EP 2 : Good Day and Bad
“น้องพริกไทย”
“...”
“น้องพริก”
“...”
“น้องพริก!”
“เฮ้ย! เอ่อ...คะพี่อิ่ม”
“เป็นอะไรรึเปล่าพี่เรียกนานแล้วนะ หนูมีเรื่องเครียดเหรอ”
“คะ? อ๋อ เปล่าค่ะ ไม่มีค่ะ หนูแค่กำลังคิดถึงตอนต่อไปของซีรีย์เพลิน ๆ ขอโทษนะคะ”
“อ้อ ฮ่า ๆ ๆ ไม่เป็นไรจ้า พี่ก็นึกว่ามีเรื่องเครียดแต่ไม่มีก็ดีแล้ว”
“แล้วพี่อิ่มมีอะไรรึเปล่าคะ”
“อ๋อ พี่จะถามว่าหนูจะกินอะไรพี่จะได้บอกแม่ครัวทำให้”
“เอ่อ...ยังไม่รู้เลยค่ะ แต่เดี๋ยวพริกลงไปเดินดูของกินข้างล่างดีกว่า ขอบคุณนะคะพี่อิ่ม”
“ได้ ๆ ถ้างั้นพี่ไม่กวนแล้วนะจ้ะ แต่ถ้าอยากกินอาหารในครัวหนูสั่งเลยนะถ้าร้านเปิดเดี๋ยวรอนาน”
“รับทราบค่ะ” ฉันยิ้มรับตาหยีพี่อิ่มผู้ช่วยผู้จัดการร้านก็เดินออกจากห้องทำงานของพี่เติ้ล พอพี่อิ่มออกไปฉันก็...
“เฮ้อ~” ฉันถอนหายใจเอามือท้าวคางแล้วก็นั่งจุมปุ๊กอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่
รู้สึกแย่ชะมัด
“อ้อค่ะ แต่ความจริงแล้วแพมว่าเป็นแค่เพื่อนไม่ต้องให้เขารับส่งก็ได้เนอะ ถึงบ้านจะอยู่ทางเดียวกันแต่อย่างน้อยก็...ละอายใจต่อแฟนของผู้ชายบ้างก็น่าจะดีเนอะ”
ฉัน...โคตรจะรู้สึกแย่เลย
เหมือนโดนลากไปตบกลางสนามราชมังคลากีฬาสถานในตอนที่บรรจุผู้คนเต็มอัตรา โคตรจะรู้สึกแย่และ...อับอาย
“น้องแพร พี่กับปริ๊นซ์เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ไม่รู้ว่าน้องแพรคิดมาก ถ้าทำให้คิดมากพี่ขอโทษนะ”
“เปลี่ยนจากคำขอโทษเป็นทำตัวให้เหมาะสมกับผู้ชายที่มีเมียแล้วดีกว่านะคะ ขอโทษนะถ้าแพรพูดแรงเกินไป แต่ถ้าไม่พูดความสัมพันธ์ของแพรกับพี่ปริ๊นซ์อาจจะพังเพราะคนนอกก็ได้”
“...”
ฉันจำได้ขึ้นใจว่าน้องเขามองฉันด้วยสายตาไม่เป็นมิตรแล้วเดินผ่านหน้าฉันไป วินาทีนั้นฉันถึงกับใบ้กินไปเลย
“...เฮ้อ~” ยิ่งนึกถึงยิ่งรู้สึกแย่ไปหาอะไรกินดีกว่าพริกไทยเอ้ยจะได้หายฟุ้งซ่าน
ฉันสะบัดหัวเพี่อไล่ความรู้สึกแย่ได้แต่มันก็ไล่ไม่ได้หรอก ถ้าทำได้หมอคงบอกให้คนไข้ทำไปแล้ว แต่ลงไปหาอะไรกินหน่อยดีกว่านั่งอยู่ตรงนี้แล้วเฟลหนักเกินไป
ฉันเดินลงมาจากชั้นสองไปทางประตูหลังของร้านพวกพี่ ๆ พนักงานกำลังเริ่มเตรียมร้านกันอยู่ อยากช่วยนะแต่ไม่มีอารมณ์จริง ๆ
“พริกไทย”
ขวับ!
