Dangerous Chapter 1 เลือดท่วมตัว
1 ชั่วโมงก่อนหน้า
ปัง ปัง เสียงปืนไล่หลังมาเฟียหนุ่มมาติดๆ ตึก ตึก ตึก เสียงฝีเท้าออกแรงวิ่งฝ่าน้ำขังตามพื้นของเจ้านายและลูกน้องที่วิ่งหลบกระสุนจากผู้ไม่หวังดี เลือดจากบาดแผลก็ยังไหลออกมาไม่จบสิ้นและนั่นยิ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับทั้งสามคน ฝนก็ตกแรงขึ้น ทุกอย่างดูทุลักทุเลมาก
คาร์ลเตอร์ วิ่งมาหลบอยู่ที่ตรอกซอกซอยกับบอดี้การ์ดคนสนิทอีกสองคน ลูก้า ไทกิ สองบอดี้การ์ดที่เหมือนพี่น้องอีกคนของมาเฟียที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เริ่มจำความได้ ทั้งไทกิและลูก้าถูกฝึกศิลปะการต่อสู้ตั้งแต่ยังเด็กให้ปกป้องดูแลคาร์ลเตอร์
“แยกกันไป พวกมึงไปทางนั้น”คาร์ลเตอร์เอ่ยปากออกคำสั่งบอดี้การ์ดคนสนิททั้งสองคนให้วิ่งไปอีกทาง
“ไม่ครับ! ผมจะไม่ทิ้งนายท่าน”ไทกิยืนยันเสียงหนักแน่นไม่ยอมไป
“นายท่านบาดเจ็บแบบนี้จะไปคนเดียวไม่ได้นะครับ!”ลูก้ารีบพูดเสริมเพราะว่าตอนนี้คาร์ลเตอร์เองก็มีบาดแผลจากกระสุนปืนอยู่ที่ต้นแขนข้างขวา คาร์ลเตอร์อยากจะตบกระบาลพวกมันสักที ทั้งไทกิและลูกก้าก็มีสภาพไม่ได้ต่างจากเขาเลย ทั้งสองคนเองก็ถูกยิงมาเช่นกัน
“ฟัง! มึงรีบไปส่งสัญญาบอกคนของเรา กูจะหนีไปซ่อนอยู่แถวนี้ไม่ให้พวกมันหาเจอ พวกมึงสองคนค่อยตามจากจีพีเอสที่เข็มกลัดกู”ดังเสียงคำสั่งประกาศิตที่ลูกน้องต้องจำยอมฟัง นิ้วเรียวชี้มาที่เข็มกลัดประจำกลุ่ม ก่อนจะผลักให้ลูกน้องวิ่งล่อมันไปอีกทาง
เมื่อลูกน้องวิ่งออกไปแล้ว คาร์ลเตอร์ก็เริ่มวิ่งไปอีกทาง ลูกน้องที่เข้าใจว่าเขาโดนยิงแค่ที่ต้นแขนแต่ไม่รู้ว่าที่บริเวณหน้าท้องคาร์ลเตอร์นั้นถูดมีดบาดมาด้วย แต่เขาไม่แสดงความเจ็บปวดให้ลูกน้องได้เห็นเลย
วันนี้เขาแค่อยากมาพักผ่อนดื่มไวน์เงียบๆคนเดียว โดยไร้บอดี้การ์ดนีบสิบที่คอยติดตาม แต่เมื่อมากับบอดี้การ์ดคนสนิท เขากับต้องมาเจอคนรอบฆ่าพวกมันมากันเกือบยี่สิบคนได้นี่เขาก็ช่วยกันจัดการไปเกือบครึ่ง ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติพวกมันคงไม่มีโอกาศได้แตะต้องถึงตัวเขาแน่ แต่นี่มันเล่นยกมาทั้งฝูง!
