ตอนที่ 5: เงาพยาบาทในเขาวงกตหินอ่อน
บรรยากาศภายในห้องโถงเล็กทิศตะวันตกอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกซ่อนกลิ่นที่ส่งกลิ่นแรงในช่วงหัวค่ำ อาลีเซียประทับนั่งอยู่บนเก้าอี้บุหนังนกกระจอกเทศ นางไม่ได้สวมมงกุฎ แต่สวมเพียงผ้าคลุมไหล่สีดำสนิทที่ขับให้ผิวของนางดูซีดเผือดประดุจขี้ผึ้ง ตรงหน้าของนางคือ รูท นางกำนัลที่บัดนี้ดูภูมิฐานขึ้นในชุดผ้าไหมชั้นดีจากรางวัลของการหักหลัง รูทเดินเข้ามาเพื่อถวายรายงานตามคำสั่งของดาดาส แต่นางกลับไม่กล้าสบตาสีนิลที่นิ่งสนิทของเจ้าหญิง
"รูท... ข้าได้ยินมาว่าเจ้ากำลังจะเข้าพิธีมงคลกับคนของท่านดาดาสงั้นหรือ"
อาลีเซียเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างประหลาด น้ำเสียงที่รูทเคยหลงรักและโหยหา แต่วันนี้นางกลับรู้สึกว่ามันคือคมมีดที่กรีดลงบนกระดาษ อาลีเซียเอื้อมมือไปจับมือของรูทอย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสแรกในรอบหลายสัปดาห์ที่ทำให้รูทใจสั่นสะท้าน
"ข้าไม่ได้โกรธเจ้าหรอกนะ... ข้าเข้าใจว่าทุกคนต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด"
พฤติกรรมของอาลีเซียเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นางไม่ได้เย็นชาใส่นางกำนัลทรยศ แต่กลับใช้ "ความเมตตาปลอม ๆ" เป็นอาวุธ นางมอบจี้ห้อยคอทับทิมล้ำค่าให้รูทเพื่อเป็นการแสดงความยินดี แต่ในจี้นั้นซ่อนกลไกขนาดจิ๋วที่น้าปูประดิษฐ์ขึ้นเพื่อดักฟังบทสนทนา
รูทที่กำลังตกอยู่ในบ่วงของความรู้สึกผิดพ่ายแพ้ต่อแผนการนี้อย่างราบคาบ นางร้องไห้ออกมาและโผเข้ากอดกอดขาอาลีเซียเพื่อขออภัย อาลีเซียลูบหัวรูทด้วยสายตาที่ว่างเปล่า นางไม่ได้รู้สึกสงสารแม้แต่น้อย ความแค้นได้เปลี่ยนให้นางกลายเป็นนักมายากลที่ใช้ความรู้สึกคนเป็นของเล่น ทิศทางของเรื่องเปลี่ยนไปสู่การแทรกซึมทางจิตวิทยาอย่างสมบูรณ์
ที่ชายป่าติดกับกำแพงเมืองแบร์นาญอส เงาร่างหนึ่งพุ่งผ่านแมกไม้อย่างรวดเร็วจนตาเปล่าแทบมองไม่ทัน วาเลนไทน์ไม่ได้สวมเกราะองครักษ์สีเงินอีกต่อไป แต่เขาสวมชุดหนังสัตว์สีดำสนิทที่อาบไปด้วยมนตราเงามืด ใบหน้าของเขาถูกคาดด้วยหน้ากากครึ่งซีกที่ทำจากกระดูกหมาป่า ดาบก้ามปูในมือเขาบัดนี้ไม่ได้ส่องแสง แต่กลับดูดกลืนแสงสว่างรอบข้างจนมืดสนิท
เป้าหมายของวาเลนไทน์ในคืนนี้คือการ "ลอบสังหารนายกองยาม" ผู้เป็นมือขวาของดาดาสที่ดูแลระบบรักษาความปลอดภัยของปราสาท วาเลนไทน์เผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบากเมื่อเขาพบว่านายกองผู้นั้นกำลังอุ้มลูกสาวตัวน้อยเดินเล่นอยู่ที่ระเบียงบ้านพักนอกกำแพงวัง ความทรงจำเกี่ยวกับความดีงามพยายามฉุดรั้งเขาไว้ แต่แล้วมนตราเงาในใจก็แผดเผาความลังเลนั้นทิ้งไป
"หากข้าไม่ฆ่ามัน แผนของอาลีเซียจะพัง... และข้าจะเสียนาทีนี้ไปตลอดกาล"
ภาพจำใหม่เกิดขึ้นในคืนที่ไร้จันทร์ วาเลนไทน์ไม่ได้เข้าปะทะตรง ๆ แต่เขา "สั่งเงา" ของต้นไม้ใหญ่ให้ยืดออกไปรัดคอทหารยามที่ยืนเฝ้าหน้าประตูจนสิ้นลมโดยไม่เสียเลือดสักหยด
