Chapter 5
“ไฮ ซึกิจัง” เมอิสาวสวยเฉี่ยวลูกครึ่งญี่ปุ่นเดินเข้ากอดกับลลิลด้วยความดีใจ หญิงสาวเป็นดีไซเนอร์ที่เปิดห้องเสื้อที่มีชื่อเสียงในประเทศอังกฤษ ช่วงนี้เธอกลับมาเยี่ยมครอบครัวที่ประเทศไทย จึงนัดเพื่อนสนิทในกลุ่มสมัยเรียนมัธยมออกมาสังสรรค์กันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ
“เมอิ ปกติก็สวยอยู่แล้วนะ ตอนนี้สวยขึ้นมากจนฉันจำไม่ได้เลย” ลลิลทำตาโตห่อปากพลางมองเพื่อนสาวด้วยแววตาชื่นชม เมอิสวมเสื้อเปิดไหล่สีขาวกับกระโปรงลายดอกไม้สีชมพูหวานเหนือเข่าเล็กน้อย ผมยาวสลวยทำลอนใหญ่เวลาเดินพริ้วไหวราวกับนางแบบที่เดินอยู่บนแคทวอล์ก
“ซึกิก็สวยเหมือนเดิม มีแฟนยังอ่ะ เรามีหนุ่มอังกฤษอยากจะแนะนำให้รู้จักเอาไหม?”
“ยายชีไม่ชอบของนอกหรอก” เสียงทุ้มนุ่มของหนุ่มหล่อร่างสูงที่สวมเสื้อเชิร์ตสีขาวกับกางเกงยีนส์สีเข้มเอ่ยขึ้น จนดีไซเนอร์สาวแอบอมยิ้ม อคินก็ยังเป็นคนเดิม..คนที่ชอบกันท่าซึกิที่แปลว่าพระจันทร์ในภาษาญี่ปุ่นหรือลลิลเหมือนเคย
“นายรู้ได้ยังไง เผื่อมันอาจจะเป็นทางที่ใช่สำหรับฉัน” ลลิลหันมาเถียงแบบไม่จริงจังเท่าไหร่
“ถ้าเธอแต่งงานแล้วย้ายไปอยู่อังกฤษ วัดไทยหายากนะ เธอจะเดินไปหน้าบ้านแล้วใส่บาตรเหมือนที่ไทยไม่ได้นะ”
“งั้นฉันจะบอกให้เขาย้ายมาอยู่ไทยกับฉัน”
“เขาคงไม่ว่างพาเธอตะลอนเดินสายทำบุญกับเธอหรอก”
“นายรู้ได้ไง รู้ดีไปซะทุกเรื่องนะอคิน สู่รู้..” เมอิมองเพื่อนสองคนเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายแล้วหัวเราะดังๆ บรรยากาศเดิมสมัยเรียนมัธยมเริ่มกลับมาเหมือนเดิม
“ขอโทษที่มาช้านะ เพิ่งประชุมเสร็จ” กัมปนาทหรือป้อมปืนกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาด้วยกลัวเพื่อนๆจะรอ เขาขึ้นแท่นเป็นประธานบริษัท อมตะ กรุ๊ป แทนบิดาที่เพิ่งจะเกษียณตัวเองออกไปพักผ่อนทำไร่ผลไม้ที่จังหวัดเชียงใหม่กับผู้เป็นมารดา ร่างสูงเข้ามานั่งข้างๆเมอิ ทุกคนในกลุ่มส่งยิ้มทักทายผู้มาใหม่ วันนี้เป็นการรวมตัวกันในรอบเจ็ดปีของเพื่อนกลุ่มนี้
“กว่าจะมาได้นะคะท่านประธาน” เมอิเอ่ยแซวยิ้มๆ
“ยังกะดีไซเนอร์ชื่อดังกลับไทยได้บ่อยๆอย่างนั้นแหละ” ป้อมปืนแซวกลับ เรียกรอยยิ้มจากอคินกับลลิลได้เป็นอย่างดีเพราะทั้งสองแอบเชียร์ให้ป้อมปืนกับเมอิลงเอยกัน
“ก็ฉันงานยุ่งนี่นา ช่วงนี้ขาขึ้นต้องรีบกอบโกยไว้ก่อน”
