Chapter 7 [อึดอัด
Chapter 7 [อึดอัด
หนึ่งชั่วโมงต่อมารถตู้สีดำสุดหรูชะลอจอดอยู่ที่หน้ารั้วอัลลอยด์สูงลิบจนแทบมองไม่เห็นข้างใน พอประตูถูกเปิดออกคนขับรถค่อยๆเคลื่อนรถเข้าจอดด้านคฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหฬาร เพียงไม่กี่อึดใจนลินญาก็มาโผล่ที่ฮ่องกงเสียแล้ว ซึ่งที่นี่ก็คือที่อยู่ของตระกูลจางรวมไปถึงบิดาและมารดาของคชินทร์ก็อาศัยอยู่ที่นี่เช่นกัน
ดูเหมือนว่าครอบครัวของคชินทร์ค่อนข้างให้อิสระและความเป็นส่วนตัวแก่ลูกชาย นานๆทีถึงไปเยี่ยมลูกชายที่คาสิโน
นลินญาก้าวเท้าลงจากรถพร้อมๆกับคชินทร์ ความรู้สึกแรกที่เท้าสัมผัสกับพื้นกระเบื้องของคฤหาสน์คือเธอไม่ควรมาที่นี่ ทุกอย่างมันดูโอ่อ่าไปหมดจนคนจนๆอย่างเธอก้าวเท้าไม่ออก
หากเป็นคนอื่นคงรู้สึกดีใจที่ได้เข้ามาสัมผัสกับตระกูลที่ร่ำรวยเป็นอันดับต้นๆของแดนมังกร แต่นั่นไม่ใช่เธอ เพราะเธอมาที่นี่ในฐานะแขกไม่ได้รับเชิญ
“ตามฉันมา” คชินทร์เดินนำหน้าเข้าไปภายในคฤหาสน์ที่มีชายฉกรรจ์ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูหลายคน
นลินญาเดินตามร่างสูงเข้าไปอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวเพราะรู้สถานะของตนเองดีว่าเข้ามาที่นี่ทำไม ทุกคนรู้ว่าเธอไม่ใช่เจ้าสาวตัวจริง
“อย่าแอบหยิบอะไรติดมือไปล่ะ ไม่อย่างนั้นพ่อเธอซวยแน่”
“คะ? นะ…น่านไม่ใช่ขี้ขโมยนะคะ”
“ไม่รู้สิ คนอย่างเธอแค่มีสิทธิ์เข้ามาเหยียบที่นี่ก็เป็นบุญแค่ไหนแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าทำอะไรต่ำๆเด็ดขาด”
“…” นลินญาเม้มริมฝีปากเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง แม้จะรู้สึกไม่พอใจที่เขาหาว่าเธอเป็นหัวขโมย แต่ก็ทำได้แค่เงียบและเดินตามเขาไป
ถึงเธอจะจน แต่เธอก็ไม่เคยคิดขโมยของของใครเด็ดขาด
“มาแล้วหรอ”
ทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออก เสียงอันทรงพลังของใครบางคนก็ดังขึ้น ข้างในมีครอบครัวของคชินทร์นั่งรออยู่ ผู้ชายกับผู้หญิงที่นั่งรออยู่บนโซฟานั่นน่าจะเป็นบิดากับมารดา ส่วนชายชราอายุราวๆแปดสิบกว่าปีที่นั่งอยู่บนวีลแชร์นั่นน่าจะเป็นคุณปู่ของเขาที่ชื่อว่าคุณอีวาน
คุณพ่อของนลินญาเล่าให้ฟังอยู่บ่อยๆว่าคุณอีวานค่อนข้างดุและหวงหลานชายที่สุด จนไม่มีพนักงานคนไหนกล้าเข้าใกล้
“นั่งลงสิ” คชินทร์หันไปบอกนลินญาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างๆ เธอค่อยๆย่อเข่านั่งลงบนพื้นแล้วคลานเข้าไปหาท่านทั้งสาม
ไม่กล้าสู้หน้าใคร
“หนูคือน้องสาวของหนูนานาใช่ไหมจ้ะ” คุณหญิงเมริษาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลดูเป็นมิตร ทำให้นลินญาคลายความตรึงเครียดขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยท่านก็ไม่ดุ
“ค่ะ นะ...หนูคือน้องสาวของพี่นานา”
“หนูรู้ใช่ไหมว่าเรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้น”
“หนูรู้ค่ะ คะ…คือว่าหนูไม่ได้ตั้งใจนะคะ” นลินญาก้มหน้าลงใช้หน้าผากแนบพื้นเพื่อเป็นการขอโทษผู้ใหญ่ฝั่งของคชินทร์
