บท
ตั้งค่า

7 ความในใจที่แสนเจ็บปวด

ศรัญพัชญ์เอนกายพิงพนักโซฟากำมะหยี่หนานุ่ม ความเย็นของแก้วไวน์ในมือไม่อาจดับความร้อนรุ่มในใจที่ถูกแผดเผาด้วยความอึดอัดมานานนับแรมปี สายตาปรือปรอยของเธอทอดมองไปยังความว่างเปล่า ก่อนจะตัดสินใจเปิดเปลือยเรื่องราวในชีวิตให้เขาได้รับรู้

“พ่อกับแม่ไม่ค่อยชอบแฟนของฉันหรอกค่ะ อื้ม!!!...อย่าเรียกว่าไม่ชอบเลย เรียกว่าเกลียดเลยจะดีกว่า...” เธอแค่นยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่น

“คุณพ่อวางตัวฉันเอาไว้ให้กับลูกชายของเพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนในบริษัท...”

“คุณรัญกับแฟน...คบกันมานานหรือยังครับ?” บัณฑูรย์ถามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มสั่นไหวของเธอ

“เกือบจะครบห้าปีแล้วค่ะ เขาเป็นรุ่นพี่ ตอนนั้นฉันเพิ่งเข้าเรียนปีหนึ่งก็ได้เขาดูแล... เขาเป็นเพื่อนของพี่รหัสฉันเองค่ะ”

“แล้วระหว่างคุณกับแฟน ใครจีบใครก่อนเหรอครับ?”

“ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ มันเกิดจากความเห็นอกเห็นใจมั้งคะ” เธอแค่นยิ้มเศร้าๆ

“ตอนนั้นที่มหาลัยมีรับน้อง ก็ได้เค้าเป็นคนคอยแนะนำช่วยเหลือ”

“แสดงว่าเขาก็ต้องเรียนจบก่อนคุณรัญหนึ่งปี” บัณฑูรย์ถามต่อ สายตาคมกริบแอบพินิจพิเคราะห์คู่แข่งคนแรกผ่านคำบอกเล่า

“แล้วตอนนี้เขาทำงานอะไรอยู่เหรอครับ?”

“เขาเป็น...สถาปนิกค่ะ” ศรัญพัชญ์ถอนหายใจยาว พลางทอดสายตาออกไปอย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มรวดเดียว หวังจะให้ฤทธิ์ของแอลกอฮอร์ช่วยชะล้างความอึดอัดที่สุมอยู่ในอก แต่ดูเหมือนฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะไม่ได้ช่วยให้ความกังวลของเธอจางลงเลยแม้แต่น้อย

ด้านหนึ่งคือพีรดนย์แฟนหนุ่มที่กำลังก่อร่างสร้างตัว ส่วนอีกด้านก็เป็นชายหนุ่มโปรไฟล์ดีที่ครอบครัวของเธอพร้อมที่จะต้อนรับอย่างเอกรินทร์ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณเอกณัฐเพื่อนคุณพ่อ และทั้งหมดนี้คือชนวนเหตุของความทุกข์ใจที่เธอกำลังเผชิญ

ความรู้สึกของศรัญพัชญ์ในตอนนี้ไม่ต่างจากคนที่ยืนมองรถไฟสองขบวนพุ่งเข้าหากันด้วยความเร็วสูง บนรางที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ ขบวนหนึ่งคือรักแรก ส่วนอีกขบวนคือเกียรติยศและหน้าตาของวงศ์ตระกูลที่เธอจำใจต้องแบกรับ

ความกลัวที่จะต้องเลือกระหว่างโลกของความเป็นจริง กับโลกของความฝัน มันกัดกินหัวใจของเธอในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพลงอกหักคลอเบา ๆ ในห้องสวีท ทำให้ศรัญพัชญ์ข่มความรู้สึกสับสนเมื่อนึกถึงความจริงที่รออยู่

“แล้วลูกชายของเพื่อนพ่อคนนั้นล่ะครับ... คุณรู้สึกยังไงกับเขาเหรอ” บัณฑูรย์ถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวล ราวกับจะหยั่งเชิงความรู้สึกที่ถูกเก็บซ่อนไว้

“ฉันรู้สึกเฉย ๆ ค่ะ” ศรัญพัชญ์ตอบเสียงเรียบ

“ไม่ได้รัก... แต่ก็ไม่ได้เกลียด เราเคยเล่นด้วยกันตอนเด็ก จากนั้นเค้าก็ไปเรียนต่อที่เมืองนอกหลังเรียนจบมอปลาย”

