ตอนที่ 3
การสัมภาษณ์งาน
[อิง]
การเป็นอยู่ในแต่ละวันของผมถือว่าธรรมดามาก ตั้งแต่ผมเข้ามหาลัยผมก็เริ่มทำงานแล้ว เพื่อที่จะส่งตัวเองเรียนหนังสือ ไม่ใช่ว่าผมอยู่ตัวคนเดียวหรอกนะครับ ผมยังมีครอบครัวอีกสองคนคือแม่และหนูอรน้องสาวของผมเอง แต่ที่ต้องทำงานไปด้วย เรียนไปด้วยเพราะที่บ้านเราไม่ได้รวยเหมือนคนอื่นเขา ยังหาเช้ากินค่ำ ไหนจะค่าใช้จ่ายในบ้านไหนจะค่าเรียนน้องสาวผมอีก ผมไม่สามารถเห็นแม่ทำงานคนเดียวได้ พอขึ้นปี1 ผมเลยขอแม่ออกมาหางานทำเองซึ่งตอนแรกแม่จะไม่ยอม บอกว่ายังไหวอยู่แค่ผมกับน้องแม่เลี้ยงได้สบาย อ่า! แม่ผมทำงานอะไรน่ะหรอ ที่บ้านผมเปิดร้านข้าวแกงขายครับ อร่อยสุดในซอยนี้เลยแหละ หากใครเข้ามาซอยนี้แล้วไม่ได้กินอาหารร้านป้าน้ำถือว่ามาไม่ถึงน้า...
นอกเรื่องอีกละ นั้นแหละครับหลังจากวันนั้นผมเลยไม่กล้าขอแม่อีก จะบอกไงดีล่ะไม่ใช่ล้มเลิกความตั้งใจนะ แต่ใช้วิธีแอบไปแทน ช่วงแรกเหมือนจะหลอกได้หน่อยว่า มีกิจกรรมที่มหาลัยลัยทำให้เลิกดึก แต่พอนานวันเข้าแม่ก็จับได้ แต่ท่านก็ไม่ได้โกรธหรอกนะครับ ท่านบอกเป็นห่วงผมมากกว่ากลัวว่าจะโดนคนอื่นหลอกเอา แต่ผมก็บอกว่าผมเอาตัวรอดได้ แม่เลยยอม ช่วงปี 1 ปี 2 ผมทำงานสองที่ครับ ถ้าวันไหนมีเรียนบ่าย ตอนเช้าผมจะไปทำงานที่ร้านเบเกอรี่ซึ่งพี่เจ้าของร้านน่ารักมาก พี่เขาบอกว่าตอนที่เขายังเรียนเขาก็ทำแบบผมพอเรียนจบ เลยทำงานเก็บเงินมาเปิดร้านนี้ ซึ่งทำเลดีมาก ๆ ส่วนถ้าวันไหนมีเรียนเช้าผมจะทำงานสองที่คือที่ร้านเบเกอรี่ถึง 5 โมงเย็น แล้วก็ไปทำงานร้านเหล้าที่พี่เจ้าของร้านเบเกอรี่บอกเป็นร้านของแฟนพี่แก เลยแนะนำผมให้แต่ที่นี่ผมรับเป็นเงินเดือนไม่เหมือนที่ร้านเบเกอรี่ที่รับเป็นเงินสดเลย ผมถือว่าดี มันเป็นการล็อคเงินไปในตัว อย่างรับรายวันผมก็ใช่เงินส่วนนี้ในทุกๆวันเหลือก็เก็บได้ รายเดือนก็เอาไว้ใช้จ่ายในเรื่องค่าเทอมและค่าใช้จ่ายในเรื่องรายงานหรือช่วยแม่เรื่องค่าน้ำค่าไฟ ดีหน่อยที่บ้านที่เราอยู่เป็นบ้านเราเอง
นั่นแหละครับแล้วพอขึ้นปี3ผมก็ต้องไปฝึกงานพอจบจากฝึกงาน ก็ติดทำโปรเจคจบเลยไม่ได้ไปทำงานอีกซึ่งพี่ ๆ ก็เข้าใจแล้วบอกหากเรียนจบแล้วยังไม่มีงานทำก็มาทำกับพี่ ๆ เขาก่อนได้ ฮ่า ๆ นั่นคือตอนที่ผมไปหาก่อนเรียนจบ แต่...
“อ่าวอิงเป็นไงบ้างลูก”
“แฮร่...ที่ร้านพนักงานเต็มน่ะจ้ะแม่” ครับพอผมจบแล้วและระหว่างรอเรียกสัมภาษณ์จากบริษัทที่ไปสมัครไว้ ผมก็ลองโทรไปถามพี่ๆเขาดูแต่ผมคงช้าไป เพราะก่อนผมโทรเข้าไปพี่เขาเพิ่งรับคนเข้าใหม่และตำแหน่งมันเต็มหมดแล้ว
“แต่ไม่เป็นไรหรอก อิงสมัครไว้หลายที่ แม่ไม่ต้องห่วงนะ ระหว่างรออิงก็ช่วยแม่ขายข้าวแกงเราไปก่อนไง ดีไหมจ๊ะ จะได้ดูแลแม่ด้วย”
“ดูพูดเข้า ที่ร้านก็มี กระจิบ กับเท่งช่วยแม่แล้วไหนจะหนูอร ที่เลิกเรียนมาก็มาช่วยแม่อีก”
“เหนื่อยไหมลูก”
“หือ! ไม่เลยจ้ะสนุกออก”
“แม่หมายถึง...ที่ทำอยู่ทุกวันนี้เหนื่อยบ้างไหมลูก?”
