ตอนที่ 3 ข้าวต้มกลางคืน
เสียงเคาะกระทะพร้อมไฟที่ลุกโชนจากเตาทำท่านประธานหนุ่มรูปหล่อหันมอง ควันและกลิ่นอาหารลอยฟุ้งรอบตัวเป็นบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย ไม่นาน ผัดผักบุ้งไฟแดงที่แทบทุกโต๊ะต้องสั่งก็มาเสิร์ฟถึงที่ ตามด้วยยำปลาสลิดทอดกรอบและต้มยำโป๊ะแตกชามใหญ่
ปารเมศมองอาหารหน้าตาน่ากินที่เคยขึ้นโต๊ะที่บ้านหลายครั้ง เพียงแค่ไม่ได้มานั่งรมควันริมทางเท้าแบบนี้เท่านั้นเอง
“เป็นไงคะ น่ากินใช่ไหม”
“ก็...ผมหิว สั่งแค่นี้เหรอ”
“ที่จริงสองคนกับข้าวสามอย่างก็น่าจะกำลังดี แต่ฉันสั่งไข่เจียวกุ้งสับให้คุณแล้วค่ะ นั่นไงคะ มาพอดี”
เจ้านายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนลงมือตักอาหารจากร้านข้างทางเข้าปาก รสชาติจัดจ้านช่างขัดกับสถานที่เสียเหลือเกิน ไม่นาน อาหารบนโต๊ะก็หมดเกลี้ยงทุกจานโดยที่เขากินข้าวต้มไปถึงสองถ้วย ต่างจากเธอที่แค่ถ้วยเดียวก็กินไม่หมด
“คุณไม่หิวเหรอ ทำไมกินแค่นี้ หรือกินไม่ทันผม อิ่มหรือเปล่า สั่งเพิ่มก็ได้นะ”
“อิ่มแล้วค่ะ พอดีมื้อเย็นฉันไม่ค่อยกินเยอะค่ะ”
“ตัวผอมแห้งจะตายไป กินข้าวให้มันมากกว่านี้หน่อยก็ได้นะ อ้อ หรือที่ไม่ค่อยกินข้าวนี่เพราะเหลือท้องไว้กินเหล้า”
ภาพลักษณ์สาวเปรี้ยวที่เอาแต่เที่ยวกลางคืน ซึ่งสถานที่แบบนี้คงไม่พ้นมีผู้ชายมากหน้าหลายตามาพัวพันก็ยังคงติดอยู่ในสมอง ไม่สามารถมีอะไรมาลบเลือนได้
“ผิดค่ะ ฉันเหลือท้องไว้กินผู้ชาย”
ไม่รู้อะไรดลใจให้เธอกล้าต่อปากต่อคำกับเขา ทั้งที่ปกติในที่ทำงานแทบจะไม่ได้พูดคุยกันเลยด้วยซ้ำ อาจเป็นเพราะท่าทีเหยียด ๆ ที่เขาแสดงออกมา หรือภาพลักษณ์ลบ ๆ ที่เขาฝังอยู่ในสมองว่าเธอเป็นลูกเมียน้อยและเป็นผู้หญิงใจแตกก็ได้ที่ทำให้เธอตอบกลับไปแบบนั้น
“เหอะ หน้าท้องแบน ๆ แบบนี้คงใส่ได้เยอะ”
“ก็เยอะอย่างที่คุณคิดไม่ถึงเลยล่ะค่ะ”
คำพูดนั้นทำเขากัดกรามกรอด มองเธอด้วยความไม่พอใจ แต่คนตัวบางกลับเหยียดยิ้มหวานราวกับต้องการยั่วประสาทแล้วโบกมือเรียกพนักงานมาเก็บเงินหน้าตาเฉย
“น้อง คิดเงินค่ะ”
ในขณะที่พนักงานกำลังคิดเงิน โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น
“ว่าไง ยัยปาย”
“พี่แปงอยู่ไหนคะ ไม่กลับบ้านเหรอ”
น้องสาวสุดที่รักที่แต่งงานแยกบ้านไปแล้ว ปกติก็ไม่เคยจะโทรถามอะไรแบบนี้ จึงอดแปลกใจไม่ได้
“กลับ แต่ยังไม่กลับ”
“ยังไงคะ พี่อยู่กับใคร กิ๊กพี่เหรอ”
“บอกว่าแพรวเป็นแฟนพี่ ไม่ใช่กิ๊ก เมื่อไหร่แกจะยอมรับแพรวเสียทีฮะยัยปาย”