“แล้วตอนนี้เค้ารู้หรือเปล่าครับ....ว่าคุณมีแฟนแล้ว”

“รู้ค่ะ เราทะเลาะกันบ่อย เพราะเขาชอบมีเรื่องกับแฟนของฉัน” เธอหลุบตาลงมองแก้วไวน์ในมือ

“งั้นคุณก็ควรจะบอกกับเขาตรง ๆ นะ เผื่อว่าเขาจะเห็นใจ และก็เข้าใจคุณบ้าง”

“ฉันพูดกับเขาเป็นรอบที่ร้อยแล้วมั้งค่ะ...” หญิงสาวถอนใจเฮือกใหญ่ ไหล่บางลู่ลงอย่างคนแบกภาระหนักอึ้ง

“แต่ดูเหมือนเขาจะไม่เปิดใจรับฟังอะไรจากฉันเลย”

“แสดงว่าเขาเองก็ต้องการคุณเหมือนกัน”

“ค่ะ เขาต้องการ และเขาก็ได้เปรียบด้วย”

“ถ้าอย่างนั้น คุณก็ต้องลองคุยกับคุณพ่อของคุณ บอกท่านไปตรง ๆ ว่าขอเวลาอีกสักหน่อย เพื่อให้คุณได้มีเวลาศึกษาดูใจกับเขา ผมว่า...คุณพ่อของคุณน่าจะเข้าใจได้นะครับ” คำแนะนำนั้นทำให้ศรัญพัชญ์แค่นยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่น

“ถ้าฉันเล่าอะไรให้คุณฟัง คุณอย่าโกรธกันนะ”

“ครับ”

“สัญญาก่อนสิคะ”

“สัญญาครับ”

“ศรัญกรุ๊ปกำลังมีปัญหา คุณพ่อของฉันต้องการผู้ร่วมลงทุนเพิ่ม และสัญญากับฉันว่า...ถ้าฉันหาผู้ร่วมลงทุนในโครงการที่ดูแลอยู่ได้ ท่านจะยอมเปิดโอกาสให้ฉันคบหากับแฟนได้อย่างเปิดเผยและไม่กีดกันอีกต่อไป” ศรัญพัชญ์ระบายความอัดอั้นออกมาโดยไม่หวังผลในเรื่องของสัญญา เพียงแค่ต้องการใครสักคนที่รับฟังในวันที่หัวใจอ่อนแอที่สุด ซึ่งความสุขุมและเสน่ห์ที่เพียบพร้อมของบัณฑูรย์ในนาทีนั้น กลับกลายเป็นหลุมพรางที่ทำให้เธอเผลอใจหลงใหลและยินยอมเล่าความลับทุกอย่างให้เขาฟังอย่างเต็มใจ

“จริงเหรอครับ” บัณฑูรย์ขมวดคิ้ว ความเห็นใจเริ่มฉายชัดในแววตา

“จริงค่ะ รู้อย่างนี้แล้วคุณยังอยากลงทุนกับศรัญกรุ๊ปอยู่มั้ยคะ”

“อยากสิครับ”

“แล้วคุณมั่นใจได้ยังไง ว่าพ่อคุณจะทำตามสัญญา หากผมยอมร่วมลงทุน”

“ฉันมั่นใจค่ะ ว่าคุณพ่อพูดคำไหนคำนั้น”

“ผมไม่คิดเลยว่าสมัยนี้ยังจะมีการคลุมถุงชนกันอยู่อีก”

“ทีแรกท่านก็ไม่ได้ทำแบบนั้นหรอกค่ะ แต่คุณเคยโกหกพ่อแม่จนท่านหมดความเชื่อถือไหมล่ะคะ?” เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า เมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต

“ฉันเคยทำแบบนั้น... จนตอนนี้ต่อให้พูดความจริงแค่ไหน ท่านก็ไม่เชื่อถืออะไรอีกแล้ว”

“มันเกิดขึ้นได้ยังไงเหรอครับ” บัณฑูรย์ถามอย่างสนอกสนใจ และท่าทางของเขาก็ไม่ใช่การสอดรู้สอดเห็น

“เรื่องมันตั้งแต่สมัยเรียนแล้วค่ะ...ตอนที่ฉันคบหากับแฟนใหม่ ๆ” ศรัญพัชญ์เม้มริมฝีปากแน่น ความทรงจำที่เจ็บปวดพรั่งพรูออกมา

