Chapter5 | สิ่งมีค่า
#5
แพรว TALK :
ฉันรีบวิ่งหนีผู้ชายอันตรายอย่างพี่ไคโรออกมาจนเกือบถึงหน้าผับ แต่กลับมีแรงขุมหนึ่งกระชากท่อนแขนของฉันเอาไว้อย่างแรง จนฉันต้องชะงักฝีเท้าแล้วหยุดอยู่ตรงหน้าประตูพอดี
ต้องเป็นเขาแน่ๆ ต้องเป็นผู้ชายใจร้ายคนนั้นแน่ๆ
ฉันพยายามไม่หันกลับไปแล้วฝืนแรงนั้นเอาไว้ แต่พอฉันกำลังจะวิ่ง แรงนั้นก็กระชากฉันเอาไว้อย่างแรง มันแรงมากจนทำให้ร่างของฉันถลาไปจนซบอกของเขาได้อย่างง่ายดาย
"ได้เงินฉันไปแล้วจะหนีไปง่ายๆได้ยังไง?" น้ำเสียงแหบพร่าของพี่ไคโรกระซิบที่ข้างหูของฉัน ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายลากฉันออกมาข้างนอกด้วยความรุนแรง
"ปล่อยนะ! แพรวไม่ได้ต้องการเงินของพี่ เอาคืนไปเลย!" ฉันล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพายของตัวเองเพื่อหยิบเงินปึกนั้นออกมาส่งคืนให้เขา แต่พอฉันส่งคืน เขาก็กลับยัดมันเข้ามาในกระเป๋าสะพายของฉันเหมือนเดิม
"นี่มันเป็นงานของเธอไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงกล้าปฎิเสธลูกค้าที่เอาเงินมาให้" เขาพูดพลางดันร่างของฉันมายังฝากระโปรงรถคันหรูของตัวเอง
เขายังใช้รถคันเดิม สีเดิมเหมือนเมื่อสองปีก่อนไม่เคยเปลี่ยน รถคันนี้มันเคยเป็นสีดำมาก่อนก็จริง แต่ว่าเขาก็เปลี่ยนสีมันเพียงเพราะฉันบอกว่าฉันชอบสีขาวมากกว่า
"แต่แพรวไม่ได้ขาย พี่ไค อ๊ะ! อย่านะคะ!" ฉันพยายามดันใบหน้าที่หล่อเหลาไร้ที่ติของเขาให้ออกห่างเมื่อเขาพยายาจะซุกไซร้มายังซอกคอของตัวเอง
"อย่ามาตอแหล! ผู้หญิงแบบเธอถ้าไม่สูบเงินจากผู้ชายและทำงานพวกนี้ เธอจะมีปัญญาไปหาเงินที่ไหนมาเลี้ยงตัวเอง!" เขาดูถูกฉัน แต่ว่าที่เขาพูดมันก็ถูกทุกอย่าง
ผู้หญิงแบบฉัน ถ้าไม่มาทำงานพวกนี้ ฉันจะมีปัญญาหาเงินที่ไหนมาส่งเสียตัวเองเรียน ลำพังพี่พัทธ์แค่หาเงินรักษาน้องพูห์ก็จะแย่แล้ว แต่ละเดือนค่ารักษาตัวของน้องพูห์ไม่ใช่น้อยๆเลย แต่พวกเราทั้งสองคนพี่น้องก็ยังเอาตัวรอดมาจนถึงทุกวันนี้
พี่พัทธ์เคยหาเงินได้เยอะและทำให้ฉันสบายมาตลอด ฉันไม่เคยลำบากเลยถ้าพี่พัทธ์ยังเดินได้เหมือนเมื่อก่อน
เพราะอุบัติเหตุในครั้งนั้น เพราะการกระทำที่แสนจะโหดร้ายของผู้ชายคนนั้น มันทำให้พี่ชายของฉันต้องพิการ
จากที่เราสองพี่น้องเคยมีทุกอย่าง เราก็ต้องขายบ้าน รวมไปถึงรถที่พัทธ์รักไปอย่างไม่มีทางเลือก รวมไปถึงแฟนของพี่พัทธ์ที่ตัดสินใจทิ้งเขาไปเพราะว่าเขาเดินไม่ได้ เพียงเพราะเธอไม่อยากทนกับความลำบาก
