8 ฮีลใจจากรักที่ห่วย
บัณฑูรย์นิ่งฟัง พลางมองหญิงสาวด้วยความเห็นใจอย่างสุดซึ้ง เขาถอนหายใจแผ่วเบาก่อนจะเอ่ยคำปลอบโยนที่เตือนสติเธอ
“ฉันไม่กล้าบอกเค้าหรอกค่ะ เกิดทำไม่ได้ขึ้นมา ฉันก็ต้องแต่งงานกับคนที่พ่อแม่เลือกให้อยู่ดี”
“คุณรัญ... ความเสียใจจากการรู้ความจริงนั้นมันพอที่จะเยียวยาได้ แต่ความเสียใจจากการถูกหลอกลวงหรือการมารู้ทีหลัง มันจะเจ็บปวดยิ่งกว่านะครับ ซ้ำร้ายมันจะกลายเป็นบาดแผลที่ไม่มีวันลบเลือน ในเมื่อความจริงมันเลี่ยงไม่ได้ คุณก็บอกเขาไปตรง ๆ สิครับ” พูดจบเขาก็นิ่งไปก่อนจะมองเห็นความอึดอัดในใจของหญิงสาวที่เด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางใบหน้าเศร้าหมองของเธอ
“คุณอยากให้ผมช่วยมั้ย ถ้าผมเซ็นสัญญาฉบับนี้ให้คุณ คุณกับเขาจะได้สมหวังกันสักที”
“อย่าเลยค่ะ...” ศรัญพัชญ์ส่ายหน้าเบาๆ
“มันยังมีอะไรที่มากกว่านั้น แต่ฉันไม่อยากเล่าแล้ว”
“ผู้ชายที่คุณจะต้องแต่งงานด้วย พ่อกับแม่คุณ เค้าเล็งเอาไว้ให้ตั้งแต่แรกเลย...ใช่มั้ยครับ?” บัณฑูรย์เอ่ยถาม สีหน้าบ่งบอกถึงความเห็นใจ
“ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ... เขาเพิ่งเรียนจบปริญญาโทจากเมืองนอก แล้วก็กลับมาอยู่เมืองไทยได้ไม่นาน” บัณฑูรย์ยกยิ้มมุมปาก พลางเดินไปหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงออกมาจากลิ้นชักใต้โต๊ะทำงาน แล้วกลับมานั่งข้าง ๆ เธอ
“เล่าต่อสิครับ...ผมอยากฟัง เอาเท่าที่คุณพอจะเล่าได้ก็พอ”
“ตั้งแต่ฉันเรียนจบ คุณพ่อก็จัดการทุกอย่างให้ฉัน... ท่านต้องการให้ฉันแยกกับแฟนโดยเด็ดขาด ท่านมอบหน้าที่ในบริษัทให้ฉัน มันทำให้ฉันแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย แม้เวลาที่จะได้คุยกับเขาทางโทรศัพท์ก็แทบจะไม่มี”
“แล้วตอนนี้ล่ะ คุณกับแฟนมีเวลาให้กันบ้างมั้ย?”
“หมายถึงเวลาที่คุยกันใช่มั้ยคะ”
“ครับ”
“แรก ๆ ก็พอมีอยู่นะคะ แต่พอระยะหลัง ๆ มานี้มันก็เริ่มน้อยลงเรื่อยๆ...ยิ่งลูกชายของเพื่อนพ่อหลัง ๆ มา เขาก็ตามฉันติดหนึบ บางครั้งฉันกับแฟนเราว่างตรงกันก็จริง แต่ก็หาโอกาสคุยกันไม่ได้เลย แล้วตอนนี้แฟนของฉันเขาถูกสั่งให้ไปคุมงานก่อสร้างที่ต่างจังหวัด โทรไปบางครั้งเค้าก็ไม่รับสาย ล่าสุดที่คุยกันก็คงจะอาทิตย์ที่แล้วมั่งคะ ที่เขาบอกว่าจะมางานรับปริญญานั่นแหละค่ะ”
“แล้วคุณรัญเคยแอบคิดบ้างมั้ย ว่าแฟนของคุณก็อาจจะมีคนอื่น...”
