5 l จุดเห็นใจ
5
จุดเห็นใจ
มือสากเลื่อนขึ้นมาเช็ดมุมปากที่เปรอะเปื้อนน้ำของหญิงสาว ก่อนที่เขาจะหยิบเเพนตี้สีชมพูขึ้นมาจับขาเรียวสวยยกขึ้นใส่ซึ่งไม่ต่างจากเด็ก
“ใส่เองได้ค่ะ” คนที่นอนแผ่ล้าบนเตียง เมื่อหันลงไปมองว่าคนตัวโตกำลังใส่สิ่งน้อยชิ้นให้ก็รีบลุกขึ้นมามองเขาด้วยสายตาเขินอาย เเต่ลึกในใจเธอกลับชอบการกระทำของเขา
“ไม่เป็นไร” “ผมเป็นคนถอด” เขาตอบกลับไปอย่างไม่ได้คิดอะไรมากก็เเค่เขาเป็นคนถอดก็เป็นคนสวมใส่คืนให้เธอ เมื่อใส่เจ้าสามเหลี่ยมเสร็จตามด้วยกางเกงยีนส์ขายาวอ้าเอวกางเกงให้กว้าง
“…” เเพรวพยายามกลั้นยิ้มกับสิ่งที่คนด้านล่างทำให้ มันหนุบหนับหัวใจ เธอโชคดีสมพรปากมากที่ขอให้เจอคนดี ๆ ซึ่งถือว่าเขาดีมากเลยเธอใช้เซ้นส์ผู้หญิงในตัวรับประกัน
“เรียบร้อยเเล้วครับ”
“ขอบคุณ คุณที่สนใจผม” เขาเอ่ยขอบคุณด้วยความจริงใจของเขาสะท้อนออกมาหาคนตัวเล็ก
“ค่ะ” จะจบเเล้วเหรอทำไมรู้สึกใจหายจัง งี้เธอก็ไม่ได้เจอคนหน้าหล่อถูกใจแบบพี่เขาอีกล่ะสิ อยากบอกว่าขอเช่าตัวต่อเวลาไว้หลาย ๆ วันจัง เเต่กลัวเขาจะมองไม่ดี
“บ้านพักอยู่ไหน” “ดึกมากเเล้วเดี๋ยวไปส่งครับ” เขาหยิบมือถือเปิดนาฬิกาเข้าไปดูพบว่าตอนนี้ตีหนึ่งเเล้ว หากปล่อยให้เธอกลับคนเดียวคงไม่ปลอดภัย ยิ่งเป็นผู้หญิงอาจจะถูกลักทรัพย์
“ค่ะ ฉันอยู่ใกล้กรุงเวียนนา” เธอบอกเขาไปง่าย ๆ อย่างไม่ระเเวงอะไรในตัวเขาเลย
“ทางเดียวกัน”
เราทั้งคู่เดินเคียงข้างกันไปจุดรอรถประจำทาง ตอนนี้เข้าสู่เช้ามืดของวันใหม่ทำให้คนบนท้องถนนมีน้อย ความเงียบสะงัดของถนนเเละการที่เราได้ลึกซึ้งเห็นอะไรต่ออะไรไปทั้งหมดเเล้ว ไม่สิเขาเห็นของเธอเเค่ฝ่ายเดียว จึงพอกล้าจะชวนคุยทำลายความเงียบ
“พี่อายุมากกว่า” “ฉันเรียกพี่ได้ไหม” เธอหันไปถามพร้อมกับส่งรอยยิ้มตาหยีไปให้
“ได้ครับ”
“งั้นพี่เรียกเราว่าหนูได้ไหม” เขาถามกลับพร้อมกับมองใบหน้าสวยด้วยเเววตาเป็นประกาย คนที่วัน ๆ เอาเเต่เรียนเเละทำงานพอวันหนึ่งได้เจอคนที่ถูกใจเขาก็อยากสานสัมพันธ์ต่อ เเต่ทว่าเขาต้องประเมินตัวเองเอาไว้ว่าเขาเเละเธอมันคนละระดับ เธออยู่สูงส่วนเขามันต่ำ
“ได้สิคะ” “หนูชื่อเเพรวนะ” เราทั้งสองคนสื่อสารกันเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนที่เธอจะถามคนตัวโตต่อ
“พี่ชื่ออาโล”
“พี่เป็นลูกครึ่งออสเตรียไทยนิ่” เสียงเล็กถามเขากลับด้วยความตื่นเต้น
“ใช่ครับ” “เเม่พี่เป็นคนไทย”
“หนูก็เป็นคนไทยนะ” “มาเป็นนักเรียนเเลกเปลี่ยนที่นี่หนึ่งปี”
“เรียนเก่งมากครับ” ชายหนุ่มชมคนตัวเล็กข้าง ๆ
“ชมเกินไปค่ะ” “ก็เเค่อ่านหนังสือทุกวัน” สองมือบางประสานกันไว้ด้านหลังตอบกลับด้วยความเขินอาย
“เเล้วทำไม?” เขาอ้ำอึ้งเล็กน้อยที่จะถามเรื่องนั้น
“ถึงมาประมูลงานเเบบนี้ใช่ไหมคะ” เธอรีบตอบกลับเมื่อรุ่นพี่ต้องการจะถามอะไร
“ครับ”
“เพราะเพื่อนสามคนนั้นเเหละค่ะ” “อยากให้หนูมาเปิดหูเปิดตา” เธอทำหน้ายู่เมื่อนึกถึงเพื่อนต่างชาติสามคนที่ยุยงให้เธอมางานแบบนี้
“อ๋อ เข้าใจเเล้วครับ”
“เเล้วพี่ล่ะ” “ก็เพิ่งทะ..ทำแบบนั้นครั้งเเรก”
“ทำไมถึงมาทำงานแบบนี้คะ” ให้เธอเดาพี่เขาคงต้องมีปัญหาเรื่องการเงิน
“พี่ต้องการเงินไปจ่ายค่าเทอมครับ”
“หลังเลิกเรียนพี่ทำงานพาสไทม์ประจำอยู่เเล้ว” “เเต่มันก็ไม่พอ” เธอเดาถูก สาเหตุอันดับหนึ่งของคนที่มาทำงานกลางคืนเเละยิ่งเป็นงานบริการร่างกายก็คือต้องการเงินด่วนเเละรวดเร็ว
“ขยันจังเลยค่ะ”
ทั้งสองเดินคุยกันไปเรื่อยโดยไม่ได้ทันสนใจสิ่งรอบข้างสองขาเดินช้าลงพร้อมกันเพราะอยากทำความรู้จักกันให้มากขึ้น
จนกระทั่ง
ฟุ้บ!
“เอามาเลย” “คนนี้เเหละ” จู่ ๆ ชายฉกรรจ์สองคนรูปร่างสูงใหญ่คลุมไอ้โม่งสีดำเหลือเพียงสองตาขับรถบิ๊กไบท์เข้ามาประชิด เหมือนรอจังหวะไว้เเล้วเพราะตรงที่มันทำการกระชากกระเป๋าเป้เเสงสว่างตรงนี้ไม่มีเลย จะมีเเสงอีกทีต้องเดินไปอีกสิบก้าว
“พี่ครับอย่าเอาของผมไปเลย” “ช่วงนี้ผมไม่มีเงิน” ร่างสูงรีบวิ่งตามรถบิ๊กไบท์ขับด้วยความเร็ว แต่ยังไงก็ไม่สามารถวิ่งทันได้
“เห่อ เเหะ” เขามองเเสงไฟของรถเล็กลงจนวับหายไปกับตา เขาหมดเเล้ว มันคล้ายกับคนสิ้นใจ สองขาอ่อนเเรงคุกเข่านั่งลงตรงหนังสือเรียนสามเล่มกับกระเป๋าเป้ใบเก่าเหลือเพียงสองอย่างนี้ ส่วนกระเป๋าเงินกับซองเงินประมูลสองคนนั้นเอาไปหมดเลย ตอนนี้เขาไม่มีอะไรติดตัวเลย บัตรนักศึกษา พาสสปอร์ตสูญเสียไปหมดเเล้ว
“พี่อาโล” “เห่อ” ร่างบางที่ตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า เธอเคยเห็นเเต่ข่าวในทีวีไม่คิดว่าจะได้มาเจอกับคนใกล้ชิดขนาดนี้ หญิงสาวค่อย ๆ วิ่งตามหลังเขามาหอบหายใจเอาอากาศเข้าเต็มปอด ก่อนจะมองเเผ่นหลังหนาที่นั่งสิ้นประดาอยู่
“พี่ไม่เหลืออะไรเเล้ว”
“พี่ยังเหลือหนูนะ” ร่างเล็กนั่งลงให้ความสูงตัวเองเท่ากับรุ่นพี่หนุ่ม มือบางเเตะเข้าที่มือสากเปื้อนหยดน้ำตาลูกผู้ชายที่ไหลออกมามากเมื่อเธอปลอบ
“เเพรว” “ฮึก” เขาเหนื่อยเหลือเกิน ชีวิตที่ผ่านมาเขาพยายามอยู่ตลอด ต่อสู้กับความยากลำบากที่มีอุปสรรคมานับไม่ถ้วน ความอบอุ่นของเธอหรือการมีเธอ มันช่วยเป็นเเรงผลักดันให้เขาไปต่อได้อีกครั้ง
จนตอนนี้เราทั้งสองลงจากรถประจำทาง ฉันพาอาโลเข้ามาอยู่ในบ้านพักของตนเองก่อน กุญเจบ้านพี่เขาก็โดนไอบ้าพวกนั้นเอาไปด้วย จะหาช่างไปงัดก็คงจะต้องเป็นพรุ่งนี้เช้า กฏของบ้านพักห้ามบุคคลภายนอกเข้ามา เเต่ทว่าเธอมีเหตุผลที่จะชี้เเจงอยู่เเล้ว ชีวิตคนคนหนึ่งจะทิ้งให้เขาเร่ร่อนนอนข้างทางได้อย่างไร
“พี่รอตรงนี้ก่อนนะ” “หนูจะเข้าไปเอาชุดมาให้เปลี่ยน”
“ขอบคุณครับ” คนปัญหาชีวิตเยอะอย่างเขาที่เกือบจะหมดเเสงสว่าง วันนี้เหมือนเขาเริ่มเห็นลำเเสงที่จะส่องสว่างนำทางชีวิตเขาเเล้ว
“มาเเล้วค่ะ” “เสื้อตัวนี้ใหญ่ที่สุดเเล้วค่ะ”
“เเละนี่อุปกรณ์อาบน้ำใช้ของเเพรวไปก่อนนะ ของดีทั้งนั้น”
“ไม่ต้องกลัวเเพ้เลย” มือบางยื่นเสื้อผ้าพร้อมของใช้จำเป็นให้ พร้อมกับรอยยิ้มสดใสเหมือนเดิม
“ขอบคุณเเพรวมากนะครับ” “หนูจะไม่มีปัญหาใช่ไหม” เขาถามเธอด้วยความเป็นห่วง ยิ่งหญิงสาวเข้ามาช่วยเหลือโดยไม่นึกรังเกียจเขายิ่งเกร็งใจเธอ
“ไม่หรอกค่ะ” “เพื่อนสามคนตื่นมาคงจะดีใจมากกว่า”
“เพราะเพื่อนหนูปลื้มพี่มาก” “ส่วนเรื่องพี่เลี้ยงหนูมีเหตุผลค่ะ”
“อาบน้ำเถอะค่ะ จะตีสามเเล้ว” เขายิ้มรับน้ำตาพลันจะไหลออกมาอีกเเล้ว
เมื่ออาบน้ำเสร็จหญิงสาวก็นำหมอนเเละผ้าห่มมาวางไว้บนโซฟา เขายิ้มให้กับการกระทำนั้น ก่อนสายตาจะมองไปห้องนอนของเธอที่มีเธอรออยู่ประตูหน้าห้องตัวเอง
“ฝันดีครับ” เมื่อเขาบอกฝันดีเธอไป ร่างบางก็ทำปาก ‘ฝันดี’ กลับคืนมา เเละมือบางยกมือบ้ายบายก่อนจะปิดประตูเข้าห้องนอนตัวเองไป
