บท
ตั้งค่า

Ep. 7

ฉันนอนหลับๆตื่นๆตลอดทั้งคืนแถมยังหยิกแขนตัวเองจนเขียวช้ำเพื่อยืนยันกับตัวเองว่าฉันไม่ได้ฝันไปแน่นอน ตกลงฉันกับต้นน้ำ ผู้ชายที่สุดแสนจะหล่อและเพอร์เฟ็ก คนที่ฉันแอบเฝ้าฝันถึงเขามาตลอด เราเป็นแฟนกันแล้ว ราวๆตีห้าฉันตื่นขึ้นมาเตรียมอาหารในห้องครัว เช้านี้เป็นอาหารมื้อแรกของเรา ฉันต้องควักเสน่ห์ปลายจวักที่มีอยู่บ้างเล็กน้อยเพื่อมัดใจว่าที่สามีในอนาคต ว่าแต่ดูท่าทางชายหนุ่มค่อนข้างจะรักษารูปร่าง อาหารที่เค้าชอบน่าจะเป็นอาหารคลีน แต่ฉันกับอาหารคลีนหรืออาหารเพื่อสุขภาพเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน ส่วนตัวแล้วฉันรักษารูปร่างโดยการออกกำลังกายและควบคุมอาหารซะมากกว่า ถือคติที่ว่ากินของอร่อยบ่อยๆให้กำไรในวันที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ทว่าช่วงนี้คงจะให้กำไรตัวเองบ่อยเกินไป เริ่มจะมีพุงน้อยๆโผล่ให้เห็นบ้างแล้ว ฉันมองของสดในตู้เย็นมีอกไก่กับสันนอกหมู จึงคิดจะทำไก่นึ่งน้ำปลากินกับน้ำจิ้มเปรี้ยวที่ทำเอง พอตัดสินใจได้ก็จัดการหุงข้าวกล้องและหมักอกไก่ด้วยสูตรเฉพาะของฉันเอง พอทำอาหารเสร็จฉันจึงเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า วันนี้เป็นวันพุธมีกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ฉันกับยัยครูมะลิรับผิดชอบสอนในส่วนของกิจกรรมยุวกาชาดดังนั้นจึงต้องสวมชุดเครื่องแบบสีฟ้าในวันที่มีคาบสอนกิจกรรมนี้ด้วย หกโมงครึ่งไม่ขาดไม่เกิน เสียงออดหน้าแผดเสียงดังลั่น ฉันกัดปากอมยิ้มด้วยความเขิน พอประตูเปิดออกกว้าง ร่างสูงในชุดเสื้อเชิร์ตสีขาวกับกางเกงยีนส์สีซีดยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าหล่อคมกวาดสายตามองฉันคล้ายกับจะประหลาดใจในเครื่องแบบที่ฉันสวมใส่

“วันนี้มีสอนยุวกาชาดก็เลยต้องสวมชุดเครื่องแบบน่ะ” ฉันอธิบายพลางเชื้อเชิญชายหนุ่มเข้ามาในห้อง

“ต้นน้ำนั่งที่โต๊ะอาหารเลยนะ” ฉันชี้มือไปที่ห้องครัวขนาดย่อมที่มีโต๊ะกินข้าวเล็กๆที่นั่งได้เต็มที่ไม่เกินสี่คน บนนั้นมีอาหารที่ครอบไว้ด้วยฝาชีสีใส ต้นน้ำนั่งลงที่มุมเดิมที่ฉันใช้มันเป็นที่รับประทานอาหารเช้า มุมเดิมแต่ทว่าพอมีเขานั่งอยู่ตรงนั้นกลับเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่ทำให้ฉันละสายตาไปจากเขาไม่ได้ ดวงตาสีเข้มหันมาสบตา เขายิ้มน้อยๆ สายตามองอาหารตรงหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ฉันเดินมาสมทบที่โต๊ะอาหาร หยิบจานเปล่าไปตักข้าวกล้องที่หุงร้อนๆวางลงตรงหน้าเขา

“นี่เรียกว่าอะไรอ่ะ”