“ฉันก็ไม่มั่นใจนักหรอกค่ะ อาศัยว่าเชื่อใจกันมากกว่า เขาบอกว่าไม่มี ก็คือไม่มี ฉันไม่ใช่คนที่คอยตามหึงหวงอะไร” น้ำเสียงของเธอสั่นพร่า ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มพังทลายลงเพราะคำถามของบัณฑูรย์
“หลังๆ มานี้...ดูเขาก็เริ่มถอดใจไปมาก”
“พ่อเรียกค่าสินสอดจากเขาร้อยล้านค่ะ... แถมกำหนดเงื่อนไขว่าถ้าหามาไม่ได้ภายในหนึ่งปี ฉันต้องเลิกกับเขา” เธอแค่นยิ้มออกมาอย่างขมขื่น ก่อนจะตัดสินใจเปิดเผยความจริงที่กัดกินใจยิ่งกว่าเดิมให้เขาฟัง ยิ่งเล่าเธอก็ยิ่งรู้สึกสมเพชในโชคชะตาของตัวเองที่ถูกตีราคาเป็นตัวเงินแบบนี้
“คุณคิดว่าสถาปนิกธรรมดาคนหนึ่ง ที่ทำงานกินเงินเดือนไปวันๆ จะไม่ถอดใจบ้างเหรอคะ? เงินตั้งร้อยล้าน... มันคือกำแพงที่เขาไม่มีวันข้ามมาหาฉันได้เลย และมันคือราคาที่พ่อใช้ตีค่าของฉัน” คำพูดนั้นทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ บัณฑูรย์จ้องมองหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
“ผมเห็นใจความรักของคุณครับ...แล้วก็สงสารแฟนคุณด้วย” บัณฑูรย์พึมพำออกมาน้ำเสียงทุ้มต่ำ ขณะที่เขาก้มลงใช้ปลายนิ้วโป้งไล้ซับหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยจากดวงตาคู่สวยอย่างแผ่วเบา สัมผัสของเขานุ่มนวลและแฝงไปด้วยเสน่ห์ที่บาดลึกไปถึงหัวใจ
ร้อยล้านสำหรับคนอย่างบัณฑูรย์ เงินจำนวนนั้นเป็นเพียงตัวเลขที่เขายินดีจะจ่าย หากสิ่งที่จะได้รับกลับมาคือความงดงามและเพียบพร้อมที่อยู่ตรงหน้าเขาในยามนี้
“อันที่จริงคุณค่าในตัวคุณมันประเมินค่าแค่นั้นไม่ได้หรอกครับ สำหรับผมต่อให้ต้องจ่ายเป็นพันล้าน ผมก็ยังมองว่ามันน้อยไปด้วยซ้ำ เพราะผู้หญิงอย่างคุณ... มีค่ามากกว่านั้นครับ”
“คุณก็พูดได้สิคะ... คุณไม่ได้เป็นเขา” ศรัญพัชญ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า เธอพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของเหตุผลที่เหลืออยู่มาเป็นเกราะกำบังหัวใจที่กำลังสั่นคลอน
“แต่สำหรับแฟนฉัน... เงินร้อยล้าน มันเป็นไปไม่ได้สำหรับคนอย่างเขาเลยนะคะ” บัณฑูรย์ นิ่งไปครู่หนึ่ง
“ต่อให้ผมเป็นเขา... ผมก็จะพยายามครับคุณรัญ”
“คุณรู้อะไรไหม... กว่าผมจะมีอย่างทุกวันนี้ ผมก็ไม่ได้มีต้นทุนชีวิตสวยหรูอย่างที่คุณคิดหรอกนะครับ พ่อแม่ผมก็ไม่มี... ผมเป็นแค่เด็กกำพร้าที่โตมาในตรอกซอกซอยแล้วก็อาศัยข้าววัดกิน” คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มผู้ดูเพียบพร้อม ทำเอาศรัญพัชญ์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
“อันที่จริงเงินร้อยล้านก็ไม่ใช่ว่าจะหากันไม่ได้เลยซะทีเดียว แต่มันขึ้นอยู่กับว่าแฟนของคุณได้ลองพยายามแล้วหรือยังต่างหาก ผมเห็นสถาปนิกรวยๆ มีถมไปครับ แฟนของคุณต้องกล้าไปให้สุดทุกทางเพื่อพิสูจน์ความรักที่มีต่อคุณและคุณคือของมีค่าสำหรับเขาจริงๆ... คุณต้องดูให้ออกว่าเขากำลังเลือกสู้เพื่อคุณ หรือเลือกยอมแพ้ให้กับโชคชะตา”
ถ้อยคำของบัณฑูรย์กรีดลึกลงในรอยร้าว ศรัญพัชญ์รู้สึกวูบวาบไปทั้งหัวใจ ความสับสนระหว่างเงาของคนรักที่ยังไม่รู้ชะตากรรมกับแสงเจิดจ้าของความสมบูรณ์แบบตรงหน้ากำลังทำสงครามกันอย่างบ้าคลั่ง
“และถ้าผมเป็นเขาจริงๆ ละก็...ผมทำทุกทางเพื่อให้ได้แต่งงานกับคุณ โดยไม่ปล่อยให้คุณต้องทรมานกับการรอคอยที่ไร้จุดหมายแบบนี้หรอก” บัณฑูรย์กระซิบเสียงพร่า พลางใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ อย่างหยอกเย้า
บัณฑูรย์ดูสง่างามอย่างไร้ที่ติ... ทั้งฐานะที่เกื้อหนุนอาณาจักรของพ่อเธอได้ ทั้งความเฉลียวฉลาดที่ทันเกม และเสน่ห์เหลือร้ายที่ทำให้เธอกลายเป็นเพียงลูกนกในกำมือ
“ผมจะพิสูจน์ตัวเองให้คุณพ่อของคุณเห็นตั้งแต่วันที่ท่านประกาศค่าสินสอดเลยว่า...ผู้หญิงที่ล้ำค่าอย่างคุณ... คู่ควรกับการที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทุ่มเทเงินร้อยล้านเพื่อแลกมา”
“อันที่จริงก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ทำอะไรเลยนะคะ...” ศรัญพัชญ์แย้งเสียงแผ่ว แต่น้ำเสียงนั้นกลับขาดความมั่นใจอย่างเห็นได้ชัด
“เขาเคยเสนอว่าอยากขอทำโครงการหมู่บ้านจัดสรรเพื่อพิสูจน์ฝีมือ... แต่คุณพ่อไม่เห็นด้วย”
“หมายถึง... เขาขอเบิกงบจากศรัญ กรุ๊ป ไปลงทุนก่อนงั้นเหรอครับ?” บัณฑูรย์เลิกคิ้วเล็กน้อย
“ก็ประมาณนั้นค่ะ...”
“นั่นมันไม่ใช่การพิสูจน์ตัวเองนี่ครับ” บัณฑูรย์รีบแย้ง
“การพิสูจน์รักแท้สำหรับผู้ชายที่มีศักดิ์ศรี คือการสร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยตัวเอง ไม่ใช่การขอความเมตตา... ถ้าเป็นผม ผมจะหาแหล่งทุนอื่น หรือจะทำทุกวิถีทางโดยไม่รบกวนเงินคุณพ่อของคุณเลยแม้แต่บาทเดียว เพราะสิ่งที่ท่านอยากเห็นจริงๆ อาจจะไม่ใช่เงินร้อยล้านนั่นหรอกครับ แต่ท่านอยากมั่นใจว่าผู้ชายคนนั้นมีความสามารถพอที่จะดูแลแก้วตาดวงใจของท่านไปตลอดชีวิตได้ต่างหาก”