองลูกสาวของผู้หญิงคนนั้นด้วยความเกลียดชัง ไม่มีเก็บอาการสักนิด
“ขอโทษค่ะ พอดีกว่ากว่านิติบุคคลจะดูภาพกล้องวงจรปิดชั้นที่พี่แพรวอยู่ให้เสร็จก็ต้องใช้เวลาค่ะคุณป้า”
แม้จะไม่พอใจเมียหลวงของพ่อ แต่ก็ไม่อาจแสดงท่าทีเสียมารยาทได้ ตราบใดที่แม่ของเธอยังอยู่ตรงนี้
“แล้วว่าไง ยัยแพรวอยู่ที่ห้องใช่ไหม ตอนนี้ออกมาหรือยัง”
โรสิตาเหลือบมองเจ้านายหนุ่มเล็กน้อย เห็นแววตาเป็นห่วงกังวลของเขาก็ต้องลอบถอนหายใจ เมื่อความจริงบางอย่างมันคงทำให้เขาเจ็บปวดไม่น้อย
“เอ่อ คือพี่แพรวไม่ได้อยู่ที่ห้องแล้วค่ะ”
“อ้อ แปลว่าออกมาที่โรงแรมแล้ว แล้วทำไมถึงยังติดต่อไม่ได้กันนะ ลูกคนนี้นี่ ถ้ามาถึงจะหยิกให้ ไม่มีอะไรให้กังวลแล้วค่ะทุกคน ขอเวลาเดี๋ยวนะคะ”
พุธิตาถอนหายใจโล่งออก หันไปจีบปากจีบคอพูดกับพ่อแม่ฝ่ายชาย ทั้งยังพนมมือไหว้ขอโทษปู่ย่าฝ่ายชายที่ตอนนี้มีสีหน้าดีขึ้นหลังรู้ความจริง
“เอ่อ ขอโทษนะคะ แต่โรสไม่มั่นใจว่าพี่แพรวจะมาที่นี่หรือเปล่า เพราะพี่แพรวออกจากคอนโดตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้าแล้วค่ะ คือพี่แพรวไปกับ...เอ่อ...คือ...”
“โอ๊ย แม่นี่ อะไรกันยะ เอ่ออ่าอยู่นั่น ยัยแพรวไปไหนกับใครก็พูดมาสิ อ้ำอึ้งอยู่ได้”
โรสิตาเหลือบมองหน้าทุกคน ก่อนกลั้นใจพูดความจริงที่ได้รับรู้มา
“พี่แพรวออกไปกับผู้ชายค่ะ ขนกระเป๋าเดินทางออกไปด้วย”
ดวงตาทุกคู่เบิกกว้างตกใจ แต่แล้วก็ต้องตกใจมากกว่าเมื่อพุธิตาตวัดฝ่ามือตบโรสิตาฉาดใหญ่
รังรอง โผเข้ากอดลูกสาว เอาตัวเข้าบังมือที่ระดมทุบตีไม่หยุด พุฒิเทพจึงต้องรั้งภรรยาหลวงเอาไว้
“นังบ้า แกใส่ร้ายลูกสาวฉัน นังเด็กชั่ว แกอิจฉาที่ลูกฉันได้ดีกว่าแกใช่ไหม”
“คุณตา หยุดนะ ผมบอกให้หยุด”
ภาพความวุ่นวายตรงหน้าไม่ได้ทำให้ปารเมศตกใจเท่าคำพูดที่ออกจากปากเลขาหน้าห้อง เขาเดินตรงดิ่งมาดึงแขนเรียวออกจากอ้อมกอดมารดา ก่อนจับต้นแขนให้เธอหันมามองหน้าเขาชัด ๆ
ดวงตาวาวโรจน์คู่นั้นน่ากลัวจนคนตัวบางใจสั่น น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นชายิ่งแล้วใหญ่
“คุณพูดอะไรออกมา โรสิตา”
“ฉันพูดความจริงค่ะ ก็กล้องวงจรปิดมันถ่ายได้แบบนั้น ไม่เชื่อก็ดูคลิปที่นิติส่งมาให้ฉันได้”
ปราลีถลาเข้ามาแตะแขนพี่ชาย เตือนสติเขาไม่ให้ทำรุนแรงกับเพื่อนรักของเธอ ด้วยรู้ดีว่าคนอย่างโรสิตาไม่มีทางโกหก
“พี่แปง ใจเย็นค่ะ ปล่อยยัยโรสก่อน”
