Chapter12.เพื่อนใหม่
ตอนที่ 12. เพื่อนใหม่
หลายชั่วโมงต่อมา
“สวัสดีค่ะ เธอชื่อแคลร์ใช่ไหม”
แคลร์ค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าของเสียงที่เอ่ยทักเธอ ก่อนจะเผยยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าผู้หญิงหน้าตาน่ารักตรงหน้ากำลังชวนเธอคุยด้วยท่าทางเป็นมิตร
“ใช่ เราชื่อแคลร์”
“ว้าว~ เธอพูดภาษาไทยเก่งมากเลยอะ เราชื่อยี่หวานะ” ยี่หวายิ้มตอบ รู้สึกสนใจในตัวแคลร์เป็นอย่างมาก เพราะด้วยความที่เธอเป็นคนเฟรนด์ลี่
เมื่อเห็นว่าแคลร์เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่จึงคิดว่าหญิงสาวอาจจะยังไม่มีเพื่อน
“ยี่หวา....ชื่อน่ารักจัง”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะ” แคลร์ตอบกลับ ก่อนจะยื่นมือไปหา ดูเหมือนเธอจะได้เพื่อนใหม่แล้วสินะ
“ยินดีที่ได้รู้จักนะแคลร์^^“
ซึ่งยี่หวาก็เอื้อมมือมาจับมือของหญิงสาวเอาไว้เช่นกัน
“เธอมีไอจีไหม เดี๋ยวเราไปติดตาม เอาไว้คุยกัน”
“ถ้าแคลร์มีอะไรไม่เข้าใจ ถามเราได้ตลอดเลยนะ^^”
“ขอบคุณมากเลยนะ”
สองสาวคุยกันอยู่พักใหญ่ ทำให้แคลร์ได้รู้ว่ายี่หวาเป็นคนใจดีมาก ไม่มีเหตุผลที่เธออยากจะปฏิเสธการผูกไมตรีกับยี่หวาเลย เวลาผ่านไปหลายนาที เมื่อเห็นว่าตัวเองต้องรีบกลับบ้าน ยี่หวาจึงจำต้องเอ่ยขอตัว
“เราต้องกลับแล้วอะ ไว้เดี๋ยวเราทักหานะแคลร์“
”ไว้เจอกันนะ“
”โอเคๆ ไว้เจอกันนะ บาย“
แคลร์ยืนมองยี่หวาเดินออกไปจนสุดสายตา ก่อนจะเผยยิ้มออกมาอย่างดีใจที่ในที่สุดเธอก็ได้เพื่อนใหม่แล้ว
”ใจดีจัง“ แคลร์พูดกับตัวเองเบาๆ ยี่หวาดูเป็นคนใจดีมากจริงๆ เธอดูอบอุ่นและเป็นมิตรอย่างแท้จริง จนแคลร์อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าตัวเองโชคดี
หญิงสาวฮัมเพลงในขณะที่เก็บหนังสือใส่กระเป๋า ก่อนจะเหลือบสายตาไปมองนาฬิกา แล้วพบว่ามันช้ามากแล้ว ลูคัสอาจจะกำลังรอเธออยู่ก็ได้
“ตายแล้ว“
หญิงสารีบผุดลุกขึ้น ก่อนจะวิ่งไปหาลิฟต์ ใช้เวลาราวๆสองนาที เธอก็สามารถลงไปถึงด้านล่างของตึกได้ ใบหน้าสวยคลี่ยิ้มออกมาอีกครั้ง ยามได้เห็นว่าใครกำลังยืนรอเธออยู่
ลูคัส....
เขามารับเธอตามที่บอกจริงๆด้วย
”เอ่อ รอนานมั้ยคะ ขอโทษนะ พอดีเมื่อกี้แคลร์“
”ไม่ต้องขอโทษหรอก พี่เพิ่งมาถึงน่ะ“
”มาเถอะเดี๋ยวพี่ช่วยถือของนะ“ ลูคัสส่ายหน้าตอบ ขยับเข้าไปช่วยหญิงสาวถือข้าวของอีกครั้ง
การกระทำของเขามันอันตรายต่อใจของเธอมากจริงๆ แต่ถึงแบบนั้นแคลร์ก็ไม่กล้าปฎิเสธความใจดีของเขา เพราะเอาเข้าจริงๆแล้ว....แคลร์ก็ชอบ ที่มีคนคอยมาใส่ใจแบบนี้
”ขอบคุณนะคะ“
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังเดินไปขึ้นรถอยู่นั้น ด้านในของตึก มียี่หวากับเพื่อนต่างคณะของเธอกำลังเดินออกมา สายตาคู่นั้นเหลือบไปเห็นแคลร์กับลูคัสพอดี เพื่อนสนิทของยี่หวาที่รู้ดีว่ายี่หวานั้นแอบชอบลูคัสมาตั้งแต่ปีหนึ่ง จึงไม่รอช้าที่จะขยับไปสะกิดเพื่อน
”อิหวามึงเห็นปะ ผู้หญิงหน้าฝรั่งคนนั้นใครวะ แฟนพี่ลูคัสเหรอมึง!“ ลิลลี่หันไปพูดกับยี่หวา
คนที่เห็นภาพนั้นเต็มสองตาก็ได้แต่แน่นิ่งไป หัวใจรู้สึกสั่นไหวขึ้นมาอย่างรุนแรง นั่นมันแคลร์ เพื่อนใหม่ที่เธอเพิ่งทำความรู้จักไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน แต่สิ่งที่ทำให้ยี่หวาไม่เข้าใจคือ.....ทำไมแคลร์ถึงได้รู้จักลูคัส