ปารเมศบ่นน้องสาวที่ดูท่าทางไม่ชอบคนรักของเขาเอามาก ๆ เพราะไม่เคยเรียกแพรวพิลาศว่าเป็นแฟนเขาเลยสักครั้ง ไม่ต้องสงสัยว่าที่เป็นแบบนี้เพราะใคร
ดวงตาคมวาววับมองเลขานุการคนสวยที่เป็นน้องสาวต่างมารดาของคนรัก สองคนนี้ไม่ถูกกัน คนรักของเขาบอกว่าโรสิตามักจะพยายามทำตัวชิงดีชิงเด่นและใส่ร้ายให้เธอเสียหายเสมอ
ท่าทางจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะโรสิตากับแม่ไม่เคยได้ความรักความเอาใจใส่จากคนเป็นพ่อและสามีเลย ถูกปล่อยให้อยู่ด้วยกันตามลำพังในบ้านหลังใหญ่ เด็กที่มีเงินทองใช้ แต่ขาดความรักความอบอุ่น จะกลายเป็นเด็กขี้อิจฉาก็คงไม่แปลก
“แล้วเมื่อไหร่พี่แปงจะตาสว่างเสียทีคะ ว่าพี่แพรวไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่พี่คิด โดนตบตามาตั้งนานยังไม่รู้ตัว อีกหน่อยโดนสวมเขาจะหัวเราะเยาะให้”
“แกเลิกใส่ร้ายแพรวสักที พี่ไม่ชอบ แล้วก็อย่าเป็นคนหูเบาให้มันมากนัก ฟังอะไรก็หัดพิจารณาความเป็นจริงบ้าง”
“พอเลยค่ะ ไม่ต้องมาบ่นปาย ปายแค่หวังดี ไม่อยากเห็นพี่โดนสวมเขา แต่ถ้าพี่ไม่เชื่อปายก็ไม่เป็นไร วันหนึ่งพี่ก็จะรู้เอง”
“อืม พอ ๆ อย่าทำพี่หงุดหงิด วันนี้เหนื่อยงานมาทั้งวันแล้ว”
สุดท้ายก็ต้องตัดบท เพราะคุยเรื่องนี้ทีไรก็เถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายทุกที จบที่น้องสาวสุดที่รักงอนตุ๊บป่อง ไม่ยอมคุยกับเขาไปหลายวัน
ซึ่งถ้าเป็นปกติเขาคงปล่อยให้งอนไปเอง แต่ตอนนี้น้องสาวของเขารับบทเป็นแม่ลูกอ่อน ลำพังแค่เป็นแม่มือใหม่ก็เครียดมากพออยู่แล้ว จึงไม่อยากทำให้อารมณ์เสียด้วยกลัวจะมีผลกระทบต่อหลานสาวตัวน้อย
“ก็ได้ค่ะ ปายแค่จะโทรมาถามว่าพี่จะกลับบ้านไหม เห็นบ่นว่าคิดถึงหลาน อุตส่าห์พาหลานมาหา แต่พี่ก็ดันไม่ยอมกลับ มัวแต่ไปติดสาว”
“พอ ๆ พูดมากจริง พี่ยังไม่ได้บอกแกเลยนะว่าจะไม่กลับ แค่บอกว่ายังไม่กลับเท่านั้น”
“แล้วจะกลับเมื่อไหร่ล่ะคะ ตอนนี้หลานสาวของพี่เพิ่งอาบน้ำใหม่ ๆ ตัวหอมฟุ้ง รอคุณลุงกลับมาเล่นด้วย”
“กำลังจะถึงบ้านแล้ว พอดีพี่แวะกินข้าวต้มโต้รุ่ง ให้โรสิตาขับรถมาส่ง”
ปราลีเลิกคิ้ว ไม่รู้จะแปลกใจอะไรก่อนดี ระหว่างท่านประธานหนุ่มรูปหล่อแวะกินข้าวต้มข้างทาง หรือจะตกใจที่เขาให้เพื่อนรักของเธอขับรถมาส่ง ทั้งที่ปกติเขาไม่ค่อยชอบขี้หน้าโรสิตานัก
“ทำไมให้ยัยโรสมาส่งล่ะคะ รถเสียเหรอ”
“เดี๋ยวถามเพื่อนแกเอาเองแล้วกัน”
โรสิตาเหลือบมองเจ้านายแล้วลอบถอนหายใจ พูดแบบนี้แปลว่าเธอต้องเข้าไปในบ้านของเขาก่อน
