เด็กเทรย์ซิส 2 | วาสนาได้จูบคนหล่อ
ปัง…
เธอปิดประตูลงแล้วยืนนิ่งราวกับยังไม่เชื่อ ว่าเพิ่งเจอผู้ชายคนนั้นที่นี่ ยกมือตีแก้มตัวเองเบาๆ ไม่เพียงแค่นั้นยังหยิกแก้มเพื่อเช็กดูว่านี่ความฝันหรือเรื่องจริง
“โอ๊ย!” เจ็บแบบนี้แสดงว่าไม่ใช่ความฝัน และที่เธอเห็นเขาอีกครั้งก็คือเรื่องจริง “โลกกลมจังวะ”
เธอเดินไปวางถุงข้าวเย็นบนโต๊ะ มือเล็กหยิบกล่องผัดซีอิ๊วที่ป้าสั่งมาให้เพราะรู้ว่าเป็นของโปรดออกมา แกะตะเกียบที่ร้านแถมมาให้ออก ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มาวางไว้ตรงหน้า กดเข้าแชตของนัตตี้แล้ววิดีโอคอลหา ไม่นานปลายสายก็รับ
(ว่าไง อุ๊ย! ห้องใหม่เหรอนั่น)
“อือ”
(เห็นแค่นี้ก็รู้แล้วว่าหรู ระดับเอ็มไพร์ริช)
คอนโดหรูใจกลางเมือง ลูกบ้านระดับไฮโซ ดารา และนักธุรกิจทั้งนั้น วาสนาของสายขิมจริงๆ ที่ได้อยู่ในสังคมดีๆ แบบนั้น
“แต่นั่นไม่สำคัญหรอก เรื่องนี้สำคัญกว่า”
(ว่ามา พร้อมเมาท์)
“มึงจำที่เราไปกินเหล้ากันวันวันนั้นได้ป่ะ ที่เราแพ้พนันพวกขวัญ ไบร์ท เขตอะ”
(จำได้ๆ)
“แล้วมึงจำผู้ชายที่เขตให้กูเข้าไปขอจูบได้ไหม”
(อ่า ทำไม?)
“กูเจอเขาที่นี่ อยู่ห้องตรงข้ามกูเลย”
(ฮะ? จะ…จริงจัง?)
“ใช่ แม่งโลกกลมฉิบหาย”
(กูว่าโลกมึงเป็นดาวเคราะห์จริงๆ แล้วแหละขิม รอบก่อนก็เจอพี่สกาย แต่รอบนี้กูว่าหนักกว่า)
คนที่นัตตี้พูดถึงคือคนคุยเก่าของเธอ ตอนนี้เลิกคุยไปแล้วเพราะนิสัยเหี้ยเกินไป
“ทำไงดีนัตตี้ กูอายเขาว่ะ”
(เขาจำมึงไม่ได้หรอก เชื่อกู)
“แต่เขามองหน้ากูด้วยนะ”
(คนเราปกติมันก็ต้องมองกันอยู่แล้วป่ะ)
“ถ้าเป็นคนอื่นกูคงไม่คิดอะไร แต่นี่มันเขาไง” ต่อให้คืนนั้นเจอกันไม่ถึงสิบนาที แต่ภาพเหตุการณ์ทุกอย่างยังคงฉายซ้ำเหมือนภาพยนต์เรื่องหนึ่ง นึกถึงคืนนั้นทีไรบอกตามตรงเลยว่าอายมาก
(รวยขนาดนั้นกูว่าไม่ได้จูบแค่มึงคนเดียวหรอก ทรงนี้เด็กเยอะ เขาไม่มีเวลามานั่งสนใจแค่มึงหรอกเชื่อกู) นัตตี้พยายามพูดให้เพื่อนสบายใจ
“มึงคิดแบบนั้นจริงดิ?”