“พออยู่ปี2 ฉันก็แอบย้ายไปอยู่กับแฟนเพราะอยากช่วยซัพพอร์ตเรื่องค่าใช้จ่ายและค่าเช่าห้อง ฐานะทางบ้านของเขาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่หลังจากอยู่ด้วยกันได้เพียงสองอาทิตย์ พ่อก็สืบจนรู้ความจริงจนท่านตามมาเจอฉันอยู่กับแฟน ท่านโกรธมากจนสั่งให้ฉันย้ายออกมาทันที หลังจากนั้นคุณพ่อก็ตัดปัญหาด้วยการไม่ให้ฉันอยู่หอพักอีก ท่านให้คนขับรถไปรับไปส่งฉันจนเรียนจบมหาลัย”

“ฉันเป็นลูกที่แย่ใช่ไหมคะ... ที่แอบไปอยู่กับผู้ชาย” น้ำตาอุ่น ๆ เริ่มรื้นมาที่หางตา หญิงสาวสะอื้นเล็กน้อย

บัณฑูรย์มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกสงสารและเห็นใจ เขาเอื้อมมือไปวางบนหลังมือของเธอแผ่วเบา

“อย่าโทษตัวเองแบบนั้นเลยครับ...คุณรัญ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและเห็นใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปซับน้ำตาให้เธอ

“ความรักและความหวังดีที่คุณมีให้คนรัก มันไม่ใช่เรื่องผิดอะไร คนเราทุกคนล้วนต้องมีความรักด้วยกันทั้งนั้น และการที่คุณอยากช่วยเหลือคนรักและอยู่เคียงข้างกับเขาในวันที่เขาลำบาก มันก็ไม่ใช่ความล้มเหลวของการเป็นลูกที่ดี... อย่าให้ความคาดหวังของคุณพ่อมาทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าเลยนะครับ...คุณยังมีค่าในสายตาของผม”

“คุณบัณฑูรย์ช่วยปิดเพลงหน่อยได้มั้ยคะ ฉันไม่อยากฟังแล้ว”

“อ๋อ...ได้สิครับ” พูดจบเขาก็เดินไปปิดเพลง ทุกอย่างภายในห้องเงียบงัน จนเขาเดินกลับมานั่งข้าง ๆ เธออีกครั้ง

“คุณจะให้ฉันเล่าต่อมั้ยคะ”

“เอาสิครับ ผมอยากฟังอีก คุณเล่าต่อเลย”

“วันรับปริญญาอีกสองวัน ที่จะถึงนี้... แฟนฉันบอกว่าเขาจะมาหา มาแสดงความยินดีกับฉัน” เธอพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือจนแทบจะกลายเป็นเสียงสะอื้น

“คุณลองคิดดูสิคะ รถไฟสองขบวนกำลังจะชนกัน ยิ่งตอนนี้แฟนฉันเค้าก็เริ่มไม่เชื่อใจฉันแล้วด้วย”

“อะไรทำให้เค้าไม่เชื่อใจคุณล่ะครับ”

“ก็คนที่พ่อกับแม่จะให้แต่งงานด้วยนั่นแหละค่ะ โทรไปบอกแฟนฉันว่า ฉันเสียตัวให้เขาแล้ว ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าเขาเอาเบอร์โทรแฟนมาจากไหน แต่เดาว่าน่าจะได้มาจากคุณพ่อ” ศรัญพัชญ์ก้มหน้าลงพยายามซ่อนหยดน้ำตาที่เริ่มปรายออกมา

“แล้วแฟนคุณ เค้าไม่เชื่อใจคุณเลยเหรอครับ”

“ตอนแรกก็เชื่ออยู่ค่ะ แต่ระยะหลังมานี้ ฉันไม่ค่อยมั่นใจเค้าอาจจะไม่เชื่อฉันแล้วก็ได้ พอหลังจากวันนั้น เราก็คุยกันน้อยลงเรื่อย ๆ จนอาทิตย์ที่แล้วเค้าโทรมาหาและบอกว่างานยุ่งมาก จะมาฉันอีกทีก็ตอนวันที่ฉันรับปริญญา”

“แล้วได้คุณบอกเขาหรือเปล่า ว่าคุณกำลังทำทุกอย่างเพื่อเขาอยู่” บัณฑูรย์ถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลบ่งบอกถึงการปลอบประโลมอยู่ในที มือหนาเอื้อมไปกุมมือเธอไว้เพื่อส่งผ่านกำลังใจ
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel