ตอนที่ 10 ตรงนั้นโคตรหวาน
“พักหลัง ๆ เธอไม่ได้ออกมาที่ระเบียงเลยเหรอ ฉันออกมาสูบบุหรี่ทีไรก็ไม่เคยเจอ”
“อืม ต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้มันตายหมดแล้ว เลยไม่ได้ออกมารดน้ำอีก มันร้อนด้วย”
“ออกมาโดนแดดบ้างก็ได้มั้งยัยผีดิบ ถึงว่ายิ่งโตผิวเธอยิ่งขาวซีด เหมือนผีดิบไม่มีผิด”
คนถูกหาว่าเป็นผีดิบก้มมองมือตัวเองที่เท้าขอบระเบียง ก็ไม่ได้ดูซีดเซียวอะไร เธอก็โดนแดดเป็นปกติ เพียงแต่ก็มักจะใส่เสื้อคลุมเพราะกลัวว่าแดดจะทำลายผิวสวย ๆ ของเธอเท่านั้น
“ยุ่ง”
วายุยกบุหรี่ขึ้นสูบแล้วพ่นควันสีขาวออกมา ก่อนจะหัวเราะเมื่ออีกฝ่ายชักสีหน้างอง้ำใส่เขาอีกแล้วเวลาถูกพูดให้เสียความมั่นใจ
ที่จริงแล้วผิวเธอไม่ได้ขาวซีดอะไรเลย ออกจะขาวสว่างมีออร่าเหมือนกับมันสะท้อนแสงได้ ส่วนที่ควรอมชมพูก็เป็นแบบนั้น แถมยังให้สัมผัสนุ่มเนียนลื่นมือราวผ้าแพรเนื้อดีจนเมื่อคืนเขาอดที่จะลูบไล้มือไปจนทั่วร่างกายบอบบางไม่ได้
“ไอ้ดีแลนมันโทรมาง้อเธอเหรอ”
“อืม”
“แล้วเธอว่าไง”
“เรื่องส่วนตัว”
“เดี๋ยวนี้เธอมีเรื่องส่วนตัวกับฉันด้วยเหรอ”
“เพื่อนก็อยู่ส่วนเพื่อน ไม่จุ้นจ้านนะ”
“คนอุตส่าห์เป็นห่วง พอได้ทั้งฉันทั้งเงินก็ถีบหัวส่ง ขอแค่รู้เรื่องส่วนตัวนิดหน่อยก็ไม่ได้ เมื่อก่อนไม่เห็นเป็นแบบนี้”
คนตัวโตตะโกนข้ามฟากหวังกลั่นแกล้ง ทำเธอหันซ้ายขวากลัวใครจะมาได้ยิน
“ไอ้ลม หุบปากไปเลยนะ แหกปากตะโกนมาได้ เกิดใครได้ยินขึ้นมาจะทำไง”
“ได้ยินก็ได้ยินสิ ก็เธออยากเปลี่ยนไปเอง ไหนว่าจะเหมือนเดิมไง”
“เหมือนเดิมคือแกไม่วุ่นวายกับฉันขนาดนี้หรือเปล่า ตั้งแต่ที่เรียนมหา’ลัย แกก็เอาเวลาไปวุ่นวายกับผู้หญิง ไหนจะที่ผับ ที่สนามแข่ง ที่มหา’ลัย แค่นี้ก็สับรางจนหมดเวลาจะนอนแล้ว ใครกันแน่ที่เปลี่ยนไป”
“นี่เธอหึงฉันเหรอ ยัยข้าวสาร”
“พูดให้มันดี ๆ ใครหึงแก แค่บอกเท่านั้นว่าฉันไม่ได้เปลี่ยน แกต่างหากที่เปลี่ยน”
เขายอมรับว่าตั้งแต่ก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย หนุ่มฮอตปรอทแตกอย่างเขากลายเป็นจุดสนใจของสาว ๆ ที่แทบจะตบกันตายเพียงเพื่อได้ขึ้นเตียงกับเขาแค่ชั่วคราวเท่านั้น
ไหนจะเรื่องเรียน เรื่องแข่งรถ แม้หลายครั้งจะลากเพื่อนสนิทอย่างเธอไปด้วย แต่ก็มักจะได้สาวติดไม้ติดมือกลับมาเสมอจนขวัญข้าวงอนที่ต้องนั่งแท็กซี่กลับเอง พักหลัง ๆ เธอเลยไม่ไปด้วย แต่ก็ดันซวยไปเจอดีแลนจีบที่สนามแข่งอยู่ดีจนทั้งคู่ได้คบหากัน