(กูพูดปลอบใจมึงไปงั้นแหละ ถ้ากูตกอยู่ในสถานการณ์แบบมึงก็คงอาการเดียวกันกับมึงตอนนี้ แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยผ่าน)
สายขิมถอนหายใจออกมาเบาๆ ฟังจากเพื่อนพูดดูเหมือนทำง่ายแต่จริงๆ แล้วทำยากมาก ความตื่นเต้นที่ได้ย้ายมาอยู่คอนโดหรูหายไปในชั่วพริบตา เมื่อรู้ว่าคนที่เธอเข้าไปขอจูบในคืนนั้น…อยู่ห้องฝั่งตรงข้าม
หลังจากคุยกับเพื่อนไปด้วย กินข้าวไปด้วยจนเสร็จ สายขิมก็ต้องรีบวางสายเพราะแบตโทรศัพท์เหลือเพียงห้าเปอร์เซ็นต์
เธอเดินไปเสียบสายชาร์จ ก่อนจะเอี้ยวตัวกลับไปมองประตูห้องตัวเอง แล้วตัดสินใจเดินไปยืนหน้าประตู ค่อยๆ ส่องตาแมวมองไปยังห้องฝั่งตรงข้าม
ห้องของเขาคนนั้น…
กึกก
เขากลับมาพอดี…
กำลังเปิดประตูเข้าห้อง แต่จู่ๆ หยุดนิ่งแล้วหันมาทางห้องของเธอ สายตาคู่นั้นดูนิ่งและเย็นชาแบบเดียวกับที่ใช้มองเธอในคืนนั้นเป๊ะ
เหมือนเขาจะรู้ว่ากำลังถูกมองอยู่ เพราะสายตาคู่นั้นมองตรงมาที่ประตูห้องเธอ ตรงกับตาแมวที่เธอกำลังแอบมองเขาอยู่พอดี
ทั้งที่มีประตูคั่นกลาง แต่เธอกลับรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ กับสายตาของเขาอย่างบอกไม่ถูก ทำให้เธอรีบถอยออกจากตรงนั้นทันที
“ทำไมต้องมาอยู่ใกล้กันด้วย…” เธอบ่นอุบ ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวนั่งลงโซฟา มือหยิบโทรศัพท์ที่ชาร์จแบตอยู่ขึ้นมาเขี่ยเล่น พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นวิวช่วงเย็นสวยๆ
สบายใจจัง
เธอกดเข้ากล้องแล้วถ่ายรูปวิวสวยๆ อัปลงสตอรี่ไอจี และไม่ลืมส่งไปให้แม่ดูด้วย
วันต่อมา
มหาวิทยาลัยวาแซร์
“น้องมึงอยู่ไหน” เธอหันไปถามนัตตี้ ที่ลากเธอให้พามาหาน้องชายที่คณะวิศวะ
ผู้ชายคณะนี้หน้าตาดีกันเยอะมาก มองไปทางไหนก็มีแต่อาหารดีๆ ทั้งนั้น เชื่อแล้วว่ามหา’ลัยนี้คัดหน้าตา บางคนถึงขั้นเป็นดาราได้เลย
“นั่นไง มาพอดี” นัตตี้ตอบ ก่อนจะเดินเข้าไปหาน้องชายแล้วยื่นของให้
สายขิมยืนก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ระหว่างรอนัตตี้ที่คุยกับน้องชายอยู่ จังหวะเงยหน้าขึ้น สายตาปะทะเข้ากับเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคุ้นเคยที่กำลังเดินขึ้นบันไดมากับกลุ่มเพื่อน
เขาอีกแล้ว…
เธอรีบหันหลังให้แทบไม่ทัน โลกอะไรจะกลมอะไรขนาดนี้ อยู่ห้องฝั่งตรงข้ามกันไม่พอ ดันเรียนมหา’ลัยเดียวกันอีก เธอไม่แน่ใจว่าเขาเดินผ่านไปแล้วหรือยัง จึงค่อยๆ หันกลับไปมองเพื่อเช็กดู
กึกก
เขายังไม่ไปไหน แถมยังหยุดยืนคุยกับเพื่อนอยู่ไม่ไกล และจังหวะที่เธอหันกลับไปก็ดันสบตากันพอดี ภาพจำของเธอคือเขาคืนนั้น ไม่ใช่นักศึกษาคณะวิศวะอย่างที่เห็นตอนนี้
ยอมรับว่าหล่อ หล่อมาก เธอไม่เสียเวลาชื่นชมความหล่อนั้น รีบหันหน้ากลับอย่างทันที
“เป็นไรขิม ทำหน้าเหมือนเจอผี”
“ยิ่งกว่าผี” เธอส่งซิกทางสายตาให้นัตตี้หันไปมอง
“เชี้ย นั่นมันคนที่มึงไปขอจูบคืนนั้นนิ” นัตตี้มีสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน
“ก็ใช่น่ะสิ โลกแม่งมันจะกลมไปไหน” ร้อยวันพันปีไม่เคยมาคณะวิศวะ มาวันแรกเจอเรื่องเซอร์ไพรส์เลย “กูอยากไปจากตรงนี้แล้ว”
นัตตี้พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนี้พร้อมกับสายขิม
“มึงมองอะไรขนาดนั้นวะ” หนึ่งในแก๊งเพื่อนสนิทอย่าง ‘คเชนทร์’ หันไปถามเทรย์ซิส ที่เอาแต่มองตามสองคนนั้นจนกระทั่งเดินออกไป
“รู้จักเขาเหรอ?” ตะวัน ถามเสริม ตอนนี้สายตาทั้งสองคู่กำลังจับจ้องอยู่ที่เทรย์ซิสคนเดียว
“เคยเจอ”
“ตอนไหนวะ?”
