อลัน EP.14
หลังจากอลันเดินหนีจากคนตัวใหญ่ที่พึ่งมาส่งตนเมื่อครู่ เนื่องจากอีกฝ่ายเอาแต่หยอดคำหวานขอเขาเป็นแฟนไม่เลิก เขาจึงเลือกที่จะเดินหนีชายหนุ่มเข้าบ้านอย่างไม่สนใจแทน ก่อนจะถอนหายเฮือกใหญ่ให้กับความดื้อรั้นของผู้ชายที่ชื่ออีวาน อเล็กซานเดรีย
อลันเดินเข้าบ้านด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนจะหันมองดูนาฬิกาติดผนังหน้าห้องของตัวเอง ซึ่งบ่งบอกว่าตอนนี้พึ่งจะแปดโมงครึ่ง ร่างเล็กจึงขบคิดได้ว่า ควรจะทำอะไรต่อดี เพราะถ้าจะให้เขานอนต่อก็คงไม่นอนหลับแล้ว อีกอย่างวันนี้เป็นวันสำคัญของเขากับพี่ชายด้วย เขาต้องจัดการกับการบ้าน และงานที่ค้างให้เสร็จเสียก่อน รวมถึงแบบทดสอบของฟีโอน่าด้วย
อลันจัดลำดับโปรแกรมที่คิดไว้เรียบร้อย เจ้าตัวก็รีบจัดการกับการบ้าน และรายงานต่าง ๆ ที่ค้างไว้อยู่ภายในห้อง เพื่อที่จะมีเวลาเตรียมอาหารกับของขวัญให้พี่ชายของเขา ในช่วงเย็นต่อ วันนี้อาจจะต้องทำอะไรพิเศษกว่าทุกปี เพราะอีวานมาจะร่วมฉลองกับพวกเขาสองพี่น้องด้วย
ร่างเล็กตั้งหน้าตั้งตาจัดการทุกอย่างสำหรับวันพรุ่งนี้จนเสร็จ ก่อนจะมองดูนาฬิกาอีกครั้ง ที่อยู่บนโต๊ะหนังสือข้างเตียง ยังพอมีเวลาเหลืออยู่มาก เพราะส่วนมากเขาไม่ค่อยเก็บการบ้านกลับมาทำสักเท่าไร เนื่องจากเขาทำเสร็จตั้งแต่อยู่ที่โรงเรียน ในทุก ๆ ครั้งที่มีเวลาว่าง งานค้างเลยไม่ค่อยมีกลับมาทำที่บ้านเหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ
ในเมื่อยังมีเวลาเหลืออยู่เยอะ คนตัวเล็กจึงคิดว่าน่าจะออกไปซื้อเค้ก ขนาดที่เหมาะกับสามคนทานหมดมาเตรียมไว้ก่อนดีกว่า เพราะเขาจะซื้อเผื่ออีวานด้วยอีกคน แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายอยากจะมาร่วมฉลองกับพวกเขาด้วยหรือเปล่า ส่วนของขวัญยังคิดไม่ออกว่าจะซื้ออะไรดี เลยคิดว่าเดี๋ยวค่อยให้ของขวัญพี่ทีหลังก็แล้วกัน
ร่างเล็กใช้เวลาในเตรียมอาหารมื้อค่ำ และสถานที่เกือบจะเสร็จแล้ว เหลือแค่ขนมทานเล่นสำหรับงานเลี้ยงเล็ก ๆ ของเขากับพี่ชายอีกนิดหน่อย ก็ถือว่าการจัดเตรียมทุกอย่างสมบูรณ์
อลันมองดูนาฬิกาเรือนใหญ่ ที่ติดกับผนังหน้าห้องของตัวเองอีกครั้ง อีกไม่กี่นาทีก็จะสี่โมงเย็นแล้ว ยังไม่เห็นวี่แววว่าพี่จะกลับมา
“จะสี่โมงเย็นแล้ว ทำไมพี่ยังไม่กลับอีกนะ หรือว่าจะหลงทางขึ้นรถผิดหรือเปล่า? ยิ่งไม่เคยเข้าเมืองมาก่อนด้วย อยากมีโทรศัพท์จัง รู้สึกเป็นห่วงพี่แปลก ๆ” อลันบ่นพึมพำอยู่คนเดียว ภายในใจก็นึกเป็นห่วงพี่ชายอยู่ไม่น้อย แต่ก็ทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น ถ้าหากมีโทรศัพท์ก็คงดีกว่านี้ เขาจะได้โทรถามพี่ได้ว่าตอนนี้ถึงไหนแล้ว ใกล้จะถึงบ้านหรือยัง