แม้จะไม่อยากคิดมากอะไร แต่มองจากมุมนี้ยี่หวาปฎิเสธไม่ได้ว่าเธอกำลังรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย เธอแอบชอบลูคัสมานานหลายปีแล้ว เคยพยายามทำความรู้จัก เข้าไปวนเวียนใกล้ๆในชีวิตของเขาหลายครั้ง แต่ดูเหมือนมันจะไม่ง่าย
นอกจากลูคัสจะไม่ได้เจ้าชู้เหมือนเพื่อนๆส่วนใหญ่ของเขา ร่างสูงยังรักความเป็นส่วนตัวสูง นั่นยิ่งทำให้เธอชอบเขามากขึ้นไปอีก
“อาจจะไม่มีอะไรก็ได้มึง นั่นแคลร์เพื่อนร่วมห้องใหม่กูเอง“ ยี่หวาตอบกลับอย่างพยายามไม่คิดอะไรมาก
“ห๊า โลกกลมจังวะ แบบนี้ต้องสืบแล้วปะ ว่าสองคนนั้นเป็นอะไรกันอะ”
“......” ยี่หวาคิดตามคำพูดของลิลลี่ แน่นอนว่าถ้ามีโอกาสเธอจะถามแคลร์ แต่อย่างแรก เธอควรตามสืบเรื่องนั้นด้วยตัวเองก่อน สองคนนั้นอาจจะไม่ใช่ในแบบที่เธอกับเพื่อนคิดก็ได้
หลายวันต่อมา
@มหาวิทยาลัยริชบูม
“วิธีการยื่นขอไปฝึกงานที่โรงแรมอันดาราก็ประมาณนี้ มีอะไรตรงไหนที่เราไม่เข้าใจหรือเปล่า?”
ลูคัสเอ่ยถามประโยคสุดท้าย หลังจากวันนี้เขานัดกับแคลร์เอาไว้ว่าเขาจะมาบอกวิธีการขอยื่นไปฝึกงานของเธอในปีถัดไป ซึ่งแน่นอนว่าแคลร์ที่นั่งตั้งใจฟังนั้นเข้าใจทุกอย่างเป็นอย่างดี
“ค่ะ แคลร์เข้าใจทุกอย่างเลย พี่ลูคัสอธิบายดีมากๆ” แคลร์ยิ้นตอบ ก่อนจะรวมรวบเอกสารของตัวเองเข้าหากันอย่างหมายมั่น
ระยะเวลาแค่ไม่กี่เดือน มันช่างรวดเร็วเสียจริง หญิงสาวจึงไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด และที่สำคัญ เธออยากไปฝึกงานที่เกาะอันดาราจริงๆ เธอชอบที่นั่น เพราะอยากกลับไปฟื้นความทรงจำในวัยเด็กของตัวเอง
“ถ้าเราอยากจะยื่นไว้ตั้งแต่เทอมนี้จะยื่นเอาไว้เลยก็ได้นะ” ร่างสูงเอ่ยบอกเพิ่มเติม
เขามั่นใจว่าถึงอย่างไรแคลร์ก็สามารถไปฝึกงานที่นั่นได้แบบผ่านฉลุยได้ง่ายๆอยู่แล้ว เพราะคนอนุมัติก็คือเขา....คนที่กำลังจะเดินทางไปฝึกงานที่เกาะอันดาราในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ลูคัสไม่ได้ไปฝึกงานที่นั่นในตำแหน่งบุคคลทั่วไป เขาไปฝึกตำแหน่งรองผู้บริหาร เพราะหลังจากฝึกเสร็จ....พ่อของเขามีแผนจะเลื่อนตำแหน่งให้เขากลายไปเป็นผู้บริหารอย่างเต็มตัว
เพราะฉนั้นปีหน้าที่แคลร์จะไป....มันหมายความว่าเขาจะกลายเป็นเจ้านายของเธอ
“ได้ค่ะ แคลร์ถามอาจารย์แล้ว แคลร์จะยื่นเอกสารอาทิตย์หน้าเลย^^”
จู่ๅรอยยิ้มหวานของแคลร์ก็ทำเอาลูคัสแอบรู้สึกเศร้าขึ้นมาเล็กน้อย พอเขานึกถึงความจริงที่ว่าอีกสองวันข้างหน้า เขาจะต้องอยู่ห่างจากเธอ หัวใจที่รอคอยมานานมันเหมือนกับต้องถูกบังคับให้ห่างไกลจากเธออีกครั้ง ถ้าเลือกได้....ลูคัสอยากจะมีโอกาสอยู่ใกล้แคลร์ให้ได้นานกว่านี้
“แคลร์....”
“คะ?” เธอหันมามองหน้าเขาด้วยสีหน้าที่รอฟัง ว่าเขาจะพูดอะไรต่อไป
“วันพรุ่งนี้เราว่างหรือเปล่า ไปทานข้าวกันไหม“
แคลร์รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่ลูคัสถามเธอออกมาแบบนั้น ปกติเขาพาเธอแวะทานข้าวแทบทุกวัน หลังจากเรียนเสร็จ แล้วทำไทจู่ๆวันนี้เขาถึงมาถามเธอแบบนี้ล่ะ
“ได้สิคะ ปกติเราก็ทานข้าวด้วยกันทุกวันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” หญิงสาวกระพริบตาเอ่ยถาม
แม้เธอจะรู้สึกเกรงใจลูคัวอยู่ทุกวันที่เขาขยันมารับมาส่ง แถมยังเลี้ยงข้าวเธออีก แต่ร่างสูงยืนยันกับเธอว่าเขาอยากทำแบบนั้น หญิงสาวจึงไม่กล้าปฎิ
