บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 9 กลิ่นข้าวสวย

“ห้า หก...อ้าว เร็ว ๆ สิ หรืออยากโดนปล้ำ”

เธอหันค้อนขวับแล้วรีบลุกขึ้นไขกุญแจอีกครั้งท่ามกลางแรงกดดันของตัวเลขที่ใกล้จะถึงเส้นตาย

“แปด เก้า...”

เพียงอึดใจสุดท้ายเธอก็เปิดประตูพรวดแล้วก้าวเข้าบ้าน ก่อนจะหันมาแลบลิ้นใส่เขาอย่างน่ามันเขี้ยว

“ไม่ได้แอ้มฉันหรอก แบร่”

พูดจบก็ปิดประตูบ้านทันที คนตัวโตที่ยังยืนกอดอกอยู่ที่เดิมหัวเราะร่วน ยกมือชี้ประตูไม้บานทึบคาดโทษคนที่ไม่รู้ว่าจะได้ยินหรือเปล่า

“ฝากไว้ก่อนเถอะ รอบหน้าเธอไม่รอดแน่”

คาดโทษเสร็จก็ขับรถออกจากบ้านของเธอแล้วเลี้ยวเข้าประตูรั้วที่เปิดเอาไว้ซึ่งอยู่ติดกัน ส่งถุงกับข้าวมากมายให้แม่บ้านแล้วเดินควงกุญแจผิวปากเข้าบ้านไปอย่างอารมณ์ดี

“แหม หายไปทั้งคืน กลับมาก็ผิวปากฮัมเพลง อารมณ์ดีอะไรมาล่ะ พ่อตัวดี”

พิชามญช์ เอ่ยแซวลูกชายที่เดินผ่านห้องนั่งเล่นซึ่งเธอกำลังนั่งจัดแจกันดอกไม้ข้าง ๆ สามี คนตัวโตจึงแวะเข้ามาสวมกอดแม่อย่างออดอ้อน

“ไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีมาเลยนะครับ”

“ไม่ต้องรีบแก้ตัว แอบไปแข่งรถมาอีกแล้วใช่ไหม”

“โธ่ แม่ครับ ใครจะแอบไปแข่งรถกัน ผมแค่ไปดูผับ มีปาร์ตี้กับเพื่อนต่อ เมามากไปหน่อยเลยกลับบ้านไม่ไหว ไปนอนที่คอนโดมาครับ”

“ไปนอนคอนโด ห้องเชือดสินะ ไหน เอาสาวไปนอนด้วยกี่คน บอกมานะ”

สาววัยกลางคนทำทีเป็นหวงลูกชาย ย่นจมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นตามเสื้อผ้ากลับต้องย่นคิ้วแปลกใจ

“กลิ่นน้ำหอมของข้าวสวยนี่ ใช่ไหม”

วายุเอนตัวหนี ตกใจที่แม่แยกแยะกลิ่นน้ำหอมของเขากับกลิ่นของเพื่อนรักที่อาจจะติดมาตามเสื้อผ้าของเขาตอนปล้ำจูบเธอเมื่อครู่

“แม่ครับ กลิ่นนี้ใคร ๆ ก็ใช้ มันกลิ่นยอดนิยมของสาว ๆ ครับ ผมมีกลิ่นนี้ติดตัวกลับบ้านมาตั้งหลายครั้งไม่เห็นแม่ทักสักที”

“จริงเหรอ แม่ว่าน่าจะใช่นะ นี่มันกลิ่นข้าวสวยชัด ๆ”

พูดพลางยื่นหน้าไปดมอีก ทั้งยังย่นหัวคิ้วสงสัยเต็มที

“แม่สนิทกับยัยนั่นจนเพี้ยนไปแล้ว อะไรก็ข้าวสวย ข้าวสวย ที่ผมมีแฟนไม่ได้เพราะแม่เอาแต่พูดถึงยัยนั่นกรอกหูผมทุกวัน”

“ก็แม่ชอบข้าวสวย จะมีแฟนก็ต้องให้ได้แบบข้าวสวยเท่านั้น ถ้าผู้หญิงของแกไม่ผ่านมาตรฐานของข้าวสวย ไม่ต้องเอามาให้แม่เห็นหน้า”

“เหอะ งั้นเอายัยข้าวสวยของแม่เป็นแฟนเลยดีไหมครับ ชอบดีนัก”

“ดี ดีที่สุด แต่เอ๊ะ แม่ว่าติดอยู่อย่างหนึ่ง”

สีหน้าเคร่งเครียดของคนเป็นแม่ทำเขาใจแป้ว คิดว่าแม่กับพ่อจะรังเกียจเพื่อนรักของเขาที่ตอนนี้กำลังมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ อาจจะต้องกลายเป็นครอบครัวล้มละลาย ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนก่อน

“อะไรครับแม่”

“ติดอยู่ที่ข้าวสวยไม่มีวันเอาแกนี่สิ เฮ้อ คุณคะ สงสัยเราสองคนจะไม่มีวาสนาได้ลูกสะใภ้ดี ๆ ที่ถูกใจกับเขาแล้วค่ะ คงไม่มีบุญได้อุ้มหลานก่อนตายด้วย ก็ลูกชายเราทำตัวลอยไปลอยมา ทั้งเจ้าชู้ ทั้งชอบไปหมกตัวอยู่ในสนามแข่งบ้า ๆ นั่น ไหนจะผับอีก ผู้หญิงดี ๆ ที่ไหนจะมาชอบลูกเราล่ะ ถ้ามีหลุดเข้ามาในชีวิตได้ก็คงจะเป็นถูกพ่อลูกชายตัวดีของเราบังคับแน่ ๆ"

พิชามญช์แสร้งตัดพ้อด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยจนดูน่าสงสาร แต่ลูกชายเพียงคนเดียวอย่างวายุกลับไม่หลงกล โดยเฉพาะเมื่อคนเป็นพ่อหัวเราะร่วนเสียงดัง

“คุณพิ อย่าไปแกล้งลูกเลย ปล่อยให้เป็นเรื่องของเด็ก ๆ เถอะ ลูกเรามันคงไม่โง่ไปเลือกผู้หญิงไม่ดีมาเป็นแฟนหรอก”

วิศรุต เจ้าของบริษัทโลจิสติกส์อันดับหนึ่งที่มีทุนจดทะเบียนหลายหมื่นล้านให้ท้ายลูกชาย แม้จะติดเกรงใจภรรยาสุดที่รัก แต่ก็เข้าใจความรู้สึกของวัยรุ่นผู้ชายที่กำลังอยู่ในช่วงฮอร์โมนว้าวุ่น

“คุณก็อย่าให้ท้ายลูก ตามใจกันจนเคยตัว”

“อย่าทะเลาะกันเลยครับ ไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงผมก็ต้องเลือกอยู่แล้ว ไม่เอาผู้หญิงไม่ดีมาเป็นลูกสะใภ้แม่หรอกครับ”

“ย่ะ”

“งั้นผมขึ้นไปงีบสักหน่อยนะครับ เพลีย ๆ ยังไงไม่รู้”

หอมแก้มนวลที่แทบไม่มีร่องรอยเหี่ยวย่นแล้วรีบขึ้นห้องไปอาบน้ำ ไม่นานก็เดินมานั่งเช็ดผมอยู่ปลายเตียงในชุดพร้อมนอน มือกดโทรหาใครบางคน

ในห้องนอนที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ ร่างบอบบางในชุดนอนกระโปรงสั้นแบบเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวเดินมามองโทรศัพท์มือถือที่วางไว้บนโต๊ะข้างเตียงแล้วถอนหายใจ ไม่อยากจะรับสาย แต่อีกฝ่ายก็โทรเข้ามารัว ๆ ไม่หยุด

“โทรมาทำไม ยังไม่ไปตายที่ไหนอีกเหรอ”

ปลายสายชะงัก รู้ว่าเธอต้องโกรธ แต่ก็ไม่คิดว่าจะโกรธถึงขนาดนี้

“ข้าว ผมขอโทษ”

“หุบปาก แล้วก็ไม่ต้องโทรมาอีก”

“ผมขอโทษ ข้าวให้โอกาสผมสักครั้งไม่ได้เหรอ”

“ดีแลน ฉันว่าคุณไม่ควรพูดคำนี้นะ ขอโอกาสเหรอ โอกาสอะไรล่ะ โอกาสให้คุณเอาฉันไปวางเดิมพันสนามไหนอีก”

“ผมไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้ ผมตั้งใจว่าจะชนะให้ได้ อีกนิดเดียวผมก็จะชนะไอ้ลมแล้ว แต่มันอยากได้ข้าว มันเลยไม่ยอมให้ผมชนะ”

ดีแลนโยนความผิดไปให้คู่แข่งตลอดกาลอย่างวายุ ทั้งที่ก่อนหน้าจะลงสนาม วายุได้ห้ามปรามไม่ให้เขาเอาเธอมาวางเป็นของเดิมพัน แต่เขาไม่เชื่อ

“คุณนี่มันทุเรศจริง ๆ โยนความผิดให้คนอื่นหน้าด้าน ๆ”

“อ๋อ พอนอนกับมันหน่อยเลยเข้าข้างมันงั้นเหรอ มันคงเด็ดมากเลยสินะ ถึงทำให้ข้าวติดใจจนพูดจาแบบนี้กับผม”

“ใช่ เขาเด็ดมาก แล้วฉันก็หลงเขาหัวปักหัวปำ”

“เหอะ ผมไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างมันจะนอนกับข้าวนาน ผมไม่แคร์หรอกนะที่ข้าวจะมีอะไรกับใครก่อนผม ยังไงผมก็จะง้อขอคืนดีกับข้าวให้ได้”

“อย่าพยายามทำอะไรที่มันไม่มีทางสำเร็จเลย เสียเวลาเปล่า ๆ แล้วก็ไม่ต้องโทรมาอีก เราเลิกกัน จบกันแค่นี้”

กดวางสายก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งอยู่บนปลายเตียง มือทั้งสองข้างยกขึ้นปิดหน้าแล้วร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บใจ

เธอน่าจะเชื่อพี่ชายของเธอแต่แรกว่าไม่ควรคบกับผู้ชายคนนี้ แต่เพราะดื้อดึงหลงมัวเมา สุดท้ายก็เจ็บ แล้วแบบนี้จะโทษใคร

โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างตัวส่งเสียงกรีดร้องอีกครั้ง เธอถอนหายใจ ปาดน้ำตาออกจากใบหน้าแล้วกดรับสายทันที

“จะโทรมาทำไมอีก ไปตายซะ ไอ้ชั่ว”

“โห นี่เธอพูดกับฉันแบบนี้เหรอ ยัยข้าวสาร”

เสียงที่คุ้นเคยและถ้อยคำกวนประสาททำเธอเบิกตาตกใจ มองหน้าจอโทรศัพท์เห็นเป็นชื่อเพื่อนรักข้างบ้าน ตอนนี้หมอนั่นต้องรู้แล้วแน่ ๆ ว่าเธอสะบั้นรักผู้ชายที่เขาเคยบอกว่าไม่ควรคบเป็นแฟน

“ฮึ่ม ลมเองเหรอ ฉันนึกว่า...”

“นึกว่าใคร ไอ้ดีแลนผู้แสนดีของเธองั้นเหรอ”

“ไม่ต้องมาประชด รู้แล้วว่ามันเลว แกโทรมากวนประสาทฉันทำไม คนยิ่งหงุดหงิดอยู่”

“ก็โทรมาเช็กไง ว่าเธอนอนหรือยัง”

“กำลังจะนอน งีบสักสองชั่วโมงแล้วจะตื่นมาทำรายงานส่งอาจารย์ เหลืออีกนิดหน่อยก็เสร็จ โทรมาถามแค่นี้ใช่ไหม ฉันวางนะ”

“เดี๋ยวสิ ออกมาที่ระเบียงหน่อย”

ขวัญข้าวขมวดคิ้ว ห้องนอนของเธอกับเขาอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน แถมใกล้จนเธอกับเขามักออกมาพูดคุยกันตอนดึก ๆ เสมอ แต่นั่นมันสมัยตอนเด็ก พอโตขึ้นมาก็ไม่ได้ทำอะไรไร้สาระแบบนั้นอีก

“ออกไปทำไม”

“เหอะน่า บอกให้ออกก็ออกมาเถอะ อย่าเรื่องมาก”

“อืม”

เธอถอนหายใจพรืด กดวางสายแล้วเปิดประตูระเบียงออกไป เห็นเพื่อนรักในชุดพร้อมนอนยืนเกาะขอบระเบียงสูบบุหรี่ด้วยด้วยท่าทางเท่ ๆ ก็อดที่จะใจกระตุกไม่ได้

ไม่ต่างจากเขาที่เห็นเธอในชุดนอนกระโปรงหวานซ่อนเปรี้ยว ใส่ที่คาดผมเป็นรูปหูหมีสีน้ำตาลโชว์ใบหน้าขาวใสยิ่งดูน่ารักน่าทะนุถนอมจนใจสั่น

“ออกมาแล้ว มีอะไรก็รีบพูด ร้อน จะรีบเข้าไปนอน”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel