ตอนที่ 12 อาจเป็นพรหมลิขิต
เช้าวันหยุดอันสดใส เวลา 09.00 น. แสงแดดอุ่นยามเช้าทอดผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องพักหรู
“แต่งตัวซะสวยเชียว... ไอ้มุก แกจะไปไหนวะวันนี้”
แทนคุณเพื่อนสนิทเอ่ยทักขึ้น หลังจากยืนมองร่างบางหมุนตัวไปมาหน้ากระจกเงาบานใหญ่เพื่อตรวจเช็กความเรียบร้อยอยู่นานหลายรอบ
“มีนัดไปดูหนังกับพี่ต้นเค้าน่ะ” มุกสลิลปรายยิ้มหวาน ช้อนสายตามองเพื่อนสนิทด้วยท่าทีร่าเริง
“ฉันว่าแกแต่งตัวโป๊ไปหรือเปล่าวะ...” แทนคุณหรี่สายตาคมกริบลง เผลอกวาดสายตามองมินิเดรสแขนกุดสีขี้ม้าเข้มที่แนบชิดไปกับเรือนร่างสะพรั่ง ทรวดทรงเอวคอดผายสะโพก เด่นชัดยิ่งขึ้นด้วยรอยผ่าข้างสูงลิ่วจนแทบเผยโคนขาอ่อนขาวเนียนผุดผาด ลมหายใจของชายหนุ่มเริ่มสะดุดเมื่อเห็นสรีระแสนเย้ายวนของเพื่อนสาว
“แกนี่ดุฉันเหมือนฉันเป็นน้องปีหนึ่งเลยนะ!” มุกสลิลบ่นอุบ หันมาทำหน้ายู่ใส่
“อ้าว!... ก็ฉันเป็นห่วงแกนี่หว่า เดี๋ยวเกิดใครดักฉุดแกไปข่มขืนขึ้นมาจะทำยังไง”
“ไอ้บ้า!... ปากไม่เป็นมงคลเอาซะเลย ฉันมีเสื้อคลุมย่ะ” หญิงสาวว่าพลางชูเสื้อคลุมเนื้อบางขึ้นมาถือไว้
“เออๆ... แล้วแต่แกเหอะ อ่อยพี่ต้นเค้าให้เต็มที่นะ จะได้มีผัวกับเค้าซะที”
“เออ!... ทุกวันนี้ฉันก็แทบจะประเคนตัวฉันให้เขาอยู่แล้วเนี่ย! ถ้าเอาตัวเองผูกโบว์ไปถวายได้นะ... ฉันทำไปนานแล้ว!” มุกสลิลว่าพลางทำท่าถอนหายใจ
“แกไปรุกเค้าขนาดนั้น ระวังเขาจะเป็นฝ่ายกลัวแกซะเองล่ะ”
“ฉันก็ไม่ได้ทำถึงขนาดนั้นซะหน่อย... แล้ววันนี้แกล่ะ ไม่ออกไปไหนเหรอ”
“ไม่อะ... ขี้เกียจ แต่เดือนหน้านี้ แม่ฉันอาจจะกลับไทยนะ”
“เออๆ ถึงเวลานั้นฉันจะย้ายไปเช่าโรงแรมนอนเอาละกัน”
“จะกลัวอะไรล่ะ แม่ฉันไม่ได้มานอนห้องเดียวกับฉันสักหน่อย ที่บอกเผื่อไว้เพราะกลางวันแกอาจจะมาหาฉัน แม่ฉันคงไม่ว่าอะไรหรอก ถึงแม้จะเห็นแกอยู่ในห้องนอนฉันก็ตาม”
“ทำไมแกมั่นใจขนาดนั้นวะ” มุกสลิลถามด้วยความไม่แน่ใจ เพราะอย่างไรเสียเธอก็เป็นผู้หญิง หากผู้ใหญ่เห็นเธออยู่ในห้องกับลูกชายสองต่อสองอาจจะมองไม่ดีหรือไม่เหมาะสมเอาก็ได้ ต่อให้เป็นเพื่อนกันก็ตาม
“ไอ้มุก!... แกคิดมากไปหรือเปล่าวะ แม่ฉันเห็นแกวิ่งเล่นกับฉันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วนะเว้ย นี่เราคบกันจนถึงมัธยม แล้วก็ต่อมหาลัยอีก เราห่างกันแค่ปีเดียวตอนที่แกย้ายบ้านไปนั่นแหละ”
“เออ... ฉันว่าจะถามแกหลายทีแล้วไอ้แทน แล้วบ้านเก่าของแก ที่อยู่ตรงข้ามบ้านฉันเมื่อก่อนล่ะ... มันหายไปไหนแล้ว”
“แม่ฉันขายได้แล้ว...เมื่อตอนปิดเทอมไง ถึงได้เอาเงินมาซื้อคอนโดนี้ให้ฉันอยู่นี่ไงล่ะ”