“แม่! อิงบอกแล้วไงที่อิงทำก็เพราะไม่อยากให้แม่เหนื่อยเกินไป อิงอยากให้แม่พักบ้าง อิงสบายมาก” ร้อยยิ้มของผมไม่เคยหลอกแม่ได้เลยสักครั้ง รอยยิ้มที่เหมือนคนร่าเริงแต่ไม่รู้ทำไม มันถึงเหมือนยิ้มไม่สุดเลยสักที
“อึก...ถ้าแม่มีเงินหรือมีงานที่ดีกว่านี้ อิงกับหนูอรก็ไม่ต้องลำบากแบบนี้ คงไม่ต้องอายเพื่อนที่บ้านเราเป็นแบบนี้”
“แม่...แม่พูดอะไรจ๊ะ อิงไม่เคยอายใคร ที่เป็นลูกแม่น้ำ แม่ค้าขายข้าวแกง แม่คือทุกอย่างของอิงกับน้องนะ ถ้าเพื่อนอิงจะเลิกคบอิง เพราะฐานะทางบ้านก็ปล่อยไปสิ คนที่เป็นเพื่อนแท้อิงก็ใช่ว่าจะไม่มี อย่าง นาวา ดินและก็ยัยวรรณไง ”
ใช่ครับผมเคยโดนดูถูกจากเพื่อนตอนที่เรียนมหาลัย กับฐานะทางบ้านแต่ผมก็ผ่านมันมาได้ ผมถือว่าเขาพูดได้ สักวันเขาก็ลืมได้เหมือนกัน ไม่ใช่ไม่น้อยใจ แต่ผมถือว่ามันเป็นการชีวัดใจคนไปด้วย ผมเลยเหลือเพื่อนเท่าที่พูดไปในตอนแรกไงครับถึงจะมีบ้างคนในกลุ่มคบผมเพราะฝีมือทำอาหารแม่ผมก็เหอะ(มันปากแข็ง)
“แล้วที่ไปสมัครมามีที่ไหน โทรตามไปสัมภาษณ์บ้างหรือยังลูก”
“...ยังจ้ะแม่คงตรวจสอบเอกสารอยู่มั่ง”
“แต่แม่ว่ามันนานแล้วนะลูก”
“ตำแหน่งที่อิงไปสมัครมันค้อนข้างต้องพิจารนาอย่างถี่ถ้วนน่ะจ้ะแม่”
“เฮ้อ!! เอาเถอะๆ ไปไปกินข้าวกันดีกว่า”
18:45 น.
ชีวิตของผมก็ดำเนินไปแบบนี้แหละครับ เช้ารีบไปหาที่สมัครงาน ที่เริ่มจะน้อยลงทุกทีสาย ๆ ก็มาช่วยแม่เก็บร้านเพราะของหมด แล้วตกดึกก็นั่งทานข้าวกันห้าคน มีผมแม่น้องอร กระจิบ เท่ง สองคนหลังเป็นลูกจ้างที่ร้านแม่ครับ เป็นเด็กดีทั้งคู่เลย แต่ครอบครัวทางบ้านจนกว่าผมมาก เลยไม่ได้เรียนโรงเรียนปกติเหมือนเด็กรุ่นเดียวกัน เด็กทั้งสองจบ ม.ต้น และตอนนี้ก็เรียน กศน.กันอยู่ เป็นผมเองที่บอกให้น้อง ๆ อย่าทิ้งการเรียน เพราะขนาดผมที่เรียนจบแล้ว ยังหางานยากเลย แล้วน้องทั้งสองล่ะ จะมาเป็นลูกจ้างร้านข้าวแกงวันละสามร้อยบาทตลอดไปไม่ได้หรอกนะ
หลังกินข้าวเสร็จเก็บกวาดเรียบร้อยเด็กทั้งสองก็พากันกลับบ้าน ผมที่ไม่รู้จะทำอะไรต่อเลยขอแม่ขึ้นมาพักผ่อน ก่อนจะหยิบสิ่งที่ผมหยิบทุกวันขึ้นมาเปิดดูแล้วก็เก็บไว้ที่เดิม
“เหลือน้อยลงไปทุกทีสินะ”
“ทำไมมันหายากจังนะงานเนี่ย”
“ตาจ๋ายายจ๋าช่วยให้อิงได้งานเร็ว ๆ ด้วยนะจ๊ะ อิงสงสารแม่ ถ้าอิงได้งานนะอิงจะ อิงจะ อิง! คิดไม่ออก เอาเป็นว่าถ้าอิงได้งานอิงจะทำให้สุดฝีมือเลย นะจ๊ะ สาธุ” มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมแหงนมองบนฟ้า แล้วพูดอะไรเป็นตุเป็นตะแบบนี้ ทำไงได้คุยกับคนไม่อยู่มันสบายใจกว่าคุยกับคนอยู่หนิ ไม่อยากให้แม่เครียดไปด้วย
