5. เงินหยวนก้อนแรกและกลิ่นหอมเขย่าตลาด (ตอนต้น)
เช้ามืดของวันถัดมา บรรยากาศในหมู่บ้านตระกูลหงยังคงปกคลุมด้วยสายหมอกจาง ๆ แต่ในห้องครัวดินหลังเล็กของหลินชิง กลับโชติช่วงไปด้วยไฟจากเตาฟืนที่ลุกโชน แสงไฟสะท้อนใบหน้าผอมตอบที่เริ่มดูมีเลือดฝาดขึ้นกว่าสองวันก่อน หลินชิงกำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมสินค้าชิ้นแรกที่จะนำไปเปลี่ยนเป็นทุนรอนเลี้ยงชีวิต
“แม่ครับ... ให้ผมช่วยอะไรไหม?” เสียงงัวเงียของเสี่ยวเฟิง ดังขึ้นที่หน้าประตูครัว เด็กชายขยี้ตาพลางมองดูแม่ที่กำลังนวดแป้งอย่างขะมักเขม้น
หลินชิงหันมายิ้มละมุน
“ตื่นพอดีเลยเสี่ยวเฟิง มาช่วยแม่ล้างใบตองพวกนี้หน่อยจ้ะ แล้วก็ปลุกเสี่ยวเหยามาล้างหน้าล้างตา วันนี้เราจะเข้าเมืองกัน!”
สินค้าที่หลินชิงเลือกทำในวันนี้คือซาลาเปามันเทศไส้เห็ดป่าทรงเครื่อง เธอใช้แป้งหมี่หยาบผสมกับเนื้อมันเทศบดเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลและมีรสหวานธรรมชาติ ส่วนไส้ข้างในคือความภูมิใจของเชฟมิชลิน เธอเอาเห็ดหอมป่าที่เก็บมาเมื่อวานมาสับละเอียด ผัดกับกระเทียมป่า ขิง และเครื่องปรุงรสที่เหลือเพียงติดก้นขวด แต่ทีเด็ดคือการฝานเห็ดทรัฟเฟิลดำที่หามาได้ลงไปผสมเพียงเล็กน้อยเพื่อให้กลิ่นหอมนั้นมีมิติที่ลึกซึ้งและเย้ายวนเกินกว่าที่ใครในยุคนี้จะเคยจินตนาการถึง
“หอมจังเลยค่ะแม่... หอมจนหนูอยากกินเดี๋ยวนี้เลย” เสี่ยวเหยา ที่เดินเตาะแตะตามพี่ชายเข้ามาในครัวทำจมูกฟุดฟิด แววตาเป็นประกาย
“อดทนไว้ก่อนนะเจ้าตัวเล็ก ถ้าเราขายหมด แม่จะทำหมูสามชั้นตุ๋นให้กินเป็นมื้อเย็นเลยดีไหม?” หลินชิงกล่าวพลางวางซาลาเปาที่ห่ออย่างประณีตลงบนซึ้งนึ่งไม้ไผ่เก่า ๆ ที่เธอซ่อมแซมจนใช้งานได้
เมื่อตะวันเริ่มทอแสง ครอบครัวเล็ก ๆ ทั้งสามคนก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ตลาดนัดในตัวอำเภอ หลินชิงแบกตะกร้าไม้ไผ่หนักอึ้งไว้บนหลัง มือหนึ่งจูงเสี่ยวเหยา ส่วนเสี่ยวเฟิงเดินเคียงข้างพลางช่วยถือกระติกน้ำใบเล็ก แม้หนทางจะขรุขระและยาวไกล แต่ในใจของหลินชิงกลับเต็มไปด้วยความหวัง
ตลาดนัดตัวอำเภอเป็นภาพที่วุ่นวายและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ผู้คนสวมเสื้อผ้าสีพื้นเดินเลือกซื้อของกินของใช้กันขวักไขว่ เสียงตะโกนขายของดังระงมไปทั่ว แต่ท่ามกลางร้านรวงมากมาย หลินชิงกลับเลือกที่ว่างเล็ก ๆ บริเวณหัวมุมถนนที่เป็นทางผ่านหลัก
“เราจะขายตรงนี้เหรอครับแม่? ไม่มีโต๊ะไม่มีเก้าอี้เลยนะ” เสี่ยวเฟิงถามอย่างกังวล
“ทำเลน่ะสำคัญที่สุดจ้ะเสี่ยวเฟิง ดูนะ... แม่จะโชว์มายากลให้ดู”
หลินชิงไม่ได้เริ่มด้วยการตะโกนขายเหมือนพ่อค้าคนอื่น เธอหยิบเตาถ่านพกพาเล็ก ๆ ที่เตรียมมาจุดไฟ แล้ววางซึ้งนึ่งซาลาเปาลงไป ทันทีที่น้ำเดือดและไอน้ำเริ่มพวยพุ่ง หลินชิงก็เปิดฝาซึ้งออกเพียงเล็กน้อย กลิ่นหอมของแป้งมันเทศสุกใหม่ ๆ ผสมกับกลิ่นอายดินอันเป็นเอกลักษณ์ของทรัฟเฟิลและเครื่องเทศป่าก็ฟุ้งกระจายไปตามกระแสลมทันที
มันไม่ใช่กลิ่นอาหารธรรมดา แต่มันคือกัปดักทางประสาทสัมผัสที่เชฟระดับโลกจงใจสร้างขึ้น!
