Chapter2 | ทนไหว
#2
"พี่ไค..." แพรวอุทานออกมาอีกครั้งเมื่อผมพูดออกมาเสียงดังจนคนที่อยู่ในโรงอาหารกลางแห่งนี้หันมามองเราสองคนเป็นตาเดียว
"จำชื่อฉันได้ด้วย?" ผมถามแพรวออกไปพร้อมกับจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเธอ
"ปล่อยแพรวนะ แพรวเจ็บ…" เธอพยายามบิดข้อมือออกแต่ผมกลับเพิ่มแรงบีบที่ข้อมือของเธอมากกว่าเดิม
"เจ็บเท่าที่ฉันเคยเจ็บรึเปล่าล่ะ? ถ้าไม่ ก็อย่าร้อง" ผมลากแพรวออกมาจากตรงนั้น พาเธอเดินมายังหลังโรงอาหารที่ติดกับลานจอดรถอีกที
"เข้าไป!" ผมเปิดประตูด้านหลังจากนั้นก็สั่งให้แพรวเข้าไปนั่งด้านใน
"ทำไมแพรวต้องเข้า" เธอถามผมพลางสอดส่องสายตาหาอะไรบางอย่าง
"ฉันมีเรื่องอยากจะถาม อยากเคลียร์ให้มันจบตรงนี้ เข้าไป!" ผมดันร่างเล็กของแพรวเข้าไปในรถ จากนั้นก็ตามเข้าไปนั่งใกล้ๆเธอเพราะกลัวว่าเธอจะเปิดประตูอีกทางหนีไป
"พี่ไคจะทำอะไรแพรว" เธอถามผม แถมดวงตาคู่สวยคู่นั้นยังสั่นระริกมากอีกด้วย
เหอะ...คิดว่าผมจะเชื่อมารยาเธองั้นเหรอ?
ผมเคยเป็นไอ้โง่สำหรับเธอก็จริง แต่ตอนนี้ไม่ใช่
"ฉันไม่กล้าทำอะไรเธอหรอก ผู้หญิงแบบเธอฉันไม่อยากแตะเท่าไหร่หรอก ถ้าไม่มีความจำเป็นจริงๆ"
"ค่ะ งั้นก็ปล่อยมือแพรวได้แล้ว เราไม่มีความจำเป็นอะไรจะต้องแตะต้องตัวกัน"
"เหอะ!"
"มีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะค่ะ แพรวจะรีบไปเรียน" เธอขยับไปจนติดประตูอีกฝั่ง ก่อนที่จะเลื่อนฝ่ามือมาจับชายกระโปรงที่มันเลิกขึ้นจนเห็นขาอ่อนให้ต่ำลง
"รีบไปเรียนหรือรีบไปไหนกันแน่?" ผมกวาดสายตามองแพรวตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ผู้หญิงคนนี้ยังดูสวยน่ารักเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน
แต่ความน่ารักที่เธอมีมันไม่ได้ทำให้ผมหลงเธอได้เหมือนเมื่อสองปีก่อนหรอก ตอนนี้ผมเป็นคนใหม่แล้ว ผมไม่ใช่ไอ้โง่ที่จะยอมให้เธอมาหลอกอีกเป็นครั้งที่สอง
"ฉันแค่อยากรู้ว่า..." ผมหยุดพูดแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะถามเธอออกไป
"ยังรักกันอยู่มั้ย?" ผมถามเธอทั้งๆที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว ถามเองก็เจ็บเอง แต่ที่ผมถามเนี่ย ผมอยากจะมั่นใจว่าสิ่งที่ผมจะทำต่อไปนี้ ผมจะตัดสินใจไม่ผิด
"พี่ไคไม่ใช่คนโง่ น่าจะรู้มันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ" เธอเลี่ยงที่จะตอบคำถามผม
"ฉันแค่อยากรู้จากปากของเธอ ถ้าอยากจะจบควรมาพูดกับฉันเอง ไม่ใช่ให้ผัวใหม่ของเธอเป็นคนมาบอก!" ผมตะคอกใส่หน้าแพรวไป ส่วนเธอก็ได้แต่มองหน้าผมด้วยสายตาที่ดูไม่รู้สึกอะไรเลย