ตึงตัง! ร่างหน้าเดินโซเซมาหลบที่ร้านขายดอกไม้ โชคดีมากที่มีร้านขายดอกไม้ต้นไม้อยู่แถวนี้มันจึ้งทำให้เขาใช้เป็นที่กำบังหลบไอ้พวกรอบฆ่าได้
“อึก! แม่ง”สบถออกมาด้วยความเจ็บ แต่ถึงจะเจ็บเขาก็ไม่วายจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ เหมือนกับสบายใจไม่ได้กลัวความตายที่กำลังใกล้เข้ามา
ไม่นานลูกน้องคงจะมา เขาคิดว่าเขาน่าจะยังพอทนไหว..แม้ตอนนี้สายตาจะเริ่มพล่ามัว
แกร๊ก คาร์ลเตอร์ได้ยินเสียงเปิดประตูเมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นหน้าของผู้หญิงคนหนึ่ง
“คุณ!”เธอร้องตกใจเมื่อเห็นเขา แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากพูดอะไรเรี่ยวแรงที่มีมันก็ลดหายลงไปจนหมด เขาฟุบลงไปนอนกับพื้น ร่างบางเปิดประตูออกกว้างรีบนั่งลงมาประคองตัวเขา
“คุณคะ คุณอย่าเป็นอะไรนะเดี๋ยวฉันจะเรียกรถพยาบาลให้”น้ำเสียงที่ฟังดูร้อนรนและเสียงหัวใจที่เต้นถี่รัวดังจนคาร์ลเตอร์ที่ซบหน้าอยู่ตรงอกเธอได้ยิน
“อึก..ใคร..”น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยถามช้าๆ อย่างคนที่กำลังจะหมดแรง
“เอ่อ ฉันผิงอันค่ะ ฉันชื่อผิงอัน..คุณยังไม่ต้องพูดอะไรนะแต่ห้ามหลับนะคะ”เธอรีบติบแล้วถอดเสื้อคลุมมากดซับเลือดที่ไหลออกมาเต็มหน้าท้องของเขา
มือเล็กก็เร่งกดเบอร์โทรหารถโรงพยาบาล
“ขอรถฉุกเฉินด่วนเลยค่ะ! มีคนถูกทำร้ายเลือดท่วมไปทั้งตัว ฉันไม่รู้ว่าเขาโดนอะไรมาแต่ที่ท้องเขาเลือดไหลออกมาไม่หยุดเลยค่ะ”
“อย่า..”คาร์ลเตอร์ที่พยายามจะห้ามไม่ให้เธอโทรศัพท์ไปแต่นั่นคงจะเป็นเสียงที่เปล่งออกมาไม่ดังพอให้เธอได้ยิน และตอนนี้เขาก็เริ่มจะฝืนร่างกายต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ‘เธอเป็นใครทำไมต้องมาสนใจชีวิตคนอื่นด้วย’คาร์ลเตอร์ได้แต่คิดในใจ
“275/58 ซอยสรีดาญา เขตแจ้งวัฒนะ รีบมานะคะ!” เมื่อคุยบอกรายละเอียดกับทางโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วเธอก็ก้มลงมามองชายหนุ่มในอ้อมแขน กับเสียงลมหายใจที่โรยริน
“อย่า..”