“...อ้าว พี่เจฟ สวัสดีค่ะ” หันไปตามเสียงเรียกพอเห็นว่าเป็นใครฉันก็รีบไหว้ทักทายพี่เขา พี่เจฟเป็นดีเจค่ะ เปิดเพลงให้ที่ร้านมาตั้งแต่เปิดร้านแรก ๆ เลย พี่เขาดังมากเลยนะคะเพราะหล่อ เท่ห์ เวลาอยู่บนเวทีดูดีสุด ๆ ไปเลย ดูดีทุกมุมสาว ๆ เลยชอบถ่ายวีดีโอพี่เขาไปโพสในโซเชียลทำให้มีคนตามมาดูพี่เจฟกันเยอะ เรียกว่าพี่เจฟเป็นตัวเรียกแขกที่สำคัญของร้านได้เลย
อ้อ! แต่ต่อให้ดังแค่ไหนพี่เจฟคนเท่ห์คนนี้ก็ไม่ไปทำที่ไหนนะ พี่เขาเปิดแผ่นที่นี่ที่เดียว ได้ข่าวว่ามีหลายร้านเสนอเงินให้ก้อนโตแต่พี่แกก็ไม่ไป อาจจะเพราะโตมากับร้านแล้วก็สนิทกับพี่เติ้ลด้วยมั้งเลยให้ใจกันเต็มที่
แต่จะบอกว่าพี่เจฟหล่อ เท่ห์สุด ๆ ไปเลยนะคะ สาว ๆ คนไหนสนใจก็เชิญมาเป็นคุณลูกค้าผับมายโบร๋ว~ ของพริกไทยได้เลยนะ อิอิ
“จะไปไหน”
“อ๋อ พริกกำลังจะไปเดินหาซื้อของกินน่ะพี่เจฟ พี่เจฟล่ะคะ เพิ่งมาเหรอ”
“อื้ม”
“โห มาเร็วจังเลย พี่เจฟขึ้นห้าทุ่มไม่ใช่เหรอ” พี่เขายิ้มนิดหน่อยตอนฉันถาม
“มางีบรอ ขี้เกียจอยู่ห้อง พี่เบื่อ”
“อ้อ โอเคถ้างั้น... / จะไปหาของกินใช่ไหม เดี๋ยวพี่ไปเป็นเพื่อน”
“ไม่เป็นไรพี่เจฟ พริกไปได้”
“ไปด้วยกันนี่แหละ อยากเดินเล่นหาของกินพอดี”
“โอเค ถ้างั้นไปกันเลยนะคะ” ฉันไม่ขัดเป็นรอบที่สองหรอก สบาย ๆ อยู่แล้วเพราะสนิทกัน แต่ที่ปฏิเสธรอบแรกเพราะกลัวพี่เขาแค่จะไปเป็นเพื่อนตามประสาพี่ที่ห่วงใยน้องนุ่งแต่ในเมื่อพี่เจฟบอกว่าอยากเดินเล่นหาของกินก็ไปกันเลยค่ะเผื่อว่า...จะมีพี่สุดเท่ใจดีเลี้ยงขนงขนม อิอิ
-เวลาต่อมา-
“พี่ว่าไม่ได้แอบงีบกันแล้วล่ะเราสองคน”
“ฮ่า ๆ ๆ นั่นสิเนอะ โทษพี่เจฟแหละไม่ยอมห้ามพริก”
“เห็นเด็กมองของกินตาเป็นมันใครจะกล้าห้าม”
“ฮ่า ๆ ๆ ขอบคุณ... / น้องพริกมาแล้วเหรอ” เดินคุยกับพี่เจฟพร้อมกับหอบหิ้วถุงของกินพะรุงพะรังเข้ามาในร้านกำลังจะขึ้นชั้นสองกันพี่อิ่มก็เดินกึ่งวิ่งมาจากฝั่งหน้าร้านแล้วทักฉัน
“ค่ะพี่อิ่ม”
“หนูไปนานมาก พี่โทรหาก็ไม่รับ” พี่อิ่มแอบดุเบา ๆ ฉันเลยยิ้มอ่อน
“แหะ ๆ ๆ ขอโทษค่ะพี่อิ่ม พริกลืมโทรศัพท์” ใช่ค่ะฉันลืมจริง ๆ ตอนออกจากห้องทำงานพี่เติ้ลมันเป็นเซ็ง ๆ ซึม ๆ เลยไม่ได้สนใจอะไรรู้ตัวอีกทีว่าไม่ได้พกโทรศัพท์ก็ตอนจะสแกนจ่ายค่ายำมะม่วงดีนะพี่เจฟไปด้วยไม่งั้นเขินแม่ค้าแย่เลย แล้วก็โชคดีที่มีพี่เจฟเพราะนอกจากจะไม่เขิน ไม่ต้องเดินวนกลับมาเอาโทรศัพท์ไปสแกนจ่ายแล้วยังได้เดินซื้อของกินเยอะแยะมากมายแบบไม่ต้องควักแม้แต่สตางค์แดงเดียว วันนี้ก็ไม่แย่นะ ตอนเที่ยงรู้สึกว่าวันนี้มันเป็นวันที่โคตรจะ Good day เพราะปริ๊นซ์พาไปกินของอร่อย ตอนบ่ายเกือบเย็นเปลี่ยนเป็น Bad day เพราะโดนน้องแพรต่อว่า แต่สุดท้ายก็กลายเป็น Good day เพราะถูกฮีลใจด้วยความใจดีของพี่เจฟคนเท่ห์ อิอิ
“ไปเร็ว ๆ เลยน้องพริก”
“คะ? ไปไหนคะพี่อิ่ม”
“ไปห้องทำงานพี่เติ้ลไง ไปเร็ว ๆ เลย มีงานรออยู่”
“เอ่อ ตอนนี้เลยเหรอคะ?”
