ตอนที่ 5 อยู่หมัด
“อะไรนะ พี่แปงทำพี่แพรวท้องเหรอ”
ปราลีตะโกนออกมาด้วยความตกใจ มองไปยังพี่ชายและผู้หญิงที่นั่งก้มหน้าอยู่ข้างกายตาเขม็ง ท่าทางราวกับเจียมเนื้อเจียมตัวนั่นเสแสร้งแค่ไหนเธอดูออก จึงเหยียดมุมปากไม่พอใจ
“เบา ๆ สิยัยปาย แหกปากมาได้”
คนเป็นพี่ปรามน้องสาว ก่อนพาแพรวพิลาศลงนั่งกับพื้นแล้วก้มลงกราบเท้ากับพ่อแม่ปู่ย่าเพื่อฝากตัว
“แพรวขอโทษนะคะ ที่ปล่อยให้ตัวเองท้อง ถ้าทุกคนไม่เห็นด้วย...”
“อย่าคิดมากไปเลยลูก ย่าต่างหากต้องขอโทษแพรว ที่เจ้าแปงมันทำแพรวท้องก่อนที่จะแต่งงานกันเป็นเรื่องเป็นราว เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ย่าจะพาพ่อแม่เจ้าแปงไปสู่ขอแพรวกับที่บ้านนะ เรื่องงานแต่งจะจัดให้ยิ่งใหญ่สมหน้าตาครอบครัวแพรวที่สุด ไม่มีอะไรต้องกังวล ยินดีต้อนรับมาเป็นครอบครัวเดียวกันนะลูก”
“ขอบคุณมากค่ะที่ทุกคนไม่รังเกียจแพรว”
คืนนี้ แพรวพิลาศกลับไปนอนที่บ้านเพื่อรอต้อนรับแขกผู้ใหญ่ที่จะมาสู่ขอในวันรุ่งขึ้น ทันทีที่บอกข่าวดีให้พ่อกับแม่ฟัง ทั้งสองก็ดีใจจนเนื้อเต้นที่จะได้เกี่ยวดองกับตระกูลอธิพัฒน์โภคินเช่นกัน
“เก่งที่สุดเลยลูกสาวแม่ ในที่สุดก็จับตาแปงจนอยู่หมัด ฉลาดสุด ๆ ที่ใช้วิธีนี้ ยังไงเขาก็หนีเราไม่พ้น”
พุธิตา มารดาผู้ตามใจลูกสาวราวไข่ในหินเอ่ยชื่นชมไม่หยุดปาก ก่อนจะหันไปเหยียดยิ้มหยันใส่สามีอย่างสะใจ
“เป็นไงคะคุณเทพ ลูกสาวของฉัน ได้ดีจนไม่มีใครเทียบติด แล้วลูกสาวเมียน้อยของคุณล่ะ เป็นยังไง ทุกวันนี้ยังเป็นแค่เลขาต๊อกต๋อย เห็นไหมที่คุณบ่นลูกว่าไม่ยอมทำงาน ที่จริงลูกฉันไม่จำเป็นต้องทำงานงก ๆ เหมือนใครบางคน เพราะวาสนาลูกสาวฉันมันต้องได้เป็นคุณหญิงคุณนายค่ะ ไม่ใช่แค่เลขา”
พุฒิเทพ ถอนหายใจเฮือก ผ่านมาชั่วอายุของโรสิตาแล้ว แต่ภรรยาและลูกสาวคนโตก็ยังไม่ยอมปล่อยวาง ยังคงจงเกลียดจงชังแม่ลูกคู่นั้น แม้ว่าคนผิดที่แท้จริงคือเขาที่หลอกลวงสาวน้อยไร้เดียงสาอย่างมาลัย แม่ของโรสิตา แถมยังเห็นแก่ตัวด้วยการทิ้งขว้างสองแม่ลูกนั่นทันทีที่ภรรยาหลวงจับได้ ด้วยกลัวว่าจะมีปัญหาการฟ้องร้องเป็นเรื่องเป็นราวให้ข้าราชการระดับสูงอย่างเขาเสื่อมเสียชื่อเสียง
“เฮ้อ เมื่อไหร่คุณจะเลิกพูดถึงโรสเสียที บ้านโน้นก็ไม่ได้มาวุ่นวายกับเราสักหน่อย คุณปล่อย ๆ ไปบ้างเถอะ”
“นี่คุณเข้าข้างมันเหรอ จะให้ฉันปล่อยไปได้ยังไง ในเมื่อแม่มันคิดแย่งผัวฉัน ปล่อยให้ตัวเองท้อง แถมมันยังเกิดมาเป็นมารหัวขน ทุกครั้งที่ฉันเห็นหน้ามัน ฉันกับลูกเจ็บปวดในสิ่งที่คุณทำ แล้วแบบนี้จะให้ญาติดีกับมันได้ยังไง”