ปารเมศกัดกรามแน่นจนสันขึ้นนูน เขาเสยผมลวก ๆ แล้วยกมือเท้าเอว เงยหน้าสูดอากาศลงปอดให้ลึกเพื่อสงบสติอารมณ์
เขารู้ว่าพี่น้องสองคนนี้ไม่ได้รักกันเหมือนพี่น้องคู่อื่น แต่ไม่คิดว่าเด็กร้ายกาจขี้อิจฉาอย่างโรสิตาจะกล้าใส่ร้ายพี่สาวตัวเองในวันสำคัญที่มีผู้ใหญ่อยู่พร้อมหน้าขนาดนี้ได้
“ไหนล่ะ หลักฐาน”
เมื่อเป็นอิสระ โรสิตาก็ส่งคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดให้เขาหลายคลิป เป็นช่วงเวลาสองสามวันก่อนจะถึงวันนี้ โดยที่ปราลีร้องขอให้เพื่อนส่งให้เช่นกัน แล้วรีบเปิดคลิปนั้นดูกับทุกคนในครอบครัว
ทันทีที่เปิดคลิปแรก คิ้วเข้มก็ขมวดมุ่น กรามแกร่งขบแน่น พุธิตาเห็นอาการของว่าที่ลูกเขยจึงแย่งโทรศัพท์มือถือของโรสิตาไปเปิดคลิปดูกับสามีเช่นกัน
ในคลิปของกล้องวงจรปิดฉายภาพแพรวพิลาศที่เดินกอดประคองมากับชายหนุ่มรูปหล่อที่ไม่มีใครรู้จัก เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงหน้าห้องก็กอดจูบกันโดยไม่อายใคร ก่อนจะเปิดประตูหายเข้าไปในห้องนั้น
วันเวลาที่ปรากฏในคลิปคือเมื่อสามวันก่อนจะถึงวันงานแต่งนี่เอง แต่เท่านี้ยังไม่จบ เมื่อเขาเปิดคลิปสุดท้าย เป็นภาพที่แพรวพิลาศกับชายหนุ่มคนนั้นลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถึงสองใบออกมาจากห้อง การแต่งกายของทั้งคู่บ่งบอกว่าจะเดินทางไปที่ไหนสักที่ ที่ไม่ใช่สถานที่ในประเทศไทยแน่นอน
น้ำตาของปารเมศไหลหยด เขากัดกรามแน่น เงยหน้า ยกมือขึ้นกดหัวตาเพื่อห้ามไม่ให้ทุกคนเห็นหลักฐานความเจ็บปวด มืออีกข้างกำโทรศัพท์มือถือแน่นจนสั่นไปทั้งแขน ก่อนจะปามันอัดผนังห้องจนแตกกระจายออกเป็นเสี่ยง ๆ ท่ามกลางความตกใจของทุกคน
“แพรวทำอย่างนี้กับผมได้ยังไง แพรวหนีไปกับไอ้นั่น มันเป็นใคร นี่แพรวกำลังท้องลูกของผมอยู่นะ”
ว่าที่เจ้าบ่าวตะโกนก้องจนแม่ของเจ้าสาวสะดุ้งโหยงตัวสั่นเทา ขยับเข้าหาสามีตัวเองทันที
“มันอาจไม่เป็นอย่างที่ทุกคนเห็นก็ได้ คลิปนี้จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ นังเด็กนี่มันอาจตัดต่อคลิปปลอมมากลั่นแกล้งยัยแพรวก็ได้ ใคร ๆ ก็รู้ว่าเด็กนี่มันอิจฉายัยแพรวจะตาย”
“จนถึงขนาดนี้แล้วคุณแม่ยังคิดว่ามันเป็นคลิปปลอมอีกเหรอครับ”
“แปงก็รู้ว่ายัยแพรวไม่ค่อยถูกกับน้องสาว เด็กนั่นก็เป็นคนส่งคลิปมาให้เรา”
“ถ้าคลิปที่เราทุกคนเห็นมันปลอม แล้วไหนล่ะครับ แพรวอยู่ไหน หรือโรสิตาก็เป็นคนเอาแพรวไปซ่อนไว้ด้วย เราถึงติดต่อแพรวกันไม่ได้เลย”
“แม่ แม่ว่า...”