“อะไรนะคะ ฉันไม่ได้ยิน”เธอเอียงหูเข้าไปใกล้ๆริมฝีปากบาง
“อย่าเรียก..เก็บนี่ไว้..”เขาที่กำลังจะห้ามเธอแต่รู้สึกไม่มีแรงจะพูดเลยเปลี่ยนเป็นดึงเข็มกลัดสัญลักษณ์รูปปีกนกมาให้เธอ
“เก็บไว้จนกว่าฉันจะมาเอาด้วยตัวเอง..”จบประโยคนั้นคาร์ลเตอร์ก็สลบไปในอ้อมแขนของเธอ ปล่อยให้ผิงอันงุนงงกับของที่เขาให้มาและร้อนรนเมื่อเขาสลบ
“คุณ! คุณ! ไม่นะอย่าหลับนะ”ผิงอันร้องเรียกร่างหนาให้รู้สึกตัวแต่เขากลับหลับตาสนิท
“อย่าตายนะคะ คุณจะมาตายแบบนี้ไม่ได้นะ อย่าน้อยก็อย่ามาตายที่หน้าร้านฉันได้ไหม ฉันกลัวผีฮึก!”เสียงเริ่มสั่นเครือ ใจดวงน้อยเริ่มกลัวถึงเธอจะไม่ได้รู้จักอะไรกับเขาก็ตามแต่เธอก็เป็นห่วงเขามาก
ผ่านไปนานรถกู้ภัยก็มา และใช่เธอจะไปด้วย ผิงอันรีบวิ่งขึ้นไปชั้นสองหยิบกระเป๋าสะพายข้างกับกระเป๋าสตางค์ออกมาแล้วขึ้นรถไปกับคาร์ลเตอร์
โรงพยาบาลเอกชน BN
คาร์ลเตอร์ถูกส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดทันทีที่มาถึง ผิงอันที่ยังคอยนั่งเฝ้าอยู่หน้าห้องไม่ไปไหน เธอจะรอจนแน่ใจว่าเขาปลอดภัย
ตึก ตึก ตึก เสียงฝีเท้านับสิบได้ที่กำลังวิ่งกรูมายังทางที่ผิงอันกำลังนั่งอยู่ เมื่อเธอเงยหน้ามาก็พบกับชายฉกรรจ์นับสิบสวมใส่ชุดสูทสีดำ แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ดูแตกต่างและใบหน้าก็คุ้นเหมือนเธอเคยเห็นจากไหนมาก่อน
“พี่ชายกูอยู่ไหน! ไปตามหมอมา!” เคอร์วินตะโกนเสียงดังลั่นหน้าห้องผ่าตัด พวกพยาบาลที่รู้ดีว่าบุคคลนี้คือใครก็เริ่มหวานกลัว ไม่กล้าแม้แต่จะเข้ามาบอกถึงอาการคาร์ลเตอร์ด้วยซ้ำ
“ใครมันเป็นคนพาไอ้คาร์ลมาโรงพยาบาลไปสืบมาให้หมด”เสียงเรียบพูดกับเหล่าลูกน้อง
“เอ่อคุณคะ..”
ขวับ! สายตาคมกริบที่เหมือนจะบาดไปถึงขั้วหัวใจหันมามองเธอที่ตามเนื้อตัวและเสื้อผ้าเปื้อนไปด้วยเลือด เธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะสังเกตเห็นที่เสื้อของผู้ชายที่หันมามีเข็มกลัดแบบเดียวกับที่คนที่เธอช่วยมี
เธอลุกขึ้นยืนเดินเข้าไปใกล้ผู้ชายที่ตะโกนตามหาพี่ชายอย่างบ้าคลั่ง
“เอ่อคือ พี่ชายคุณใช่คนที่มีเข็มกลัดนี้หรือเปล่าคะ”พร้อมยื่นเข็มกลัดที่เปื้อนเลือดมาให้เขาดู
“ถ้าใช่เขาอยู่ในห้องผ่าตัดค่ะ ฉันเป็นคนพาเขามาเอง”เธอไม่กล้าจะมองหน้าเขาด้วยซ้ำ เธอก้มหน้ามองพื้น มือที่ยื่นออกไปก็สั่นเป็นเจ้าเข้าทรง
หมับ เขาหยิบเข็มกลัดมาดู ก่อนที่เคอร์วินจะจับไปที่ข้อมือน้อยแล้วออกแรงดึงจนเธอเซมากระแทโดนอกเขาอย่างแรง แต่ไม่ได้ออกแรงบับเพียงแค่กำไว้เฉยๆ
“อ๊ะ ขอโทษค่ะ”ตัวเองไม่ได้ทำผิดแต่ก็ยังเอ่ยปากขอโท๋
“เงยหน้าขึ้น”น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ย เขายังคงจ้องมองมาที่เธออย่างไม่ละสายตา ผิงอันถอดหายใจออกมาแรงๆเหมือรวบรความกล้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเคอร์วิน ทั้งคู่สบตากันก่อนที่จะละสายตาจากกัน
“เธอบอกว่าเป็นคนพาพี่ชายฉันมาที่โรงพยาบาล พามาได้ไงแล้วเจอพี่ชายฉันที่ไหน”เขาถามเพราะไม่ไว้ใจเธอ แต่ยังมีเรื่องที่สร้างความประหลาดใจเขามสกกว่าคือเข็มกลัดของคาร์ลเตอร์มาอยู่ที่เธอ
“เขามานอนสลบอยู่หน้าบ้านฉันค่ะ ฉันเลยเรียกรถพยาบาลค่ะ”
“แล้วเข็มกลัดนี่?”
“คุณคนนั้นเขาให้ฉันไว้ค่ะ เขาบอกว่าให้เก็บไว้จนกว่าเขาจะมาเอาคืนเอง”
“พี่ชายฉันพูดอย่างนั้นเหรอ?”
“ค่ะ! เขาพูดอย่างนั้นจริงๆ”
เคอร์วินรับรู้ได้ว่าเธอไม่ได้โกหกและก็พอจะรับรู้ถึงความหวาดกลัวของเธอด้วย
หมับ เขาวางเข็มกลัดใส่มือเธอ
“ถ้ามันพูดอย่างนั้นเธอก็เก็บไว้จนกว่าพี่ชายฉันจะไปเอาที่เธอด้วยตัวเองละกัน”
“และอย่าพูดเรื่องนี้ให้ใครฟังถ้าจะทำเป็นลืมไปเลยยิ่งดี”น้ำเสียงจริงจังและสายตาคมกริบทำเอาคนฟังเสียวสันหลังวาบ เป็นการเตือนไม่ให้เธอพูดเรื่องของพี่ชายเขา
เธอเอียงคอเล็กน้อย ทำไมยังต้องให้เธอเก็บไว้ด้วยทั้งที่เธอฝากเขาไปคืนก็ได้ไม่ใช่หรือไงกัน
“ขอบคุณที่ช่วยพี่ชายฉัน ฉันจะให้คนไปส่งเธอที่บ้าน”เขาหันไปหยิบเช็คเงินสดจากลูกน้อง ในเช็คเขียนจำนวนเงินไว้ห้าแสนบาทมายื่นให้เธอ ต้องบอกว่าจับหยัดใส่มือเธอเสียมสกกว่า
“เจคไปส่งเธอ ส่งเธอให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัย”
“รับทราบครับนายท่าน”
หมับ ผิงอันคว้าข้อมือเคอร์วินจังหวะที่เขากำลังจะเดินหันหลังให้เธอ
“มีอะไร”
“ฉันไม่ได้ต้องการอะไรตอบแทนเลยค่ะ ขอแค่พี่ชายคุณปลอดภัยแค่นั้นฉันก็ดีใจมากแล้วค่ะ”
เธอยื่นเช็คเงินสดคืนเคอร์วินก่อนจะปล่อยมือเขาออก แล้วก้มไปเปิดกระเป๋าตัวเองหยิบเอาพลาสเตอร์ลายคริสตี้สีชมพูแกะอกแล้วแปะไปที่หลังมือของเคอร์วิน เขาไม่ได้ดึงมือกลับเพียงแต่มองดูการกระทำของเธอ
“แปะไว้ก่อนน่าจะดีกว่านะคะ ถึงแผลจะไม่ได้ใหญ่มาก ขอบคุณที่จะไปส่งนะคะ”
“ไปทำแผลด้วยนะคะ” เธอก้มหัวลงเล็กน้อยแล้วหันหลังเดินไปกับเจคบอดี้การ์ดของเคอร์วิน คำพูดนั้นทำเอามาเฟียหนุ่มนิ่งไปเขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่เป็นห่วงเขาแบบนี้เลยนอกจากแม่..
เธอหันกลับมามองเคอร์วิน และใครจะไปคิดว่าเคอร์วินก็ยังคงมองเธออยู่ สายตาที่เขามองเธออตกต่างจากตอนแรก จากแข็งกร้าวกลายเป็นอ่อนโยน
-เมื่อก้าวเข้าไปแล้วยากที่จะก้าวออกมา-