คนเลือดเย็นแบบเธอมันจะไปรู้สึกอะไรได้ล่ะ จริงมั้ย? ไม่งั้นเธอคงไม่ทิ้งผมไปแล้วไปมีความสุขกับคนอื่นหรอก ทั้งที่บอกว่ารักผมนักหนา เธอก็ยังร่านไปนอนกับคนอื่นจนลืมผม
ลืมคนที่เธอบอกว่าเคยรัก ลืมไอ้โง่คนนี้ที่มันยอมทำเพื่อเธอทุกอย่าง
"ก็ตามนั้นแหละค่ะ เรื่องของเราสองคนมันจบไปนานแล้ว แพรวไม่ได้รักพี่ไค ไม่เคยรัก... ตอนนั้น...แพรวก็แค่อยากจะหลอกพี่เพราะแพรวคิดว่าผู้ชายอย่างพี่มันโง่ แพรวเห็นว่าพี่มีเงินและคิดว่ายังไงแพรวก็สบายแน่ถ้าคบอยู่กับพี่" เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เธอไม่รู้สึกอะไรแต่ผมโคตรเจ็บ
"แต่ความสบายกับความรักมันไปด้วยกันไม่ได้ แพรวไม่ได้รักพี่ แพรวเลยเลือกที่จะเดินออกมา พี่ไคโง่เองนะคะ ช่วยไม่ได้จริงๆ อ๊ะ!" ผมดันร่างบางของแพรวไปจนติดกับประตูรถ จากนั้นก็โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆประจำตัวเธอ
"เธอพลาดแล้วที่มาหลอกคนอย่างฉัน ต่อจากนี้ไปถ้าเธอจะต้องเจอกับอะไรที่มันระทึก เจอกับอะไรที่มันทำให้เธอหวาดกลัว จำเอาไว้ ว่าเธอเป็นคนเลือกมันเอง!" ผมไม่ได้ขู่เธอนะ ผมพูดจริง
คนอย่างผมรักแรงเกลียดแรง ถ้าคนๆนั้นทำให้ผมเกลียด ผมจะเกลียดเธอเข้ากระดูกดำ
ใครที่มันทำให้ผมเกลียด มันจะต้องไม่มีความสุข มันจะต้องเจอกับทุกอย่างที่ผมเคยเจอมา
ผมเคยเจ็บกับเธอมาเยอะ บทเรียนตอนนั้นมันสอนเเละเปลี่ยนให้ผมเป็นคนใหม่
กว่าผมจะผ่านช่วงเวลานั้นมาได้มันไม่ใช่ง่ายๆ ผมทรมานทุกครั้งที่นึกถึงเธอ ผมทรมานทุกครั้งที่นึกถึงความทรงจำของเราสองคน
ตอนนี้ผมเป็นคนใหม่ ไม่ใช่ไอ้ไคโรคนที่หลงเธอหัวปักหัวปำแบบที่ผ่านมาแล้ว
แพรว TALK :
"ค่ะ พี่ไคมีธุระแค่นี้ใช่มั้ยคะ งั้นแพรวขอตัว" เมื่อพี่ไคโรพูดจบ ฉันก็รีบเปิดประตูรถคันหรูของเขาแล้วลงมาทันที
เมื่อกี้ฉันสัมผัสได้ว่าเขาพูดจริง ถึงฉันจะกลัว แต่มันไม่มีทางเลือก สองปีก่อนฉันเลือกที่จะออกมาจากชีวิตของเขาเพราะเหตุผลบางอย่าง
สำหรับเขาเขาอาจจะมองว่าฉันใจร้าย มองว่าฉันขี้โกหก แต่เขาไม่เคยคิดหรอกว่าเขาเองก็เคยใจร้ายกับคนอื่นมาก่อนเหมือนกัน
สิ่งที่เขาทำกับคนอื่นไว้เขาไม่เคยมารับผิดชอบหรือมาแสดงความเสียใจหรือเป็นห่วงเลยสักนิด คนใจร้ายแบบเขาโดนแบบนั้นไปซะก็ดี
ฉันดีใจที่ได้เห็นเขาเจ็บปวด ดีใจที่เห็นเขาทรมาน คนแบบเขาโดนแบบนี้มันยังน้อยไปนะฉันว่า
ฉันรีบเดินเข้ามาในโรงอาหารแล้วไปหากลุ่มเพื่อนด้วยสีหน้าปกติ ไม่จำเป็นที่ฉันจะต้องรู้สึกอะไรกับผู้ชายคนนั้น
ไม่ว่าเขาจะทำอะไร ฉันจะปล่อยให้เขาทำ ในเมื่อฉันเลือกที่จะกลับมาอยู่ตรงนี้ นั่นแปลว่าฉันเตรียมใจมาแล้วที่จะต้องพบเจอกับเขา
แต่ว่าการกลับมาของฉันครั้งนี้ ฉันไม่ได้กลับมาเพื่อเขา แต่ฉันกลับมาที่นี่ เพราะคนบางคนต่างหาก…