ในระหว่างที่กำลังรอพี่ชายกลับมา เวลาก็ยังมีเวลาเหลือ เพราะเพิ่งจะสี่โมงเย็น ร่างเล็กกำลังคิดว่าจะทำอะไรเพิ่มดีไหม ก่อนจะตัดสินใจเดินไปต้มน้ำร้อน เพื่อทำน้ำชากลิ่นแอปเปิลเพิ่ม เพราะถ้าพี่มากลับถึงบ้านเหนื่อย ๆ จะได้มีน้ำชาอุ่น ๆ หอม ๆ ให้ดื่ม อลันพึ่งจะตั้งกาต้มน้ำไว้บนเตา
ทว่าเสียงเคาะประตูหน้าบ้านก็ดังขึ้น แม้รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ที่พี่ชายของเขาไม่เปิดประตูเข้าบ้านเหมือนอย่างเคย หรือว่าจะเป็นอีวาน เขาจึงหยุดทำทุกอย่าง และไปเปิดประตูแทน เพราะเพิ่งเอ่ยชวนคนตัวใหญ่ไปเมื่อเช้า เลยคิดว่าน่าจะเป็นชายหนุ่ม
เมื่ออลันเปิดประตูกลับพบว่า คนที่ยืนตรงหน้าไม่ใช่พี่ชายของเขา แล้วก็ไม่ใช่อีวานอย่างที่คิดด้วย ผู้ชายตรงหน้าตัวสูงใหญ่มาก
อลันสูงไม่ถึงหน้าอกของคน ๆ นี้เลยด้วยซ้ำ ความสูงห่างกันแบบเสาไฟฟ้ากับหลักกิโลเลยนะเนี่ย ใบหน้าหล่อเหลาที่ไม่รู้จะบรรยายอย่างไร เพราะแม้แต่ดารานายแบบนยังต้องหลบให้ เส้นผมสีเทาเงินซอยสั้นเข้ากับใบหน้าคมเข้มออกจะดุ ๆ และดวงตาสีเหลืองทองอำพันคล้ายกับหมาป่ายามค่ำคืน มันเข้ากันได้ดีราวกับว่าพระเจ้าบรรจงปั้นผู้ชายคนนี้มาอย่างระมัดระวัง
ทั้งยังจัดวางองค์ประกอบทุกอย่างบนใบหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ความหล่อเหล่าที่ไม่แพ้อีวานเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งยังดูเหมือนว่าคนตรงหน้า จะหล่อกว่าด้วยซ้ำ มีเสน่ห์ดึงดูดมากจริง ๆ แต่มันกลับมีความรู้สึกที่แฝงความอันตรายอย่างน่าประหลาด
อลันตัวน้อยที่เห็นผู้มาเยือนเป็นคนแปลกหน้า และก็กำลังจะเอ่ยปากถาม ว่าคนร่างยักษ์ตรงหน้ามาหาใคร
“คุณมาหะ…เห้ย!” อลันตัวน้อยเอ่ยยังไม่ทันจะจบประโยค ก็ต้องอุทานออกมาอย่างตกใจ เมื่อคนแปลกหน้าจับร่างเล็กบอบบางขึ้นพาดบ่า แล้วเดินดุ่ม ๆ ออกจากบ้านทันที โดยไม่มีการเจรจาใด ๆ ทั้งสิ้น
“นี่ปล่อยผมนะ! คุณเป็นใคร แล้วมาจับผมทำไมเนี่ย! นี่!” เสียงร้องโวยวายของคนบนบ่าตะโกนดังลั่น
หมัดเล็ก ๆ ทุบตีอีกฝ่ายอย่างเอาเป็นเอาตาย ทว่าคนตัวใหญ่กลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เขาไม่สนใจเสียงโวยวายของคนบนบ่า ทั้งยังคงก้าวขายาว ๆ ของตน พาคนร่างเล็กไปยังรถสปอร์ตคันหรู สีดำคาดแดงด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะยัดร่างของคนโวยวาย เข้าไปในรถข้างคนขับได้สำเร็จ
“ถ้าเธอก้าวเท้าลงจากรถแม้แต่ก้าวเดียว พี่ชายเธอตายแน่”
ปัง!