“ค่ะ งั้นปายรอที่ห้องนั่งเล่นนะคะ พี่แปงพายัยโรสเข้ามาหาปายที่นี่นะ”
“อืม แค่นี่นะ”
ไม่นานปารเมศก็พาโรสิตาเข้ามาในห้องนั่งเล่น สองสาวโผเข้ากอดกันด้วยความคิดถึงทันทีเพราะทั้งคู่ไม่ค่อยได้เจอหน้ากันเท่าไรนักแม้จะทำงานอยู่ตึกเดียวกันก็ตาม
“คิดถึงแกมาก ยัยโรส”
“ฉันก็คิดถึงแก คิดถึงหลานด้วย”
“คิดถึงก็มานี่”
ปราลีจับมือพาโรสิตามานั่งข้างพี่ชายบนโซฟา ก่อนอุ้มลูกสาวตัวน้อยที่ตอนนี้อยู่ในอ้อมกอดของคนเป็นลุงมาใส่มือของเพื่อนรักหน้าตาเฉย
“ยัยปาย พี่เล่นกับหลานอยู่นะ”
“ก็เล่นไปสิคะ ใครว่าล่ะ ใช่ไหมคะลูก ป้าโรสก็คิดถึงหนูเหมือนกันนี่นา”
ปราลีหอมแก้มลูกสาวแล้วเดินมานั่งอีกฝั่ง ปล่อยให้พี่ชายและเพื่อนรักนั่งข้างกันโดยมีลูกสาวของเธออยู่ในอ้อมกอดของฝ่ายหญิงที่ยังตั้งตัวไม่ติด
แต่กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเด็กน้อยที่เพิ่งอาบน้ำใหม่ ๆ ทำให้โรสิตาอดใจไม่ไหวที่จะหอมแก้มนุ่มนิ่มฟอดใหญ่ คนตัวเล็กที่อยู่กึ่งกลางระหว่างเธอกับเจ้านายหนุ่มหัวเราะชอบใจ ก่อนโผตัวไปล็อกคอคนเป็นลุงที่ยื่นหน้าเข้ามาหาหวังหอมแก้มด้วยอดใจไม่ไหวเช่นกัน
แต่ถึงอย่างนั้น แขนป้อม ๆ อีกข้างก็ยังไม่ปล่อยจากลำคอระหงของคนเป็นป้า โรสิตาจึงจำต้องเอนตัวเข้าหาเจ้านายหนุ่มเช่นกัน
ความน่ารักของคนตัวเล็กที่กำลังหัวเราะชอบใจดึงดูดให้หนุ่มสาวยื่นหน้าไปหอมแก้ม แต่ในขณะที่จมูกโด่งกำลังจะถึงแก้มนุ่ม คนตัวเล็กก็ผละหนี
ปารเมศและโรสิตาพลาดเป้า ปลายจมูกของคนทั้งคู่ชนกัน ต่างชะงักค้าง เบิกตากว้าง ก่อนเธอจะถอยห่างออกมาทันทีที่มีสติราวต้องของร้อน
ปราลีและแผ่นดินหันมองหน้ากัน คนตัวบางเม้มปากกลั้นขำ ดวงตาเป็นประกายสมหวัง ทำให้แผ่นดินรู้ทันว่าภรรยาสุดที่รักกำลังคิดอะไรอยู่
“เอ่อ ขอโทษค่ะ”
“ฮึ่ม ผมไม่ได้ตั้งใจ”
ปารเมศเอ่ยขึ้นพร้อมโรสิตา ต่างขยับตัวหนีอีกฝ่ายอย่างกระอักกระอ่วน ก่อนปราลีจะเดินไปรับคนตัวเล็กกลับคืนมา
“ร้ายจริง ๆ นะลูกแม่ หลอกให้ลุงแปงกับป้าโรสหอมแก้ม ที่ไหนได้จะให้ลุงแปงกับป้าโรสจูบกันหรอกเหรอ”
“ยัยปาย”
โรสิตาเรียกเพื่อนเสียงเขียว แต่ใบหน้าแดงซ่านไม่อาจปกปิดความรู้สึก เจ้านายหนุ่มเหลือบมองคนข้างกายเล็กน้อย มุมปากกระตุกยิ้มชอบใจที่เสน่ห์ของเขาทำเธอเขินอายได้
“อายอะไรเล่า คนกันเองทั้งนั้น อยากหอมแก้มหลานกันอีกไหม”
“ไม่เอาแล้ว ไว้คราวหน้าฉันค่อยไปหาแกเองดีกว่า”
“เอางั้นก็ได้ แล้วตกลงว่าวันนี้ทำไมแกถึงมาส่งพี่แปงได้ล่ะ”