"แพรว! เป็นไงบ้าง โดนพี่ไคโรทำอะไรรึเปล่า?" ทันทีที่ฉันเดินกลับมาที่โต๊ะ เพื่อนๆก็รีบเข้ามาถามฉันอย่างเป็นห่วงทันที
"เปล่านี่ พี่เขาไม่ได้ทำอะไรแพรวเลย" ฉันตอบเพื่อนๆออกไปพลางส่งยิ้มบางๆให้พวกเธอไปด้วย
"ทำไมพี่ไคโรเขาต้องลากแพรวออกไปแบบนั้นด้วยล่ะ มีอะไรกันรึเปล่า" จี๊ด เพื่อนในกลุ่มของฉันถามขึ้นอย่างสงสัย
"มีเรื่องต้องเคลียร์กันนิดหน่อยน่ะ ไม่มีอะไรหรอก อิ่มยังอะ ขึ้นเรียนกันดีกว่า" ฉันถามเพื่อนๆออกไป
"ทำไมจะต้องเคลียร์อ่า แพรวเคยมีเรื่องกับพี่เขาเหรอ แบบนี้ไม่ดีเลยนะ รู้รึเปล่าว่าพี่ไคโรน่ะอันตรายมากๆ ปริมว่าแพรวอยู่ห่างๆพี่เขาน่าจะดีกว่านะ" ปริมพูดขึ้นอย่างเป็นห่วง
"ไม่ต้องกลัวหรอก แพรวดูแลตัวเองได้ แพรวไม่กลัวเขาหรอก" ฉันพูดออกไปเพื่อให้เพื่อนๆสบายใจ ทั้งๆที่ความจริงแล้ว ฉันก็แอบหวั่นใจอยู่เหมือนกัน
ถึงจะเตรียมตัวและเตรียมใจมาบ้างแล้วก็เถอะ แต่ว่าคนอย่างพี่ไคโรเขาไม่ได้เป็นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ถ้าเขาจะทำลายฉัน เขาก็คงจะทำได้ไม่ยาก
แต่ถึงเขาจะทำ ฉันก็จะปล่อยให้เขาทำ ฉันจะยอมให้เขาทำอะไรก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้...
เย็นวันเดียวกัน
"แปรวววว" เสียงใสดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูเข้ามาในบ้าน
"ไงครับตัวแสบ ไหนมาให้อาแพรวชื่นใจหน่อยเร็ว" ฉันพูดกับน้องพูห์ หลานชายวัยขวบครึ่งของตัวเองออกไป
"จื้น...ใจ..." แกพยายามพูดตามฉัน ความจริงแกพยายมจะพูดตามทั้งประโยคนั่นแหละ แต่ความที่แกเพิ่งจะขวบครึ่งเลยทำให้แกพูดตามฉันได้แค่นิดหน่อยเท่านั้น
"ครับผม ขออาแพรวชื่นใจหน่อย เหนื่อยจังเลย" ฉันฟัดที่แก้มนุ่มนิ่มของน้องพูห์ไปสองสามที ก่อนที่จะฟัดที่พุงกลมๆของแกอย่างมันเขี้ยว
"เอิ๊กๆๆๆ" น้องพูห์หัวเราะชอบใจใหญ่เมื่อฉันฟัดที่พุงของแก
"กลับมายังไม่ได้ล้างมือล้างหน้า มาหอมหลานแบบนั้นได้ยังไง" เสียงเข้มดังขึ้นด้านหลังฉัน ทำให้ฉันต้องหันไปมองอย่างกล้าๆกลัวๆ
"แหะๆ ขอโทษทีค่ะพี่พัทธ์พอดีว่ามันเขี้ยวเจ้าตัวแสบมากไปหน่อย" ฉันหันไปยิ้มแหยๆให้พี่ชายตัวเอง ก่อนที่จะผละออกจากน้องพูห์เพราะว่าพ่อของแกมองมาด้วยสายตาที่ค่อนข้างจะดุดัน
"คงไม่เป็นไรมั้ง แล้วนี่ไปเรียนมาเป็นไงมั่ง" พี่พัทธ์ถามฉัน
"ก็ดีค่ะ เหมือนทุกวันแหละ"
"วันนี้เจอมันรึเปล่า?" พี่พัทธ์ถามอีก
"เจอค่ะ เข้ามาเรียนที่นี่ตั้งนาน เพิ่งจะเจอนี่แหละ" ฉันตอบพี่พัทธ์ออกไปพลางกวาดสายตามองเจ้าตัวเล็กที่พยายามเดินไปหาพ่อของแกไปด้วย
"ต่อไปต้องระวังตัวให้มาก" พี่พัทธ์ว่า
"เข้าใจแล้วค่ะ แพรวก็ระวังตัวมาตลอดอยู่แล้ว"
"อืม ดี ทนอีกหน่อยนะ รอให้ผ่านช่วงนี้ไป เราจะย้ายไปอยู่ที่อื่นกัน"
"แพรวทนไหวอยู่แล้วค่ะ พี่พัทธ์วางใจได้"