เขาเคลื่อนที่ไปตามเงาของสิ่งก่อสร้างประดุจวิญญาณร้าย ท่าทีของเขาเปลี่ยนเป็นความโหดเหี้ยมที่คำนวณมาอย่างดี เขาเข้าถึงตัวนายกองยามในจังหวะที่ชายผู้นั้นส่งลูกเข้านอน คมดาบที่ไร้แสงปลิดชีพเป้าหมายอย่างเงียบเชียบในความมืด ผลลัพธ์คือระบบป้องกันของปราสาทเกิดรอยรั่วครั้งใหญ่ที่ดาดาสยังไม่รู้ตัว และวาเลนไทน์ได้สูญเสีย "ศีลธรรม" ข้อสุดท้ายไปเพื่อก้าวขึ้นเป็นปิศาจเงาอย่างเต็มตัว
ลึกลงไปในท่อระบายน้ำที่เชื่อมต่อกับห้องเก็บเอกสารลับของดาดาส น้าปูและลุงเต่ากำลังมุดผ่านโคลนและกลิ่นเหม็นอับ
"ไอ้เต่า! อย่าขยับแรงนักสิวะ เดี๋ยวเสียงโซ่ที่ขาแกจะดังไปถึงหูพวกทหารข้างบน"
น้าปูกระซิบพลางใช้สว่านมือหมุนเจาะพื้นหินอ่อนจากเบื้องล่างอย่างประณีต
ลุงเต่าแกล้งทำเป็นบ่นพึมพำพลางควัก "น้ำมันปลาปลาบึก" ออกมาหยอดตามร่องหินเพื่อลดแรงเสียดทาน
"เออน่า... ข้าก็ระวังอยู่นี่ไง ว่าแต่แม่ปลาส่งสัญญาณหรือยัง"
ในจังหวะนั้นเอง เสียงเคาะระฆังจากโบสถ์หลวงดังขึ้นสามครั้งสั้น ๆ เป็นรหัสจากแม่ปลาว่าอาลีเซียกักตัวดาดาสไว้ที่โต๊ะเสวยได้สำเร็จ
แก๊งเพื่อนแสบเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากความสนุกสนานเป็น "จารกรรมมืออาชีพ" บทสนทนาไม่มีการล้อเล่นอีกต่อไป น้าปูสอดกล้องรูเข็มเข้าไปในห้องลับของดาดาสและพบกับบัญชีรายชื่อขุนนางที่รับสินบนรวมถึงหลักฐานเท็จที่ใช้ป้ายสีวาเลนไทน์ พวกเขาไม่ได้ขโมยของเหล่านั้นออกมา แต่เลือกที่จะ "ปลอมแปลง" เอกสารบางฉบับเพื่อให้ดาดาสเริ่มระแวงขุนนางพวกเดียวกันเอง เป็นการใช้กลยุทธ์เกลือจิ้มเกลือที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ภายในกลุ่มศัตรูให้กลายเป็นสนามรบแห่งความระแวง
กลับมาที่โต๊ะเสวย อาลีเซียกำลังรินชาดอกกุหลาบให้ดาดาสด้วยท่วงท่าที่งดงามประดุจภาพวาด
"ท่านดาดาส... ท่านเคยคิดไหมว่า หากวันหนึ่งความลับที่ท่านซ่อนไว้ถูกเปิดเผยโดยคนที่ท่านไว้ใจที่สุด ท่านจะทำอย่างไร"
นางเอ่ยถามพลางจิบชาช้า ๆ ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในตาของเสนาบดีหนุ่ม
ดาดาสชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มขี้เล่นของเขาจางหายไปแทนที่ด้วยความระแวดระวัง
"ทำไมองค์หญิงถึงตรัสเช่นนั้นพะยะค่ะ หรือว่ามีใครมาเป่าหูพระองค์"
เขาวางถ้วยชาลง เสียงกระแทกกับจานรองดังกังวานในความเงียบ
"เปล่าหรอก... ข้าเพียงแค่เห็นรอยร้าวในใจของรูทน่ะ นางดู... มีความลับเยอะจนน่ากลัว"
อาลีเซียทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ก่อนจะขอตัวกลับห้องพัก ทิ้งให้ดาดาสนั่งอยู่กับความสงสัยที่เริ่มกัดกินใจ พฤติกรรมของอาลีเซียในตอนนี้คือการเป็น "จอมปั่นประสาท" ที่สมบูรณ์แบบ นางรู้ดีว่าความมั่นคงของดาดาสขึ้นอยู่กับความไวใจ และนางกำลังเริ่มทำลายมันจากรากฐาน
ในขณะเดียวกัน ที่ยอดหอคอยทิศตะวันตก วาเลนไทน์ยืนมองลงมาที่หน้าต่างห้องพักของอาลีเซีย เขาเห็นเงาของนางสะท้อนอยู่ในกระจก เขาไม่ได้แสดงตัวหรือส่งสัญญาณใด ๆ มือที่เปื้อนเลือดของเขากำสายสร้อยที่ชิงมาจากคอนางไว้แน่น
"รออีกนิด... อาลีเซีย ข้าจะถล่มวังนี้ให้ราบเพื่อให้ท่านได้เดินออกมาอย่างสง่างาม"
สายลมหนาวพัดผ่านหน้ากากกระดูกหมาป่า เป็นสัญญาณว่าละครฉากใหญ่กำลังจะปิดม่านความสงบและเปิดฉากการนองเลือดที่แท้จริง