เราสองคนพี่น้องต้องย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆมาเกือบสองปี จนกระทั่งได้กลับมาอยู่ที่นี่ ที่ที่มีความทรงจำของพวกเราเต็มไปหมด
ถึงบ้านที่พวกเราเช่าอยู่จะหลังเล็กกว่าเมื่อก่อน แต่พวกเราสามคนก็อยู่กันได้ ถึงแม้มันจะลำบากแค่ไหนแต่พวกเราทั้งสามคนก็มีความสุขกันดี
ทั้งพี่พัทธ์และฉันมีกำลังใจในการทำงานเพื่อหาเงินมากขึ้นเพราะว่าเราทั้งสองคนมีกำลังใจที่ดีจากน้องพูห์ ต่อให้ฉันกับพี่พัทธ์จะลำบากแค่ไหน แต่ว่าความสบายของน้องพูห์นั้นต้องมาก่อน ฉันจะไม่ยอมปล่อยให้น้องพูห์ต้องมาอดๆอยากๆแน่นอน
"ก็พวกผู้ชายแบบพี่มันโง่ไงคะ แพรวก็เลย อื้อออ!!!!" ริมฝีปากที่ร้อนร้ายโฉบลงมาทาบทับที่ริมฝีปากของฉันอย่างรุนแรง
ท่อนแขนของพี่ไคโรข้างหนึ่งประคองร่างของฉันเอาไว้พลางบดขยี้ริมฝีปากลงมาอย่างกรุ่นโกรธ ส่วนฝ่ามือหยาบหนาที่ยังว่างอยู่ก็ลูบไล้มาที่ต้นขาของฉันอย่างเอาแต่ใจ
ตุบ! ตุบ!
ฉันพยายามทุบที่ต้นคอของเขาไปอย่างแรงสองที แต่ว่าพี่ไคโรก็ไม่ยอมผละริมฝีปากออกไปเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังบดขยี้ริมฝีปากลงมาที่ริมฝีปากของฉันอย่างรุนแรงอีกต่างหาก
ฉันไม่สามารถฝืนแรงอันมากมายของพี่ไคโรได้เลยแม้แต่นิดเดียว เขากดทับร่างของฉันเอาไว้ เขายังคงทำอะไรตามใจตัวเองอยู่บนฝากระโปรงรถที่จอดอยู่ที่โรงรถของผับ
น้ำตามากมายของฉันไหลออกมาอาบแก้มทั้งสองข้างเมื่อพี่ไคโรค่อยๆสอดแทรกปลายลิ้นของเขาเข้ามาอย่างช่ำชอง
ปลายลิ้นที่เรียวอุ่นของเขานั้นค่อยๆละเลียดชิมริมฝีปากฉันอย่างละโมบ แต่อยู่ๆเขาก็ผละออกก่อนที่จะอุ้มฉันลงจากฝากระโปรงแล้ววางฉันลงบนเบาะรถของเขาอย่างแผ่วเบา
"บ้านอยู่ที่ไหน" เขาว่าพร้อมกับค้อมตัวลงมาดึงเบลท์มาคาดให้ฉัน
"..." ฉันได้แต่นิ่งเงียบไม่ตอบอะไรเขาออกไป อยากรู้ไปทำไมล่ะคนใจร้าย ถ้าเขารู้ว่าบ้านฉันอยู่ที่ไหน เขาก็จะตามรังควานฉันไม่จบไม่สิ้นน่ะสิ
"จะไปส่ง" เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงห้วนจัดพลางเหลือบสายตาไปมองยังด้านข้างที่ตอนนี้น่าจะมีคนกลุ่มหนึ่งยืนมองพวกเราสองคนอยู่
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันถึงได้มองเห็นความหงุดหงิดในดวงตาของเขา มันทั้งหงุดหงิดและไม่พอใจเป็นอย่างมากฉันสัมผัสได้
"ไม่ต้องค่ะ แพรวกลับเองได้" ฉันบอกเขาแล้วพยายามจะดึงเบลท์ออก
"เลือกเอาว่าจะไปนอนที่บ้านฉันหรือจะไปนอนที่บ้านตัวเอง"
"..."