“โอ้โฮ... กลิ่นอะไรน่ะ? หอมแปลก ๆ แต่ชวนน้ำลายสอจริงเชียว!” หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่เดินผ่านมาชะงักกึก เธอหันซ้ายหันขวาตามหาต้นตอของกลิ่นจนมาหยุดอยู่ที่หน้าตะกร้าของหลินชิง
“ซาลาเปามันเทศไส้เห็ดป่าค่ะคุณน้า นวดสด นึ่งใหม่ หอมนุ่มไส้ชุ่มฉ่ำ ชิมฟรีได้นะคะไม่ซื้อไม่ว่ากัน” หลินชิงโปรยยิ้มการค้าที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี เธอคีบซาลาเปาชิ้นเล็ก ๆ ที่ตัดแบ่งไว้ส่งให้หญิงคนนั้น
เมื่อซาลาเปาเข้าปาก รสสัมผัสแรกคือความนุ่มหนึบของแป้งที่ผสมมันเทศ และตามมาด้วยระเบิดความหอมของไส้เห็ดที่เข้มข้นกลมกล่อม หญิงคนนั้นถึงกับดวงตาเบิกโพลง
“สวรรค์! ฉันไม่เคยกินซาลาเปาที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย แม่หนูขายยังไงจ๊ะ?”
“ลูกละสองเฟินค่ะ ถ้าซื้อห้าลูก แม่ค้าแถมรอยยิ้มจากลูกสาวตัวน้อยของฉันให้ด้วยนะคะ” หลินชิงตอบติดตลกพลางบุ้ยปากไปทางเสี่ยวเหยาที่รีบฉีกยิ้มหวานจนเห็นฟันหลอ
“เอามาสิบลูกเลย ฉันจะเอาไปฝากหลานที่บ้านด้วย”
นั่นคือการเริ่มต้นของปรากฏการณ์ซาลาเปาแตก เพียงไม่ถึงชั่วโมง ผู้คนก็เริ่มรุมล้อมตะกร้าของหลินชิงจนมองไม่เห็นตัวคนขาย เสียงเสี่ยวเฟิงขานรับออร์เดอร์และนับเงินอย่างคล่องแคล่ว ส่วนเสี่ยวเหยาช่วยหยิบใบตองห่อซาลาเปาส่งให้ลูกค้าอย่างกระตือรือร้น
“หมดแล้วค่า ขอโทษนะคะทุกคน พรุ่งนี้มาใหม่นะคะ!” หลินชิงตะโกนบอกลูกค้าที่ยังเข้าแถวรอด้วยความเสียดาย
เมื่อตรวจดูในกล่องไม้ใบเล็กที่ใช้เก็บเงิน เสี่ยวเฟิงถึงกับมือสั่น
“แม่ครับ... เราได้เงินมาทั้งหมดสี่หยวนกับอีกแปดสิบเฟิน! เยอะมากเลยครับแม่ เยอะกว่าที่พ่อส่งมาให้ทั้งเดือนอีก!”
หลินชิงลูบหัวลูกชายด้วยความเอ็นดู
“นี่แค่เริ่มต้นจ้ะ วันนี้เราไปตลาดของสดกันเถอะ แม่จะทำตามสัญญา ซื้อหมูสามชั้นไปทำของอร่อย!”
ในขณะที่หลินชิงกำลังมีความสุขกับการจับจ่ายซื้อของสด ทั้งข้าวสารขาว เนื้อหมู และน้ำมันพืช เธอกลับไม่รู้เลยว่าที่หมู่บ้านตระกูลหงกำลังมีแขกที่เจ้าของร่างเดิมคิดถึง เดินทางมาถึงหน้าบ้าน
หงซวน ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดทหารสีเขียวซีด แบกเป้ผ้าใบเก่า ๆ เดินเข้ามาในรั้วบ้านด้วยฝีเท้าที่หนักแน่น ใบหน้าคมเข้มของเขาดูอิดโรยจากการเดินทางไกลและกรำศึกมานานปี แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความกังวล
เขาได้รับจดหมายจากแม่เฒ่าหงว่าหลินชิงภรรยาของเขาแอบคบชู้และกำลังจะหนีไปโดยทิ้งลูก ๆ ไว้ เขาจึงรีบทำเรื่องขอพักร้อนฉุกเฉินเพื่อกลับมาจัดการปัญหาครอบครัว