“ตอนนี้สิจ้ะ เร็ว ๆ เลยเดี๋ยวยุ่ง”
“ค่ะ ๆ ถ้างั้นเดี๋ยวพริกตามออกไปนั่งกินด้วยนะพี่คิม” ตกลงกันว่าจะไปนั่งกินอาหารที่ซื้อมาที่ห้องพักศิลปินค่ะเลยต้องบอกเจ้ามือก่อน
“โอเค พี่รอ... / หนูเดี๋ยวค่อยคุยกันลูก ไปก่อนเร็ว ๆ” ยังคุยกับพี่เจฟไม่เสร็จพี่อิ่มก็พูดแทรกแล้วดันเพื่อให้ฉันรีบไป
“ค่ะ ๆ” ฉันงง ๆ ว่างานอะไรทำไมพี่อิ่มต้องรีบร้อนขนาดนี้แต่ต่อให้งงแค่ไหนก็รีบไปตามที่พี่อิ่มบอก รีบมากจนลืมฝากถุงอาหารอีกหลายถุงที่แย่งพี่เจฟถือให้พี่เขาเอาไปก่อนตอนนี้เลยกลายเป็นสภาพหอบหิ้วถุงของกินพะรุงพะรังกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพราะแรงดันหลังของพี่อิ่มขึ้นบันไดไปที่ห้องทำงานของพี่เติ้ล
“พี่อิ่ม งานด่วนอะไรเหรอคะ” ฉันถามระหว่างที่เดินกึ่งวิ่ง
“ไม่ต้องถาม รีบไปให้ถึงห้องให้เร็วที่สุดก่อนก็พอหนู”
“ค่ะ ๆ” อะไรวะ ถามก็ไม่ได้
ฉันไม่ได้ถามต่อเพราะมาถึงหน้าห้องทำงานแล้ว พอถึงพี่อิ่มก็จัดการเปิดประตูแล้วดันฉันเข้าไปในห้องทันที ฉันตั้งตัวไม่ทันได้แต่หันหน้ากลับมามองการกระทำของพี่อิ่มด้วยความงง
“ไปเร็วน้องพริก โชคดีนะ คุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง”
“ฮะ?”
กริ๊ก!
ฉันอุทานเบา ๆ พร้อมกับเสียงประตูที่ปิดลง แต่คำอวยพรที่ไม่จำเป็นพวกนั้นทำให้ฉันพอจะเดาอะไรได้บ้างแล้ว อย่าบอกนะว่า...
ฉันหันกลับมามองในห้อง แล้วสิ่งที่ฉันได้พบก็คือ
“ไง มาแล้วเหรอ...ยัยลูกหมา”
“...”
โอเค ชีวิตคนเราหนึ่งวันมันก็ต้องสวิงเป็นธรรมดาแบบนี้แหละ แค่สวิงของพริกไทยมันอาจจะแย่หน่อยเพราะเจอเรื่อง Good ให้ใจฟูแล้วก็เจอเรื่อง Bad ให้เฟล จากนั้นก็เจอเรื่อง Good มาปลอบใจก่อนจะปิดจบด้วย Very Bad Day...
เซ็งว่ะ เซ็งชะมัด เซ็งฉิบหายเลยพริกท้าย~