“ไม่ต้องเถียงกันแล้วค่ะ ปายให้เพื่อนเช็กให้แล้ว พี่แพรวเดินทางไปญี่ปุ่นกับผู้ชายคนหนึ่งจริง ๆ ค่ะ เมื่อวานนี้ ไฟลท์เก้าโมงเช้าค่ะ ไม่มีตั๋วเที่ยวกลับ”
ปราลีไขข้อข้องใจให้กับทุกคน ทำเอาพุธิตาเข่าอ่อน ทรุดลงเกือบล้มในอ้อมกอดของสามี
“คุณ ทำไมยัยแพรวทำแบบนี้คะ โอย ฉันจะเป็นลม”
พุฒิเทพประคองพาภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากไปนั่งพัก แม้จะตกใจและผิดหวังมากแต่คุณย่าญาดาที่นั่งอยู่ก่อนยังมีแก่ใจแบ่งปันยาดมให้
“แล้วทีนี้จะทำยังไงกันดีครับ แขกก็ทยอยมากันเยอะแล้วด้วยหรือจะให้ทางผมไปออกหน้าขอโทษแขกก่อนที่วันนี้ไม่มีงานแต่งแล้ว”
ปรินทร์เสนอตัวช่วยจบปัญหาแทนลูกชายที่ตอนนี้กำลังกอดกับคนเป็นแม่และน้องสาวอยู่ ใบหน้าอมทุกข์เจ็บปวดนั้นทำคนเป็นพ่อเจ็บปวดไปด้วย
“เอ่อ ผมลงไปด้วยครับคุณปรินทร์ ยังไงผมขอโทษแทนลูกสาวของผมด้วยครับ เดี๋ยวผมจะรีบเอาตัวยัยแพรวกลับมาแต่งงานกับตาแปงให้เร็วที่สุดเลย”
พุฒิเทพออกปากรับผิดชอบเรื่องนี้ โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะตามหาตัวลูกสาวคนโตได้จากที่ไหน
“ขนาดนี้แล้วคุณลุงยังจะให้พี่แพรวแต่งงานกับพี่แปงอีกเหรอคะ เด็กในท้องนั่นลูกใครก็ไม่รู้ คงไม่ใช่ลูกพี่แปงแน่ ถึงได้หอบท้องหนีไปกับผู้ชายแบบนั้น”
“ยัยปาย”
รินรดาปรามลูกสาวเสียงเขียว แม้สิ่งที่ลูกสาวพูดจะคือสิ่งที่ตรงกับใจตัวเอง แต่การที่เด็กพูดแบบนี้กับผู้ใหญ่มันดูเสียมารยาทไม่น้อย
“ทำไมล่ะคะแม่ ก็ปายพูดเรื่องจริง ถ้าพี่แพรวท้องกับพี่แปงจริง ๆ จะมีเหตุผลอะไรให้หนีตามผู้ชายคนอื่นไปทั้งที่ในท้องเป็นลูกของผู้ชายอีกคนคะ ผู้ชายคนนั้นเองก็ด้วย จะมีเหตุผลอะไรที่จะพาว่าที่เมียคนอื่นหนี ถ้าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของตัวเอง”
“ยัยแพรวของป้าไม่ใช่คนแบบนั้น”
พุธิตาสวนกลับทันควัน ทั้งที่มือยังยกยาดมอังจมูกแล้วสูดลมหายใจลงปอดลึก ๆ คล้ายจะเป็นลมอยู่เลย
“ตอนนี้พี่แพรวเป็นคนแบบไหน ทุกคนก็รู้กันหมดแล้วค่ะ”
“พอเถอะยัยปาย”
คนที่กำลังจะต้องอับอายขายขี้หน้าคนในสังคมไปทั่วเอ่ยปรามน้องสาว เขากัดกรามแน่นจนสันขึ้นนูนขยับไปมา ดวงตาวาวโรนจ์ราวกับมีกองไฟจุดปะทุอยู่ในนั้น
ความรู้สึกทั้งรักและหลงแปลเปลี่ยนไปเมื่อรู้ธาตุแท้ของผู้หญิงที่เกือบจะได้เป็นภรรยา
ลำพังตัวเขาเองคงไม่เท่าไหร่ แม้จะต้องอับอายขายขี้หน้า โดนคนในสังคมนินทาขนาดไหน เขาทนได้ อีกไม่นานก็จะมีเรื่องอื่น ๆ มาให้คนในสังคมได้ใส่ใจ
แต่ครอบครัวของเขาล่ะ ปู่ย่า พ่อแม่ และทุกคนในตระกูลต้องมาพลอยเสื่อมเสียชื่อเสียงไปกับเขาด้วย มันไม่ยุติธรรม
ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นเป็นคนสร้างเรื่องโกหกหลอกลวงทั้งหมดจนมีวันนี้ เพราะฉะนั้น งานแต่งในวันนี้...ก็ต้องเกิดขึ้น