“แต่ผมก็แทบไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับสองแม่ลูกนั้นเลยนะ ผมทำตามที่คุณต้องการทุกอย่าง เมื่อไหร่เรื่องนี้มันจะจบ”
“มันจบแน่ค่ะ จบเมื่อมันสองแม่ลูกตาย หรือไม่ก็เมื่อลูกสาวฉันได้ดีจนไม่มีวันที่คนอย่างมันจะเทียบติด”
“นี่ก็ไม่มีทางที่โรสจะเทียบแพรวติดแล้วไง แพวกำลังจะได้เป็นสะใภ้อธิพัฒน์โภคิน คุณน่าจะพอใจได้แล้ว”
“พอใจค่ะ พอใจมาก แล้วก็สะใจมากด้วย ใช่ไหมลูกแม่”
แพรวพิลาศเหยียดยิ้มสะใจ ก่อนจะโผเข้ากอดแม่เพื่อออดอ้อน
“ใช่ค่ะแม่ แพรวสะใจมาก ยังไงชาตินี้ก็ไม่มีวันที่ลูกสาวของพ่อจะเทียบเท่าแพรวได้ อย่างมากก็ได้แต่งงานกับไอ้พวกเศรษฐีบ้านนอก หรือพวกเจ้าของสวนทุเรียนเหมือนตามันนั่นแหละค่ะ แค่นี้ก็สูงสุดในชีวิตมันแล้ว”
พุฒิเทพถอนหายใจ ส่ายหน้าระอาแล้ววางหนังสือลงบนโต๊ะอย่างแรง ก่อนจะเดินหนีไปจากตรงนี้
“เหอะ แค่นี้ก็ทนฟังไม่ได้ แพรวดูพ่อของลูกนะ รักหลงนังนั่นจนไม่ลืมหูลืมตา ที่ยังอยู่กับเรา ไม่ขนเสื้อผ้าไปอยู่กับนังนั่นเพราะแม่ขู่ไว้ว่าจะฟ้องหย่า จะเอาให้หมดอนาคต ถึงได้ยังยอมอยู่กับเรานี่ไง”
ลูกสาวเจ้าของร้านทองชื่อดังที่ทำธุรกิจนี้มาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษเหยียดปากหยันสามีที่ตัวเองเคยหลงรักหมดใจตั้งแต่เจอหน้า จนทำให้สาวสวยผู้ร่ำรวยอย่างเธอเข้าหาเขาด้วยตัวเอง และข้าราชการต๊อกต๋อยก็ตกลงคบหาและใช้คนมีเงินอย่างเธอเป็นสะพานไปสู่จุดสูงสุดของหน้าที่การงาน
แต่หลังจากที่เธอคลอดลูกได้ไม่นาน เขาก็ดันไปตกหลุมรักหญิงสาวแสนสวย ลักลอบอยู่กินกันจนผู้หญิงคนนั้นท้อง สุดท้ายความก็แตก
และที่เขายังเลือกอยู่กับพวกเธอสองแม่ลูกก็เพราะความจำเป็นของคนเห็นแก่ตัวล้วน ๆ
“ช่างพ่อเถอะค่ะแม่ แพรวไม่อยากสนใจแล้ว ตอนนี้แพรวกำลังจะใช้นามสกุลอธิพัฒน์โภคิน ถ้าพ่อยังเห็นว่าอีพวกนั้นมันดีกว่าก็ตามใจ”
“สมน้ำหน้าอีสองแม่ลูกนั่น ตอนนี้ต่อให้ใช้บันไดสูงแค่ไหน ก็ไม่มีวันตะกายได้ถึงแพรวของแม่อีกแล้ว แม่ล่ะอยากรู้นักว่าวันที่แพรวแต่งงานกับแปง มันสองคนจะทำหน้ายังไง”
“อยากรู้ก็เชิญมันสองคนมาร่วมงานแพรวด้วยสิคะแม่ ในฐานะน้องสาวสุดที่รักและเมียอีกคนของพ่อ”
สองแม่ลูกเหยียดยิ้มสะใจ อยู่พูดคุยกันอีกไม่นานก็แยกย้ายขึ้นไปพักผ่อน ในขณะที่เธอกำลังจะปิดไฟนอน ก็ได้รับสายของผู้ชายอีกคนที่เป็นต้นเหตุให้เธอสมหวังในวันนี้
“ภู โทรมาดึกเลย มีอะไรคะ”
รู้ว่าวันหนึ่งอาจต้องตัดเขาออกจากชีวิต แต่เมื่อถึงวันนั้นจริง ๆ ก็อดที่จะใจหายไม่ได้
แม้เขาจะเทียบคนอย่างปารเมศไม่ได้เลยสักข้อ แต่เธอก็ถูกใจเขามากกว่าผู้ชายที่กำลังจะเป็นสามีเธอเยอะ
“แพรวอยู่ไหนครับ ผมคิดถึงแพรวจัง”