"ขอบคุณที่มาส่งค่ะ" ฉันหันไปบอกพี่ไคโรพร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณเขาออกไปด้วย
"เธออยู่ที่นี่?" เขาถามอย่างสงสัยก่อนที่จะมองเข้าไปในบ้านของฉันด้วยแววตที่แสดงออกถึงความสมเพช
"ค่ะ ขอตัวนะคะ" ฉันบอกเขาพร้อมกับปลดเบลท์ออก
"ถ้าคบกับฉันเธอคงสบายกว่านี้" ถึงจะไม่รู้ว่าเขาพูดออกมาแบบนั้นทำไม แต่ฉันก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองเขา
แล้วยังไงล่ะ เงยหน้าไปมองก็เท่านั้นแหละ ในเมื่อสายตาของเขาที่มองมามันว่างเปล่าขนาดนั้น นี่ฉันกำลังหวังอะไรอยู่งั้นเหรอ?
ฉันต้องไม่ลืมสิ ว่าฉันเป็นคนเดินออกมาจากชีวิตของเขาเอง และฉันก็ทำมันเพื่อพี่พัทธ์สำเร็จเพราะว่าพี่ไคโรนั้นดูจะเจ็บปวดมาก
อย่างน้อยสิ่งที่ฉันตั้งใจทำเพื่อพี่ชายมันก็สำเร็จไปอย่าง ถึงแม้มันจะมีความล้มเหลวตามมาหนึ่งอย่างก็ตาม
แต่เชื่อไหมฉันไม่เคยมองว่ามันเป็นความล้มเหลวเลยแม้แต่นิดเดียว ตอนแรกฉันอาจจะเสียใจที่มันเกิดความผิดพลาดขึ้น แต่พอมาถึงตอนนี้ ฉันกลับไม่เคยคิดเสียใจเลยสักนิดที่สิ่งนั้นจะติดตัวฉันมา
มันเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตฉัน และเป็นสิ่งมีค่าสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ถึงแม้หนทางต่อจากนี้มันจะยากลำบากมากแค่ไหน ฉันก็จะต้องอดทน
เพื่อสิ่งมีค่าสิ่งนั้นแล้ว ฉันยอมทำทุกอย่าง ต่อให้ต้องอดทนมากกว่านี้ ลำบากมากกว่านี้ ฉันก็ยอม
"ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่มาส่ง นี่ค่ะเงินของพี่" ฉันเลือกที่จะไม่พูดอะไรโต้ตอบออกไปอีก ทำได้แค่เพียงวางเงินไว้ตรงคอนโซลรถก่อนที่จะเปิดประตูแล้วลงมาอย่างรวดเร็ว
บรื๊นนนนนนนนนน!!!!!
ทันทีที่ฉันปิดประตูรถลง พี่ไคโรก็ขับรถออกไปด้วยความเร็วสูง มันเร็วมากซะจนฉันกลัวว่าคนละแวกนี้จะออกมาตะโกนด่าเขาทั้งซอยซะด้วยซ้ำ
"ทำไมถึงเป็นมันที่มาส่ง?" เมื่อก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน น้ำเสียงที่ดุดันของพี่พัทธ์ก็ดังขึ้นทันที
"คือว่า..."
"แกยังไม่เข็ดหรือยังไง?" พี่พัทธ์เปลี่ยนสรรพนามระหว่างเราสองคนทันทีที่รู้ว่าใครมาส่งฉัน
"แต่แพรวไม่..."
"คราวที่แล้วยังอายไม่พอใช่มั้ยที่ท้องไม่มีพ่อ แกอยากให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอยหรือไง!"
