Chapter 6
“กินอิ่มรึยัง ฉันอยากกลับห้องแล้ว” ช่อม่วงนั่งมองผู้ชายตรงหน้าละเลียดละไมกินอาหารบนโต๊ะมาร่วมชั่วโมง นานเสียจนเธออดรู้สึกหิวไม่ได้เพราะตอนนี้เกือบบ่ายสอง อาหารมื้อเช้าที่เป็นเพียงข้าวต้มกุ้งก็ย่อยจนไม่เหลืออะไรในกระเพาะแล้วมั้ง ใบหน้าสวยหวานแอบกลืนน้ำลาย เขาตั้งใจสั่งอาหารมายั่วเธอชัดๆ อาหารญี่ปุ่นอันประกอบด้วยซาชิมิเอย อุนิเอยแถมยังมีวากิวเอห้าย่างจนสุกพอเหมาะ แค่ดูภายนอกก็รู้ว่ามันนุ่มมากแค่ไหน ยิ่งเห็นเดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์อย่างไคโรคีบเนื้อย่างเข้าปากทั้งยังทำหน้าฟินๆ เหมือนยั่วให้เธอหิวอีก
“เดี๋ยวสิ ขอกินก่อน ฉันหิว..” คำว่าหิวที่ติดจะสั่นพร่านั้น ช่อม่วงคิดดีไม่ได้เลย เสือผู้หญิงที่เห็นสาวๆ เป็นของเล่นอย่างเขา คงคิดจะเคลมเธอ แต่พอเธอไม่ยอมก็อยากจะกลั่นแกล้งเห็นเป็นเรื่องสนุก เธอเกลียดผู้ชายแบบนี้จริงๆ คอยดูเถอะ ถ้ารอดจากห้องนี้ได้ เธอจะเหลบเลี่ยงจนเขาหาเธอไม่เจอเลย อดทนไว้ช่อม่วง..เธอทำได้ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกกำลังใจให้ตัวเอง
“งั้นฉันไปเล่นกับคุณนายลูซ่ารอ” ร่างบางเดินได้ไม่ถนัดนักเพราะล้มลงอย่างแรง หญิงสาวเดินกระเผลกไปยังกรงเจ้าแมวเปอร์เซียอ้วนที่ตั้งอยู่ริมระเบียง ด้านนอกมีสวนไม้กระถางเล็กๆ วางเรียงราย ช่อม่วงมองเจ้ากระบองเพชรจิ๋วที่แข่งกันออกดอกอย่างละลานตา ไม่น่าเชื่อว่าหนุ่มหล่อสำอางที่แสนจะเช้าชู้อย่างเขาจะดูแลต้นไม้ทุกต้นเป็นอย่างดี
“ชอบต้นไม้เหรอ?” ร่างสูงเข้ามายืนซ้อนด้านหลังโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว หญิงสาวเสียหลักเซถลาไปชนอกแกร่งทันที มือหนาคว้าเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด ด้วยสัญชาติญาณหรือความตั้งใจก็หารู้ไม่ ช่อม่วงรู้แต่ว่าไคโรคืออ้อมกอดแรกจากเพศตรงข้าม ใครเลยจะเชื่อว่าสาวสวยลูกครึ่งจะหัวเก่าคร่ำครึไม่เคยกอดกับใครมาก่อน แม้แต่กับคาเอลแฟนคนแรกที่มีเพียงการจับมือเดินเล่นในสวนสาธารณะหรือจูงมือข้ามถนนเพียงเท่านั้น เพราะช่อม่วงไม่ชอบการสกินชิพไม่ว่าจากเพศไหนก็ตาม หญิงสาวค่อนข้างจะตีกรอบและสร้างโลกส่วนตัวจนไม่มีใครก้าวล้ำเข้าไปได้ ความผิดหวังจากการโดนทำร้ายจากคนรอบข้างทำให้ช่อม่วงกลายเป็นคนที่ไม่เชื่อใจใครง่ายๆ โดยเฉพาะผู้ชาย หัวใจของเธอเต้นรัวและแรงความอุ่นวาบจากอกกว้างทำให้เธอได้สติเพราะเผลอปล่อยให้คนที่เธอพยายามจะหนีกอดอยู่นานสองนาน
“ปละ..ปล่อย” ช่อม่วงดันร่างหนาออกอย่างแรงจนเขาชนเข้ากับประตูกระจกอย่างแรง
“โอ้ย” เสียงร้องโอดโอยของผู้ชายตัวโตทำให้ช่อม่วงรู้สึกผิด หญิงสาวย่อตัวลงไปนั่งตรงหน้าเขาอย่างสำนึกในความผิดที่ทำให้เขาเจ็บโดยไม่ได้ตั้งใจ
“เป็นยังไงบ้าง ขอโทษทีนะ เจ็บไหม?”
“ลองมาชนกระจกดูไหมล่ะ กระจกไม่แตกก็บุญแล้ว กลัวเธอจะโดนเศษกระจกบาด” ร่างสูงค่อยๆ หยัดตัวขึ้นจากพื้นเต็มความสูง
“ขอบคุณที่ยังห่วง ก็ใครใช้ให้นายมายืนใกล้ๆ ล่ะ ฉันก็ตกใจสิ”
“อุตส่าห์ช่วยกลัวจะล้มไปนอนกองที่พื้น ดูทำกับฉันสิ ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ เลย” ใบหน้าหล่อเหลางอง้ำ เขาลูบข้อศอกที่ชนเข้ากับประตูกระจกอย่างจังด้วยท่าทีน่าสงสาร น้ำเสียงที่พูดก็ดูน้อยอกน้อยใจเดี๋ยวก่อน!! น้อยใจอะไร ไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย..
“ฉันขอโทษ ไปส่งฉันได้รึยัง?”
“พูดดีๆ กับฉันก่อน พี่ไคโรคะไปส่งช่อม่วงด้วยค่ะ”
“วะ..ว่าไงนะ” นี่มันวันซวยอะไรของเธอเนี่ย แทนที่จะได้นอนดูซีรี่ส์ทำอาหารเกาหลีที่อุตส่าห์ไปซื้อวัตถุดิบไว้เมื่อคืนต้องเป็นหมัน จับผลัดจับผลูมาติดอยู่ห้องผู้ชายเจ้าชู้ตัวพ่อแถมเขายังกวนประสาทเธอไม่เลิก ถ้าออกไปจากถ้ำเสือนี่ได้เธอต้องไปทำบุญล้างความซวยนี้เก้าวัดอย่างแน่นอน
“ถ้าไม่พูด ฉันก็ไม่ไปส่ง” ไคโรยืนกอดอกด้วยท่าทีสบายๆ เขายังคงสนุกที่ได้แกล้งคนตรงหน้า
“โอ้ย ฉันไม่ไหวแล้วนะ อะไรของนายนักหนาเนี่ย สนิทกันไหมก็เปล่า พาฉันขึ้นรถมาด้วยทำไม นายจะไปหาผู้หญิงที่สนใจนายกี่คนก็ได้ แต่ฉันไม่ชอบนายเข้าใจไหม ปล่อยฉันไปซะที รำคาญ!!” ช่อม่วงบ่นจนยืดยาวด้วยความหงุดหงิด ทว่าดวงตาคู่คมที่มองกลับมาไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรเลย เขากดยิ้มมุมปากด้วยความชอบใจ คบกับผู้หญิงมาก็มาก น้อยคนนักที่จะไม่ชอบเขา ก็โปรไฟล์ดีขนาดนี้ ใครๆ ก็ต่างต้องการตัว ทว่าตอนนี้ขอยกไว้คนนึง ยิ่งหญิงสาวแสดงออกชัดเจนว่าไม่ชอบเขา ยิ่งทำให้ไคโรเกิดความอยากได้มากขึ้น