ชายหนุ่มรุ่นน้องออดอ้อน ถ้อยคำและน้ำเสียงแบบนี้ รวมถึงหน้าตาหล่อเหลาและเรือนกายแกร่งตอนที่กระทำรุนแรงกับร่างกายเธอ มันทำเธอหลงเขาแทบคลั่ง
“แพรวอยู่ที่บ้านค่ะ วันนี้กลับมานอนบ้าน”
“พรุ่งนี้มานอนที่คอนโดผมดีไหม ผมอยากนอนกอดแพรวอีกแล้ว”
“เอ่อ ช่วงนี้แพรวไม่ค่อยสะดวกค่ะภู แม่เรียกให้กลับมาอยู่บ้าน ไว้สะดวกเมื่อไหร่แพรวจะโทรหาดีไหมคะ”
ยังไม่รู้เลยว่าถ้าเธอติดต่อเขาไปเพื่อบอกข่าวดี เขาจะเป็นอย่างไร ในใจนึกขอโทษขอโพยพ่อตัวจริงของลูกที่เธอต้องเห็นแก่ตัวเอาเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาไปยกให้คนอื่น แต่นั่นก็เพื่อเธอและลูกจะได้สุขสบาย เชิดหน้าชูคอบนสังคมชั้นสูงที่มีภาษีดีกว่าเขาทุกอย่าง แบบนั้นเขาควรยินดีด้วย
“ก็ได้ครับ งั้นคืนนี้นอนฝันดีนะ ฝันถึงผมบ้างนะครับที่รัก”
“ค่ะ แพรวจะฝันถึงคุณทุกคืนเลย”
แพรวพิลาศกดวางสายไปด้วยหัวใจปวดหนึบ เธอหลงใหลเขามากจริง ๆ แค่หลับตาก็เห็นแต่ภาพของเขาเต็มไปหมด จึงยกมือขึ้นมาลูบหน้าท้องแบนราบที่ข้างในนั้นมีสายเลือดของเขาที่จะผูกสายใยให้เธอไม่อาจตัดเขาขาดในชาตินี้
“แพรวขอโทษนะภู แต่แพรวต้องเลือกจริง ๆ”
คนท้องนอนไม่หลับจนถึงเช้าเพราะมีเรื่องของชายที่ตัวเองรู้สึกรักวิ่งวนเข้ามาในหัวตลอดเวลา ร่างกายอ่อนเพลียจนแทบสลบกลางอากาศ แต่ก็ต้องฝืนสังขารลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อต้อนรับว่าที่เจ้าบ่าว
“ทางเราต้องขอโทษคุณสองคนด้วยนะครับ ที่เจ้าแปงมันไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ ทำหนูแพรวเสียหายก่อนแต่งงาน”
ปรินทร์ บิดาของปารเมศเอ่ยขอโทษพ่อแม่ฝ่ายหญิง ในขณะที่ปารเมศและแพรวพิลาศก็นั่งลงที่พื้นแล้วกราบแทบเท้าขอขมาทั้งสองคน
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ดิฉันเข้าใจว่าเด็กสมัยนี้เป็นยังไง เขาใจร้อน ไม่เหมือนรุ่นเราหรอกนะคะ ทางดิฉันเองก็ไม่ได้รังเกียจตาแปง ยินดียกลูกสาวให้ค่ะ ขอแค่ตาแปงดูแลยัยแพรวของดิฉันให้ดีที่สุด เท่านั้นก็พอ”
“ผมสัญญาครับคุณแม่ ว่าผมจะรักและดูแลแพรวให้ดีที่สุด”
“งั้นเรามากำหนดวันกันดีไหมคะ เอาฤกษ์สะดวกน่าจะดีที่สุดเพราะดิฉันกลัวว่าท้องยัยแพรวจะโตเสียก่อน”
“ครับ ทางผมยังไงก็ได้ ให้ฝ่ายหญิงกำหนดวันมาเลยครับ ส่วนสถานที่จัดงาน ใช้โรงแรมของอธิพัฒน์โภคินน่าจะดีที่สุด เรื่องนี้ฝ่ายผมจะจัดการให้ ไม่ต้องเป็นห่วงเลยครับ”
“ขอบคุณคุณปรินทร์กับคุณรินรดามากนะคะ งั้นถ้าไม่มีอะไรขัดข้อง ขอเป็นวันที่หนึ่งเดือนหน้าเลยนะคะ”