โรสิตาเหลือบมองเจ้านายหนุ่มอีกนิด เธอขยับตัวอย่างอึดอัดเพราะในห้องนี้มีผู้ชายนั่งอยู่ถึงสองคน แม้กับแผ่นดินที่เธอค่อนข้างสนิทสนมด้วย ก็ยังรู้สึกแปลก ๆ ที่จะเล่าเรื่องนี้ต่อหน้าเขาอยู่ดี
“เดี๋ยวผมพาลูกขึ้นไปนอนก่อน คุยกันตามสบายนะครับ”
แผ่นดินรู้ใจสาว ๆ กลุ่มนี้ที่สุด จึงรีบอุ้มลูกสาวตัวน้อยขึ้นห้องทันที แต่ปารเมศกลับยังไม่ยอมลุกไปไหน
“พี่แปง ไม่ขึ้นห้องไปพักผ่อนเหรอคะ สาวๆ เขาจะคุยกันค่ะ”
“มีเรื่องอะไรที่เป็นความลับด้วยเหรอ พี่ก็แค่อยากฟังว่าเพื่อนแกจะตีไข่ใส่สีอะไรให้แฟนพี่เสียหายหรือเปล่า”
“อ้อ เกี่ยวกับพี่แพรวด้วยเหรอคะ”
ปราลีหันมองพี่ชายก็สังเกตเห็นรอยแดงที่หน้าผากซึ่งก่อนหน้านี้มีผมปิดอยู่
“อ้าว แล้วหน้าผากไปโดนอะไรมาคะ”
“เหอะ ถามเพื่อนแกเอาเองแล้วกัน พี่ไม่อยู่ฟังก็ได้”
พูดจบก็ลุกขึ้นยืน ส่งสายตาคาดโทษไปยังเลขานุการเป็นเชิงว่าไม่ให้เธอพูดอะไรที่ทำให้คนรักของเขาเสียหายแล้วเดินขึ้นชั้นบนไปอย่างรวดเร็ว
“ทางสะดวกแล้ว มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกันแน่เนี่ย แกเล่ามาให้หมดเลย ไม่ต้องไปกลัวพี่แปง เดี๋ยวฉันจะปกป้องแกเอง”
แล้วเรื่องทั้งหมดก็ถูกเล่าออกมาเป็นฉาก ๆ แม้ว่าโรสิตาจะพยายามหลีกเลี่ยงบางเรื่อง แต่ก็โดนซักไซ้จนต้องยอมพูดจนหมดเปลือก
“สมน้ำหน้า อยากหื่นดีนัก แล้วพี่สาวแกว่ายังไง ด่าอะไรแกหรือเปล่าที่เข้าไปขัดจังหวะ นางคงอารมณ์เสียน่าดู”
“ไม่น่าจะกล้าด่าฉันต่อหน้าคุณแปงหรอก แต่มองฉันอย่างกับจะหักคอจิ้มน้ำพริก”
“ฮึ่ย ถือว่ายังควบคุมตัวเองได้ดี ที่จริงน่าจะด่าแกออกมาเลยนะ พี่แปงจะได้เห็นธาตุแท้สาวผู้แสนดี”
“พี่ชายแกไม่รู้สึกอะไรหรอกยัยปาย ทำใจเหอะ สองคนนั้นรักกัน ยังไงแกต้องได้พี่สาวของฉันเป็นพี่สะใภ้แล้วล่ะ”
“เมื่อไหร่พี่แปงจะตาสว่างนะ หรือต้องหาหลักฐานมายืนยัน รู้งี้ตอนนั้นเราถ่ายคลิปมาก็ดี”
เธอไม่ได้อคติกับแพรวพิลาศโดยไม่มีสาเหตุ ถึงแม้จะเคยเห็นแพรวพิลาศด่าทอหรือทำตัวแย่ ๆ กับโรสิตามาหลายครั้งตั้งแต่คบหากันก็ตาม
จะไม่คัดค้านพี่ชายเลยถ้าแพรวพิลาศทำตัวเหมือนเดิมทั้งต่อหน้าและลับหลังพี่ชาย แต่นี่คนละเรื่อง
แถมล่าสุด พวกเธอยังเคยเจอเจ้าหล่อนนัวเนียกับหนุ่มหล่อในผับ แต่มันทั้งมืดและตกใจ จึงไม่ทันได้ถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน เจ้าหล่อนก็ลากหนุ่มหล่อคนนั้นออกไปจากผับเสียก่อน
“ปล่อยให้เป็นเรื่องของพวกเขาเหอะ เราอย่าไปยุ่งเลย แค่นี้พี่ชายแกก็เกลียดฉันมากพอแล้ว ยังไม่อยากตกงานตอนนี้นะ”
“ถ้าเขาไล่แกออก ฉันจะรับแกมาเป็นเลขาฉันเอง”