“คชินทร์เล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว แต่ฉันตรงบอกหนูตรงๆเลยนะว่าตอนนี้ใครหลายคนกำลังเข้าใจผิดว่าหนูคือเจ้าสาวตัวจริง” เมริษาก้มลงมาใช้มือแตะไหล่ของนลินญาแล้วดันร่างให้ลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะหันไปปรึกษาสามีที่นั่งอยู่ข้างๆ “แล้วคุณล่ะคะ จะเอายังไงกับเรื่องนี้”
“ผมแล้วแต่ลูกเลยครับ คชินทร์ว่ายังไงผมก็ว่าอย่างนั้น” อีริคตอบด้วยน้ำเสียบราบเรียบ นั่นทำให้นลินญารู้ว่าบุคคลนี้เป็นคนใจดีแต่ใบหน้าอาจจะดุไปนิด
แทบไม่ต้องบอกเลยด้วยซ้ำว่าคชินทร์หน้าดุได้ใคร
“แต่ปู่รับไม่ได้ เธอคนนี้ไม่ใช่หนูนานา เธอไม่คู่ควรกับคชินทร์” คุณปู่ผู้ที่ไม่พอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแล้วชี้หน้าด่านลินญา “ออกไปจากชีวิตของหลานชายฉันซะ!”
“คุณพ่อใจเย็นๆก่อนนะครับ มันไม่ใช่ความผิดของเธอคนนี้เลยนะครับ”
“ยังไงพ่อก็รับไม่ได้ ถ้าเราไม่รีบตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เจ้าสาวตัวจริงกลับมาอาจจะมีปัญหาในอนาคต”
“แต่เรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้วนะครับ อีกอย่างเราก็ไม่รู้ว่าหนูนานาหายไปไหน” อีริคพยายามอธิบายเหตุผลไม่ให้บิดาตัดสินนลินญาในทางผิดๆ “มันก็ดีไม่ใช่แล้วหรอครับที่เธอคนนี้ช่วยรักษาเกียรติให้วงศ์ตระกูลของเรา”
“มันก็ใช่ แล้วถ้าวันนึ่งหนูนานากลับมา คิดหรือว่าจะไม่มีปัญหาตามมา” อีวานพ่นลมหายใจพรืดราวกับกำลังไม่พอใจที่นลินญากล้าเอาตัวเองมาเข้าพิธีแทนพี่สาว “ทางที่ดี ควรไล่ผู้หญิงคนนี้ออกไปจากมาเก๊าซะ!”
“ปล่อยให้คชินทร์จัดการเรื่องนี้เองเถอะครับ ตอนนี้หลายคนกำลังเข้าใจผิดว่าเธอคนนี้คือเจ้าสาวตัวจริง”
“เดี๋ยวผมจัดการเองครับคุณปู่” คชินทร์คลานเข้าไปสวมกอดคุณปู่ เข้าใจว่าท่านรักและหวังดี คงกลัวว่าวันนึ่งจะเกิดปัญหาตามมา อีกอย่างนลินญากับกีรณาก็เป็นพี่น้องกันอีก
“ปู่บอกตรงๆเลยนะ ปู่จะไม่มีวันยอมรับผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด ผู้หญิงคนเดียวที่ปู่จะยอมรับเป็นหลานสะใภ้ก็คือหนูนานาเท่านั้น”
"ครับคุณปู่ ไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวผมจะจัดการเรื่องนี้เอง ภรรยาของผมคือนานา....ไม่ใช่ผู้หญิงคนนี้”
“รีบตามหาหนูนานาแล้วพาเธอกลับมาซะ ส่วนผู้หญิงคนนี้ก็ไล่ไปให้พ้นๆ ไม่อย่างนั้นหลานอาจจะมีปัญหากับหนูนานา”
“ครับ ยังไงผมก็ต้องทำแบบนั้นอยู่แล้ว”
สิ้นประโยคนั้นนลินญาที่นั่งอยู่ข้างหลังคชินทร์ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ พอมาอยู่ตรงนี้ทำให้รู้ว่าชีวิตของเธอมันไร้ค่าแค่ไหน เหมือนเป็นแค่สิ่งของที่เจ้านายจะเอาไปทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้
เมริษาที่สังเกตเห็นถึงความผิดปกติของนลินญาถึงกับย่นคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย ว่าเหตุใดเธอถึงร้องไห้และสายตาที่นลินญามองไปที่คชินทร์ มันเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความเจ็บปวด
หรือว่า...เธอคนนี้แอบชอบคชินทร์?
“ถ้าอย่างงั้นก็ให้เธอคนนี้อยู่กับคชินทร์ไปก่อน จนกว่าจะเจอเจ้าสาวตัวจริง” อีริคที่กลัวว่าเรื่องนี้จะไม่จบ รีบตัดบท เพราะครั้งหนึ่งเขาก็เคยถูกบิดากีดกันความรักจนเกือบไม่ได้กลับไปหาแม่ของลูก
“นะ…หนูขอโทษสำหรับเรื่องราวทั้งหมดนะคะ” นลินญาน้ำตาไหลพรากด้วยความอึดอัด เธออยากออกไปจากตรงนี้แล้ว อยากไปให้พ้นๆ “เมื่อไหร่ที่พี่นานากลับมา หนูจะรีบออกไปจากชีวิตของคุณคชินทร์”
เธอก้มลงกราบท่านทั้งสามด้วยความกระอักกระอ่วนเจืออยู่ในน้ำเสียง
เมริษามองภาพที่นลินญาก้มลงกราบแล้วหันไปทางสามีพร้อมกับถอนหายใจ ก่อนจะบอกให้คชินทร์รีบพานลินญาออกไป ดูท่าเธอกำลังอึดอัด
“พาหนูนลินญากลับบ้านเถอะ ดูท่าเธอคงอยากกลับแล้ว”
“ครับ งั้นผมลานะครับ” คชินทร์กอดลาท่านๆทั้งสาม ก่อนจะพานลินญาออกไปจากตรงนั้น
เธอร้องไห้สะอื้นจนตัวโยงราวกับกำลังหวาดกลัวทั้งๆที่ไม่มีใครทำอะไรให้
“เป็นบ้าอะไรของเธอ กะจะสำออยต่อหน้าแม่ฉันล่ะสิท่า!”
“ปะ…เปล่าค่ะ น่านแค่ไม่อยากอยู่ตรงนั้นแล้ว” นลินญาปาดน้ำตาออกจากใบหน้าอย่างลวกๆ ภายในห้องเต็มไปด้วยความอึดอัดอย่างไม่เคยพบเจอมาก่อน
...เธอกลัวปู่ของคชินทร์
“แต่ฉันยังคุยไม่จบ” คชินทร์ยกมือเสยผมอย่างหัวเสีย เขายังไม่ได้ปรึกษาเรื่องกีรณาเลยด้วยซ้ำ อีกทั้งยังรู้สึกหงุดหงิดที่อีกฝ่ายไม่ได้ดั่งใจ “อยากกลับมากใช่ไหม งั้นก็เดินกลับสิ!”
นลินญาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยักหน้าด้วยความเข้าใจ เขาพาเธอมาก็ควรปกป้องเธอบ้าง...สักนิดก็ยังดี
หญิงสาวหันหลังเดินไปออกจากคฤหาสน์หลังงามโดยไม่มีเงินติดตัวมาเลยสักบาท แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็คิดว่าไปหาทางกลับเอาข้างหน้าดีกว่าอยู่ตรงนี้ คชินทร์ยืนกอดอกมองคนตัวเล็กจนลับสายตา ในเมื่ออยากกลับนักเขาก็จะปล่อยให้เดินกลับสมใจ ดูสิว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน
“เหอะ! เก่งนักก็เดินกลับไปเลย”
ร่างสูงจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิดและกำลังจะหันหลังกลับเข้าไปในคฤหาสน์ แต่ทันใดนั้นลูกน้องที่เฝ้าอยู่ด้านหน้าประตูก็วิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“แย่แล้วครับคุณคชินทร์ ตอนนี้มีนักข่าวมาดักรอที่หน้าคฤหาสน์ครับ”
“ว่าไงนะ!”
“คุณนลินญากำลังถูกนักข่าวรุมทำข่าวครับ!”
————---------