ปรินทร์และรินรดาชะงักเล็กน้อยกับเวลาที่มีจำกัด แทบไม่ถึงเดือนดีด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อฝ่ายเสียหายเป็นผู้ร้องขอก็คงต้องเป็นตามนั้น
“ได้ครับ ผมจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย”
หลังจากพิธีสู่ขอผ่านพ้นไป ปารเมศก็พาแพรวพิลาศมาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล เขาไม่ได้ระแคะระคายช่วงระยะเวลาการตั้งครรภ์ของเธอแม้แต่น้อยเพราะทั้งรักและไว้ใจ
“แปงอยากได้ลูกสาวหรือลูกชายคะ”
ระหว่างรอรับยา ปารเมศก็เอารูปภาพอัลตราซาวน์ของลูกในท้องออกมาดู แพรวพิลาศจึงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“ชายหรือหญิงก็ได้ครับ ขอแค่แกเกิดมาสมบูรณ์แข็งแรงก็พอ”
เขารับคนตัวบางเข้าสู่อ้อมกอด จูบหน้าผากมนอย่างรักใคร่ เธอเองก็ออดอ้อนเขาราวกับโลกทั้งใบมีเพียงเขาและเธอเท่านั้น โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าตลอดระยะเวลาตั้งแต่ที่เขาประคองเธอออกมาจากแผนกสูตินรีเวช มีสายตาคมคู่หนึ่งจับจ้องมายังคนทั้งคู่ตลอดเวลา
“แต่แพรวอยากได้ลูกชายก่อนนะคะ แกจะได้ช่วยคุณบริหารกิจการทั้งหมด เป็นแขนเป็นขาแทนคุณได้ ส่วนคนต่อ ๆ ไป จะลูกสาวหรือลูกชายก็ได้เลยค่ะ แพรวพอใจแล้ว”
“ผมรักแพรวที่สุดเลย”
ปารเมศจูบหน้าผากผู้หญิงที่ตัวเองตกหลุมรักจนแทบจะโงหัวไม่ขึ้น เมื่อรับยาเสร็จ ก็พาเธอไปลองชุดแต่งงานที่ร้านของณกมล ผู้เป็นน้องสะใภ้
แม้ว่าแพรวพิลาศจะไม่ค่อยพอใจเท่าไรนักที่เธอไม่ได้ใส่ชุดที่สั่งตัดจากห้องเสื้อแบรนด์ดังจากต่างประเทศที่สนนราคาต่อชุดหลักล้าน แถมยังต้องเลือกชุดสำเร็จที่มีอยู่แล้วในร้านเพราะเวลาที่กระชั้นชิดไม่มีร้านไหนตัดให้เธอได้ทันเวลา แต่ก็ต้องยิ้มรับด้วยไม่อาจแสดงธาตุแท้ออกไปได้
แต่สีหน้าที่ไม่ค่อยยินดีเท่าไรนักของเธอก็ทำให้ปารเมศจับความรู้สึกได้ จึงเอ่ยปลอบใจไม่ให้เธอคิดมาก
“ไม่เป็นไรนะครับแพรว ถึงจะไม่ได้ใส่ชุดที่สั่งตัดเพื่อแพรวโดยเฉพาะ แต่ชุดของร้านน้ำมนต์ก็สั่งมาจากต่างประเทศแทบทั้งนั้น ชุดที่แพรวเลือกนั่นก็ด้วย ตัวนั้นราคาเป็นล้านเลยนะครับ แพรวของผมตาถึงเสมอ”
เธอเลือกชุดนั้นเพราะได้ยินมาแบบนี้เหมือนกัน แม้มันจะไม่ใช่แนวที่เธอชอบเท่าไรนักก็ตาม
“แพรวเข้าใจค่ะ ก็ลูกแปงอยากรีบมาเกิดนี่คะ แม่อย่างแพรวจะทำอะไรได้ ขืนรอช้ากว่านี้ลูกแปงก็โตพอดี ใส่ชุดแต่งงานไม่สวยแน่ ๆ”
“แพรวของผมใส่ชุดอะไรก็สวยครับ สวยที่สุดสำหรับผมอยู่แล้ว”
“ปากหวานจังเลยนะคะแปง แค่นี้แพรวก็รักคุณจะแย่อยู่แล้ว”
หนุ่มสาวกอดประคองกันเดินออกจากร้านชุดวิวาห์ชื่อดัง ก่อนเขาจะขับรถพาเธอกลับคอนโดมิเนียมโดยที่คืนนี้เขาอยู่กับเธอจนถึงเช้า