“อาทิตย์ก่อน”
“มึงจำได้แบบนี้แสดงว่า…สนใจ?”
ถ้าถึงขั้นทำให้เทรย์ซิสเอ่ยถึงนอกเหนือจากอยู่ร้านเหล้าได้ แสดงว่ามันกำลังสนใจเป็นพิเศษ
“เปล่า”
“พวกกูดูมึงออก”
เขาไม่ตอบคำถามของเพื่อน ก้าวขาเดินเข้าตึกเรียนไปก่อนเงียบๆ คนเดียว
“มึงคิดว่าไง” ตะวันหันไปมองคเชนทร์
“มันสนใจเชื่อกู”
Empire Rich
ตึกตัก ตึกตัก
สายขิมวิ่งเข้าไปกดลิฟต์ที่เพิ่งปิดตัวลง ประตูลิฟต์ที่กำลังปิดเข้าหากันค่อยๆ แยกออกจากกันอีกครั้ง เมื่อประตูเปิดออกก็ต้องผงะ
เขาอีกแล้ว…
ไม่มีเวลาคิดนาน ก้าวเข้าไปภายในลิฟต์ทันที ใจก็อยากให้เขาไปก่อน แต่อีกใจก็กลัวเสียมารยาท ไม่จำเป็นต้องกดชั้นเพราะเป้าหมายคือที่เดียวกัน
เธอยืนติดกับผนังลิฟต์ ส่วนเขายืนตรงกลางหลังสุด บรรยากาศภายในลิฟต์เต็มไปด้วยความอึดอัด สายตามองหมายเลขชั้นที่เลื่อนขึ้นอย่างเชื่องช้า เวลารีบร้อนทุกอย่างมักช้าลงอย่างเช่นตอนนี้
“อยู่ที่นี่เหมือนกันเหรอคะ?” ทั้งที่ไม่ควรมีบทสนทนาเกิดขึ้น แต่ในเมื่อเคยเจอกันมาแล้ว แถมยังเคยจูบกัน เธอเลยคิดว่าถามออกไปสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร
“ใช่”
“บังเอิญจังเลยนะคะ”
“…” เทรย์ซิสเงียบ
“เรื่องคืนนั้น…”
ติ๊ง~
ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิด เขาเดินผ่านหน้าเธอออกไปโดยไม่พูดอะไร จังหวะที่เดินเฉียดออกไป กลิ่นหอมประจำตัวเขา กลิ่นเดียวกับในคืนนั้นลอยผ่านจมูกเธออีกครั้ง
ยังคงยืนยันคำตอบเดิมว่าตัวเขาหอมมาก
สายขิมเดินตามคนตัวโตออกไปติดๆ สายตาจ้องมองเจ้าของความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบอัพ ไหล่กว้าง ผิวไม่ได้ขาวมากแต่กลับดูมีเสน่ห์ เดินสะพายเป้ข้างเดียว มืออีกข้างล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์
คนอะไรนอกจากหล่อแล้วยังเท่อีก วาสนาของใครกันนะ….
แต่ที่แน่ๆ วาสนาของเธอที่ได้จูบกับคนหล่ออย่างเขา