“อืม ยอมรับก็ได้ ก็คนมันฮอต จะให้ทำไง”
ยืดตัวยืนกอดอก เอียงตัวพิงผนังด้านข้างแล้วยกบุหรี่ขึ้นสูบ แถมยังอมยิ้มมีเสน่ห์ทำเอาเธอชะงัก
“ก็ไม่ต้องทำไง ก็ต่างคนต่างอยู่เหมือนเดิม หลังจากนี้ฉันก็จะไม่ไปสนามแข่งกับแกอีกแล้วด้วย”
“เธอก็ไม่ได้ไปกับฉันนานแล้วนี่ หลัง ๆ ไปแต่กับแฟน”
“ก็คนมันมีแฟน จะให้ทำไง จะให้ไปกับคนอื่นแบบมั่วและทั่วถึงอย่างแกเหรอ”
“แน่ะ พูดอีกแล้ว หึงจริง ๆ มั้งเนี่ย”
“หยุดพูดไปเลยนะ มีแต่เรื่องไร้สาระ เสียเวลาคนจะหลับจะนอน สรุปที่เรียกออกมานี่มีอะไร รีบ ๆ พูดมาให้จบ ฉันให้เวลาแกสองนาที ไม่งั้นฉันจะเข้าบ้านแล้ว”
“ใจเย็นสิ”
“อากาศมันร้อน เหงื่อออกอีกแล้ว”
“เธอใส่เสื้อในที่ฉันซื้อให้หรือเปล่า”
ถามไปอย่างนั้นเอง เธอกับเขาอยู่ใกล้กันมากจนเห็นชัดเจนว่าภายใต้ชุดนอนสีขาวไม่มีอะไรสักชิ้น ตุ่มไตสีหวานที่เขาดูดเลียมาทั้งคืนมันดุนดันเนื้อผ้าออกมาเฉลยหมดแล้ว
สายตาโลมเลียเร่าร้อนคู่นั้นทำเธอสั่นไปทั้งร่าง รีบเอาผมมาปิดบังหน้าอกอวบทั้งสองข้างแล้วถลึงตาใส่
“ทะลึ่ง ลามก”
“อ้าว ถามดี ๆ คนอุตส่าห์ซื้อให้ก็ใส่เสียหน่อยสิ วันหลังใส่ด้วยนะ”
“ยังไม่ได้ซักจะใส่ได้ไง อีกอย่างมีแต่แบบบาง ๆ โป๊ ๆ จะเอาไปตากที่ไหน เกิดแม่เห็นโดนสวดยับแน่ ซื้ออะไรไม่เข้าท่า”
“งั้นตื่นมาก็ซักเลยนะ ตากที่ระเบียงก็ได้ บางขนาดนั้นยังไงก็แห้ง”
“แล้วแกจะยุ่งอะไรเนี่ย”
“ก็อยากเห็นเธอใส่”
“ทะลึ่ง หยุดคิดเรื่องลามกกับฉันไปเลยนะ ตอนนี้เราเป็นเพื่อนกัน แกจำข้อตกลงของเราไม่ได้หรือไง”
“จำได้ แล้วทำไม เพื่อนกันก็ดูเสื้อในกันได้ เดี๋ยวฉันให้เธอดูก่อนเลยว่าฉันไม่ได้ใส่กางเกงใน”
พูดจบก็ละมือข้างหนึ่งมาดึงชายเสื้อขึ้นจนเห็นซิกซ์แพ็ก ส่วนอีกข้างดึงเอวกางเกงยางยืดลงต่ำจนเห็นเนินหัวหน่าวขาวผ่องมีเส้นขนบาง ๆ รำไรพองาม
ขวัญข้าวเบิกตาอ้าปากค้าง ก่อนจะละล่ำละลักตะโกนห้ามด้วยความตกใจ
“ไอ้บ้าลม หยุดนะ”
เขายกยิ้มมุมปาก ตอบโต้เธอกลับด้วยเสียงที่ไม่เบานัก
“ยังถอดไม่หมดเลย จะห้ามทำไม หรือกลัวว่าจะทนไม่ไหว ระเบียงมันไกลเกินกว่าที่เธอจะปีนข้ามมาที่ห้องฉันนะ ตกลงไปคอหักตายไม่รู้ด้วย”
“ไอ้บ้า หุบปากไปเลยนะ ถ้าแกไม่หยุด ฉันจะกลับเข้าห้องเดี๋ยวนี้ แล้วจะไม่มีวันโผล่หน้ามาที่ระเบียงอีก”
“ใจเย็น ฉันแค่ล้อเล่น”
“คนอย่างแกไม่มีทางล้อเล่น”
“ถือว่ารู้จักกันจริง สรุปว่าจะดูต่อไหม แต่เท่าที่เห็นก็น่าจะพอจินตนาการออกแล้วนะว่าฉันไม่ได้ใส่กางเกงใน”