“ไก่นึ่งน้ำปลากินกับน้ำจิ้ม ปรางทำเองเลยนะ” ฉันอาจจะไม่มั่นใจในรสชาติของไก่แต่น้ำจิ้มฉันทำเป็นประจำ มีความมั่นใจมั่นหน้าว่าอร่อยแน่นอน

“น้ำจิ้มใส่อะไรบ้าง เราไม่ชอบกินรสหวาน เราชอบแบบไม่ปรุงอะไรเลย” ต้นน้ำย่นคิ้วเข้าหากันเหมือนจะค่อนข้างช่างเลือกในการกินอาหารอยู่เหมือนกันนะเนี่ย

“ปรางใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาล ต้นน้ำไม่ต้องห่วง รับรองว่าเป็นเมนูเพื่อสุขภาพแต่แซ่บกว่า” ฉันส่งยิ้มหวานๆให้คนตรงหน้า ชายหนุ่มลงมือกินอาหารเงียบๆ ฉันนั่งลุ้นด้วยใจระทึกว่าเขาจะชอบอาหารที่ฉันตั้งใจทำหรือเปล่า เกือบนาที เขาผลักจานเปล่ามาตรงหน้า

“ขอเติมข้าวได้ไหม พอดีเรากินเยอะ” ฉันลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยเขาก็ยอมกินอาหารที่ฉันตั้งใจทำ พอทานอาหารเช้าเสร็จ ต้นน้ำก็ขับรถไปส่งฉันที่โรงเรียน วันนี้เขาใช้รถแอสตันมาร์ติน คนละคันกับเมื่อวาน รวยจริงอะไรจริงสมคำล่ำลือ ชายหนุ่มตั้งใจขับรถและไม่ค่อยคุยอะไร ฉันลอบมองใบหน้าด้านข้าง จมูกโด่งคมรับกับริมฝีปากหยักไม่หนาไม่บาง คิ้วเข้มพอเหมาะกับดวงตาคู่คม จากที่เคยแอบมองจากที่ไกลๆ ตอนนี้ได้อยู่ใกล้ชิดแถมยังพ่วงตำแหน่งแฟน ถึงแม้จะยังเป็นแฟนกันแบบลับๆก็เถอะ ต้นนำจอดรถที่ป้ายรถเมล์แค่เดินข้ามฝั่งก็ถึงที่หมาย

ฉันยื่นกล่องข้าวผัดหมูที่ทำไว้สองกล่องสำหรับมื้อเที่ยงของตัวเองกล่องหนึ่งและทำเผื่อต้นน้ำอีกกล่อง

“เรากินข้าวไม่ตรงเวลา กลัวจะไม่ได้กิน” ชายหนุ่มทำหน้าแบ่งรับแบ่งสู้เหมือนไม่อยากจะรับอาหารที่ฉันใส่ความรักลงไป

“เอาไปเถอะ ถ้าไม่ได้กินก็ให้คนงานที่บริษัทกินก็ได้” ฉันถือวิสาสะวางกล่องข้าวที่เบาะรถข้างคนขับพลางเปิดประตูรถและเดินข้ามถนนตรงทางม้าลาย อปป้าเดย์ยืนต้อนรับนักเรียนที่หน้าประตู เขามองฉันด้วยสายตาตัดพ้อต่อว่า เดี๋ยวนะ!! เราไม่ได้เป็นอะไรกัน มีสิทธิ์อะไรมามองด้วยสายตาแบบนั้น

“ครูเดย์ สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้ทักทาย ตามหลักอาวุโสเขาอายุมากกว่าฉันหนึ่งปี ชายหนุ่มรับไหว้แต่เชิดหน้าทำเป็นไม่สนใจและฉันก็หาได้แคร์เดินสะบัดผมที่มัดเป็นหางม้าเข้าไปในโรงเรียน พอลงเวลาเสร็จฉันก็เอาของมาเก็บในห้องพักครูกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ยัยครูมะลินั่งอยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าสวยหวานมองฉันเหมือนอยากรู้อะไรบางอย่างแต่ไม่กล้าเอ่ยปากถาม ทว่าไม่ถึงสองนาทีเจ้าตัวก็พูดขึ้นมา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel