บทที่ 2.1 อาฟู่
“ข้า...คือปิศาจจิ้งจอก และท่าน...คืออาหาร” นางกระซิบบอกเขาจากนั้นถูไถเรือนกายกับเขาอีกครั้ง “แม้ว่าท่านจะน่าเสียดายแต่ว่านี่คือกฎ” พูดจบนางก็ลุกขึ้นยืน
เรือนกายงดงามของนางทำให้ฟู่เซิ่งใจเต้นแรง เขามองนางที่หยิบชุดขึ้นมาสวม อยากลุกขึ้นรั้งนางเอาไว้แต่กลับไร้เรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง ตอนที่นางหันหลังเดินจากไป...เขาเองก็ค่อยๆ หมดสติ รู้สึกตัวอีกครั้งก็เพราะชาวบ้านผ่านมาช่วยเหลือ
หลังจากนั้นฟู่เซิ่งนอนซมรักษาตัวอยู่นานนับเดือน กระทั่งกลับมาแข็งแรงดีหากมีวันหยุดก็มักจะกลับมาที่นี่ เชิงเขาที่เขาเคยเข้าพักในโรงเตี๊ยมม่านถัวหลัว
ทว่า...ไม่ว่าเขาจะพยายามมากเท่าไร เขาก็ไม่เคยหาที่นั่นพบ
ไม้สลักจิ้งจอกเก้าหางหักเป็นสองท่อนนับจากเสี่ยวย่วนจากไป เขายังคงเก็บเอาไว้เป็นอย่างดี วันเวลาผ่านไปสิบปี ยี่สิบปี สามสิบปี กระทั่งปีที่สี่สิบเขาพาบุตรชายเดินทางไปเมืองหยางโจว เขาเล่าให้ฟู่อวิ๋นฟังเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น
ไม้สลักที่หักเป็นสองท่อนเขายังคงเก็บเอาไว้ บุตรชายเองก็เคยเห็นมัน ทว่าอีกฝ่ายจะเชื่อหรือไม่นั้น...เขาไม่ได้ใส่ใจ
“หากข้าตายเจ้าช่วยฝังไม้สลักนี้ไปกับข้าด้วย” ฟู่เซิ่งกำชับบุตรชายด้วยท่าทีจริงจัง
“ขอรับท่านพ่อ”
**********
ประตูโรงเตี๊ยมปิดลงเมื่อชายชราก้าวเดินเข้าไป หลังงองุ้มค่อยๆ เหยียดตรง ใบหน้าเหี่ยวย่นค่อยๆ เปลี่ยนไปกลายเป็นชายหนุ่มวัยไม่เกินยี่สิบ เขาเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมมองนายหญิงที่นั่งมองกระดานหมาก
“เถ้าแก่เนี้ยขอรับ มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังตรงมาทางนี้”
“เปิดรับพวกเขา”
“แต่...”
นางเงยหน้ามองเขา “อาฟู่...ใจอ่อน?”
“มิได้ คนพวกนี้จะอย่างไรสักวันก็ต้องรับกรรมที่ทำไว้ ทว่าสตรีเหล่านั้นล้วน...น่าสงสาร”
ม่านถัวหลัว...วางหมากลงจากนั้นยืนขึ้น “ก็จริง” เช่นนั้นช่วยไว้สักคนก็แล้วกัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่า...นางจะเลือกแบบไหน”
“ขอรับ” เขาเดินไปรอที่หน้าประตูจากนั้นรอคนกลุ่มนั้นเข้ามาเคาะประตู เสียงฟ้าร้องครืนๆ ฝนกำลังจะตกและดูแล้วเมฆคล้อยมืดครึ้ม คืนนี้น่าจะตกทั้งคืนและคงตกหนัก
อาฟู่กลายเป็นชายชราอีกครั้ง เขากล่าวต้อนรับแขกผู้เข้าพักในโรงเตี๊ยม ชายฉกรรจ์หกคนกับสตรีที่ถูกมัดมือหกคน พวกเขาเป็นคนของพ่อค้าทาสซึ่งไปซื้อสตรีที่บิดามารดาขายต่อมาอีกที
สตรีเหล่านี้...โชคดีหน่อยก็ถูกขายไปเป็นสาวใช้ แต่หากโชคร้ายเข้าตาแม่เล้าก็ต้องกลายเป็นนางโลม ในยามยากแค้นบิดามารดาล้วนขายบุตรสาว เก็บบุตรชายไว้สืบสกุล นี่เป็นสิ่งที่เห็นได้บ่อยและไม่มีใครสามารถเปลี่ยนอะไรได้
ม่านถัวหลัวออกมาต้อนรับแขกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เฮ่อเตามองนางด้วยสายตาตกตะลึง สตรีงดงามแต่กลับมาเป็นเถ้าแก่เนี้ยโรงเตี๊ยมห่างไกลผู้คน เขา...เสียดาย
เฮ่อเตามองไปรอบๆ ในใจกำลังคิดว่าหากเขาสามารถลักพาตัวเถ้าแก่เนี้ยผู้นี้ไปด้วย... เขายังวางแผนไม่จบก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์มากกว่าสิบคนเดินเข้ามา
“นายหญิงห้องเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้วขอรับ พร้อมสำหรับเข้าพัก”
เฮ่อเตาขมวดคิ้ว ตอนแรกเดินเข้ามาเห็นเงียบๆ นึกว่ามีเพียงชายชรากับสตรีชุดแดง ตอนนี้โผล่มาอีกสิบคนทั้งยังดูแล้วแข็งแรงมาก ที่สำคัญทั้งหมดน่าจะฝีมือไม่เลว... เขาล้มเลิกความคิดจากนั้นหันไปมองชายชรา “ท่านลุงขอห้องพักสามห้องก็พอ พวกนางให้อยู่ในห้องเดียวกัน”
ข้าวปลาอาหารละห้องหับที่ให้พักเฮ่อเตาเองก็ไม่ได้ตระหนี่ เขาดูแลหญิงสาวที่ซื้อตัวมาเป็นอย่างดี กลัวว่าสตรีเหล่านี้จะทำกำไรให้เขาได้ไม่มาก
อาฟู่มองสตรีเหล่านั้นที่หน้าตาเนื้อตัวมอมแมม บางคนเต็มใจให้พ่อแม่ขายมาเพราะกลัวอดตาย บางคนพ่อแม่ตายไปไร้เงินทำศพก็ต้องขายตัวเอง บางคน...ถูกพ่อแม่บีบบังคับและหลอกขายมา...
ชายชราเดินแจกหมั่นโถวกับน้ำแกงให้หญิงสาวทั้งหก เขามอง ‘ซูอิ่นหวา’ ที่ดวงตาท้อแท้สิ้นหวัง ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ช่วยแก้เชือกให้สตรีข้างๆ ส่งหมั่นโถวให้อีกฝ่ายก่อน จากนั้นตนค่อยรับไปแล้วค่อยๆ กิน