“ที่ดินตรงนั้นขายได้ราคาดีเลยใช่มั้ย ฉันจำได้ตอนนั้นแม่ฉันก็ได้ตั้งหลายล้าน แต่ว่าใช้หนี้ให้พ่อหมด ที่เหลือผัวใหม่แม่ก็ผลาญอีก ฉันก็เลยมีแต่ตัวเนี่ยแหละ”
“รวมทั้งบ้านและที่ดินก็ประมาณสิบล้านได้มั้ง แม่ฉันบอกว่างั้น”
“โห!... ตอนนี้แกก็เป็นเสี่ยแล้วสิ อุ๊ยๆ เสี่ยแทนขา...!” มุกสลิลจริตจ้าน ดึงแขนเสื้อเพื่อนแกล้งแซว
“เงินของแม่ฉัน ไม่ใช่เงินฉันสักหน่อย”
“แหม!... อีกหน่อยมันจะเป็นของใครไปได้ล่ะแก ก็แกเป็นลูกคนเดียวนี่หว่า หรือว่าตอนนี้แม่แกท้องแล้ว”
“คงไม่แล้วล่ะ ตอนนี้มิสเตอร์คาร์ลเค้าไม่อยากให้แม่ฉันมีลูกแล้ว”
“หว้า!... แกก็อดมีน้องเลยนะสิ”
“ฉันก็ไม่ได้อยากมีน้องตอนอายุยี่สิบหรอกนะ”
“เออ!!.. จะว่าไปเรามีชีวิตที่คล้ายๆ กันอยู่นะ” มุกสลิลทอดสายตามองเพื่อนสนิทด้วยแววตาอ่อนโยน
“ยังไงเหรอวะ”
“ก็เมื่อก่อนบ้านก็อยู่ใกล้กัน เป็นลูกคนเดียวเหมือนกัน ชอบอะไรก็คล้าย ๆ กัน แกว่าชาติก่อนเราเป็นเนื้อคู่กันป่าววะ เหมือนพรหมลิขิตเลยอะ”
“เพ้อใหญ่แล้วไอ้มุก... แกจะไปก็รีบ ๆ ไปสิ แล้วพวกถุงยางอะไรน่ะ หัดพกเอาไว้บ้างนะ ฉันไม่อยากให้แกมานั่งเสียใจทีหลัง”
แทนคุณรีบเปลี่ยนเรื่องเพื่อซ่อนความรู้สึกสะท้านไหว ความจริงแล้วนับวันเขายิ่งรู้สึกผูกพันและรักมุกสลิลมากขึ้นเรื่อยๆ จนวันไหนหากไม่ได้เห็นหน้าเพื่อนสาวคนนี้ เขาก็แทบจะคลั่งตาย แต่ชายหนุ่มกลับไม่กล้าเอื้อนเอ่ยสารภาพคำว่ารักออกมา เพราะหวาดกลัวเหลือเกินว่าจะต้องสูญเสียเพื่อนที่ดีที่สุดคนนี้ไปตลอดกาล
“ขอบใจนะเพื่อน... ที่คอยเตือน แกเป็นเหมือนญาติ เป็นเหมือนพี่ เป็นเหมือนน้อง ที่ฉันหลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้เพียงคนเดียวว่ะ... แทน”
น้ำเสียงของมุกสลิลสั่นเครือด้วยความซาบซึ้งใจ หลังจากผู้เป็นมารดาเสียชีวิตไป เธอก็ไม่เหลือใครอีกเลยทั้งปู่ย่าตายาย เธอเป็นลูกคนเดียว และแม่ก็เป็นลูกคนเดียว จึงไร้ญาติขาดมิตรโดยสิ้นเชิง นาทีนี้เธอจึงรู้สึกว่าแทนคุณคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอจริงๆ
แทนคุณขยับกายเข้าไปสวมกอดมุกสลิลไว้แน่น อ้อมแขนแกร่งตระกองกอดเรือนร่างนุ่มนิ่มผุดผาดอย่างรักใคร่และหวงแหน ฝ่ามืออุ่นลูบแผ่นหลังเนียนเบาๆ ผ่านเนื้อผ้าบางเบา กลิ่นกายสาวหอมกรุ่นที่แนบชิดปลุกอารมณ์เสน่หาและสายใยรักให้แล่นซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
“ฉันไม่มีวันทิ้งแกหรอกนะมุก... แล้วแกก็เป็นเพื่อนคนเดียวที่ดีที่สุดสำหรับฉันเหมือนกัน แล้วจะร้องไห้ทำไมเนี่ย แต่งหน้ามา เดี๋ยวก็เลอะหมดหรอก”
นิ้วเรียวยาวคอยปัดหยาดน้ำตาออกจากแก้มเนียนอย่างแสนรักแสนหวง ขณะที่สายตาคมสบประสานนัยน์ตาหวาน ท่ามกลางบรรยากาศกรุ่นไอรักและความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกสุดหัวใจของเพื่อนสนิท