“ฉันไม่ได้อยากรู้ มีแต่แกที่ยัดเยียด เก็บไอ้ลูกชายขี้หื่นของแกให้พ้นสายตาฉัน ไม่อยากเห็นหน้าตาทุเรศ ๆ ของมันอีก”
“เหอะ บูลลี่ว่ามันทุเรศ แต่ตอนมันแทงเข้าแทงออกในลูกสาวเธอก็เห็นร้องอย่างกับจะตาย เดี๋ยวเสร็จ เดี๋ยวเสร็จ ถ้าไม่ได้ลูกชายของฉันเธอจะเสียวขนาดนั้นไหมล่ะ”
“ไอ้ลม หมดเวลาแล้ว เก็บปากเน่า ๆ ของแกไว้เลียกีสาว ๆ เถอะ พูดมาก กลิ่นโชยมาถึงนี่ ฉันเหม็น”
“เหอะ เหม็นเพราะฉันเลียกีของเธอหรือเปล่า ฉันไม่เคยเลียของใครเลยนะ เธอเป็นคนแรก อย่างนี้ต้องดูแลความสะอาดหน่อยนะยัยข้าวสารเสก”
“ไอ้บ้า”
ขวัญข้าวสะบัดหน้าหนี เปิดประตูกลับเข้าไปในห้องทันที คนตัวโตเห็นดังนั้นจึงรีบดับบุหรี่แล้วกลับเข้าห้องนอนของตัวเองบ้าง
วายุทิ้งตัวนอนหงายบนเตียงกว้าง ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ไม่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังรู้สึกอย่างไรกันแน่ แต่การถกเถียงกับเธอเหมือนที่ทำเป็นประจำ มันทำให้หัวใจรู้สึกกระชุ่มกระชวยแปลก ๆ
“เหอะ ผู้หญิงบ้าอะไร ปากโคตรเสีย แต่ตรงนั้นโคตรหวาน คราวหน้าจะจับเลียให้ล้มตั้งแต่หน้าประตูเลย”
พูดเสร็จก็เม้มปาก เบิกตากว้างตกใจที่ตัวเองคิดอยากจะมีค่ำคืนร้อนแรงกับเพื่อนรักอีก ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน แถมยังสัญญากันแล้วว่าจะกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม แต่ทำไมหัวใจจึงเอาแต่คอยวนเวียนคิดถึงแต่เรื่องของเธออยู่ได้
ในขณะเดียวกัน อีกฝ่ายที่เดินหนีเข้ามาก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ห่มผ้าเรียบร้อย พยายามข่มตาให้นอนหลับพักผ่อนแต่ก็ไม่อาจทำได้
ร่างบอบบางพลิกกายไปมาแล้วลุกพรวดขึ้นนั่ง ส่งสายตาค้อนขวับไปยังผู้ชายที่อยู่อีกฝั่งหวังให้สายตาทิ่มแทงไปถึงคนที่ทำให้เธอนอนไม่หลับอยู่ในตอนนี้
“ไอ้บ้า ปากมอม หาว่ากีฉันเหม็นเหรอ เมื่อคืนยังบอกว่าหอมอยู่เลย เลียแล้วเลียอีก คราวหน้าจะเอาหัวแม่เท้ายัดปากแทน”
บ่นเสร็จก็ยกมือปิดปาก เบิกตาค้าง ตกใจที่ตัวเองคิดจินตนาการว่าจะมีค่ำคืนเร่าร้อนกับเขาอีก ก่อนจะรัวมือข้างนั้นที่ปากของตัวเองหลายที
“นี่แน่ะ ๆ ๆ หยุดพูด หยุดคิดถึงเรื่องนั้นเดี๋ยวนี้ มันก็แค่ดีลดีลหนึ่ง ไม่ได้มีความหมายอะไร จบแล้วก็จบเลย แกห้ามยึดติดว่าหมอนั่นเป็นผู้ชายคนแรกของแกเด็ดขาด เข้าใจไหมยัยข้าวสวย”
สะกดจิตตัวเองเสร็จก็ทิ้งตัวลงนอนแล้วพยายามข่มตา จนสุดท้ายก็หลับไปด้วยความเพลีย