“อุ้ย!! โบราณท่านว่าเถียงกันบ่อยๆลูกจะดกนะคะท่านผู้ชม” เมอิอยากจะหยิกแขนแม่ซึกิของเธอเสียจริง เธอไม่เคยคิดอะไรกับป้อมปืนเลยและรู้อีกว่านักธุรกิจแอบรักลลิลเหมือนที่เธอเคยแอบรักอคินมาก่อน แต่รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอนเพราะยัยแม่ชีกับคุณหมอหนุ่มหล่อลึกๆแล้วมีอะไรผูกพันธ์กันจนคนนอกอย่างเธอกับป้อมปืนเข้าถึงไม่ได้ ปากก็บอกว่าแค่เพื่อนแต่อคินกลับห่วงใยลลิลมากเกินกว่าเพื่อน ทุกคนดูออกแต่คนที่ไม่รู้ใจตัวเองกลับเป็นคนที่เรียนเก่งที่สุดในกลุ่ม การเรียนฉลาดเป็นกรดส่วนเรื่องความรักโง่ถึงขั้นติดลบ ส่วนลลิลก็ทำเป็นไม่รับรู้ทั้งๆที่ตัวเองก็ทำตัวติดกับอคินจนทุกคนล้อว่ามีอคินที่ไหนต้องมีลลิลที่นั่น
“ฟ้าจะได้ผ่าเอาสิ เธอเลิกล้อฉันกับป้อมปืนได้แล้ว”
“ช่วงนี้หน้าหนาวฟ้าคงไม่ผ่าหรอก ลองดูไหมเมอิ” ป้อมปืนยักคิ้วข้างหนึ่งให้ดีไซเนอร์สาวแถมยังกดยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์
“โอ้ย..เพื่อนกันกินกันไม่ลงหรอก แซวแต่ฉันแล้วเธอกับอคินล่ะ เมื่อไหร่จะแต่งงานกันซะที” ทั้งเมอิกับป้อมปืนแท็กทีมส่งสายตาล้อเลียนมาที่เพื่อนรักทั้งสอง
“ให้แต่งกับอคิน ฉันยอมตายยย!!” เรื่องแต่งงานกับหมออคินไม่เคยอยู่ในความคิดเลยแม้แต่นิดเดียว
“ให้แต่งกับยายชี ฉันก็ยอมตายเหมือนกัน” อีกฝ่ายก็ตอบโต้แบบแรงไม่แพ้กัน ป้อมปืนกับเมอิมองหน้ากันแล้วอมยิ้ม
“ดี พูดกันรู้เรื่อง ตกลงตามนี้” ลลิลไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ทว่าคำพูดต่อมาของอคินทำให้หญิงสาวทำตาโตอ้าปากค้าง..
“แต่ตายคาอกเธอนะ..” อคินไม่ได้ตั้งใจจะสื่อความหมายอย่างที่พูด แต่ความอยากเอาชนะและอยากจะเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนซะมากกว่าจึงพูดออกไปแบบนั้น ส่วนลลิลไม่คิดว่าเพื่อนรักจะพูดทำนองนี้กับเธอจึงอึ้งไปสักพัก สมองไม่สามารถประมวลผลอะไรได้ในตอนนี้ แต่นาทีถัดมาเธอก็หยิกคนข้างๆจนเนื้อเขียว
“ไอ้บ้า!!”
“หยุด..อย่าพูดไม่สุภาพกับว่าที่ผัวของเธอ..” อคินยังไม่ยอมหยุด ยิ่งเห็นเพื่อนรักทำหน้าขัดเขินเขายิ่งอยากแกล้ง พอยายชีเขินก็น่ารักดีเหมือนกัน ใบหน้าขาวนวลเนียนแดงจัด ดวงตากลมโตก็หลุบมองพื้น ว่าแต่เขาคงบ้าไปแล้วที่คิดว่าลลิลน่ารัก
“โห อคินเล่นแรงว่ะ เอ..หรือว่าคิดจะทำจริงนะ” สาวลูกครึ่งญี่ปุ่นพูดพลางมองไปยังคนที่โดนแกล้ง ซึกิของเธอวางหน้าไม่ถูกเอาแต่ก้มมองเท้าตัวเอง
“โอ้ย ฉันทำไม่ลงหรอก กับยายชีอาบน้ำแก้ผ้าเล่นกันตั้งแต่เด็ก” หลังจากที่ล้อยายชีจนพอใจหมอหนุ่มจึงเลิกแซว
“ใช่ๆ เห็นกันตั้งแต่เด็กๆ ฉันเห็นหนอนชาเขียวนายด้วยตอนอาบน้ำกันน่ะ” ลลิลกลับมาพูดคุยเป็นปกติเหมือนเดิมเพราะเห็นว่าอคินเลิกพูดจาประหลาดๆกับเธอแล้ว
“หนอนชาเขียวตอนนั้นมันกลายเป็นมังกรคอมมานโดแล้วนะ อยากจะแก้ผ้าอาบน้ำด้วยกันอีกไหม” ทว่าอคินยังคงสนุกไม่เลิก ลลิลอยากจะหยิกเพื่อนบ้าคนนี้จริงๆ
