บทที่ 6 งานสบายเงินดี แต่เพื่อนร่วมงานไม่ค่อยดี
บทที่ 6 งานสบายเงินดี แต่เพื่อนร่วมงานไม่ค่อยดี
หัวใจเต้นโครมครามจนอันหนิงกลัวมันจะกระเด็นออกมา แค่เห็นสายตาเยือกเย็นของเขานางก็ตัวสั่นเป็นลูกนกแล้ว เขายังทำเสียงดุนางอีก กลัวจนฉี่เกือบราด
และด้วยความตกใจก็เลยเผลอทำเรื่องไร้สติลงไป อย่างการยืนยัดอาหารเข้าปากจนหมดถ้วยแล้ววิ่งหนี เป็นภาพที่น่าอนาถเกินจะรับไหว
เพราะความกลัวจัดจนสติแตกถึงได้ทำให้ภาพลักษณ์อันสง่างามที่นางร้ายสร้างเอาไว้ต้องเปื้อนมลทิน
“ฮือออ น่าอายชะมัดเลย ทำยังไงดี” มาถึงห้องของตนอันหนิงก็ถึงกับเข่าทรุด ทิ้งตัวนั่งคุกเข่าคร่ำครวญ
สาวใช้อย่างรั่วซีที่รีบวิ่งตามมาก็ตกใจไม่แพ้กัน ที่เห็นเจ้านายทำท่าเหมือนร้องไห้เสียใจ ถึงกับคุกเข่ากับพื้นทั้งๆที่ปกตินายหญิงของจวนรักษาเนื้อรักษาตัวเป็นที่สุด ไม่เคยปล่อยให้ร่างกายมีรอยขีดข่วน
“ฮูหยินลุกขึ้นมาเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวเข่าจะเป็นแผลนะเจ้าคะ” รั่วซีรีบปรี่เข้าไปพยุงอันหนิงให้ลุกขึ้น
“หมดแล้วอันหนิง หมดกัน” อันหนิงทำท่าหมดเรี่ยวหมดแรง ไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นยืน มือทั้งสองข้างขยี้ผมเผ้ายุ่งเหยิง
“ผมยุ่งหมดแล้วเจ้าค่ะฮูหยิน” รั่วซีเริ่มกลัวขึ้นมา
“เฮือก! นี่เขาจะไม่สังหารข้าใช่หรือไม่รั่วซี” อันหนิงสะบัดหน้าไปหาสาวใช้ ดวงตาเบิกกว้าง ความคิดเพ้อไปไกล
“ท่านคิดไปไกลแล้วเจ้าค่ะฮูหยิน นายท่านไม่ได้ไร้เหตุผลถึงเพียงนั้น”
“แต่ในนิยายบะ...” อันหนิงหุบปากฉับ พยายามเก็บสีหน้าลนลานให้กลับมาปกติ แต่ยิ่งฝืนก็ยิ่งมีพิรุธหนัก
“นิยาย? นิยายอะไรเจ้าคะ มันคือสิ่งใด” รั่วซีงงหนักกว่าเดิม
“ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรทั้งนั้น” อันหนิงดันตัวขึ้นจากพื้น แม้จะเกร็งไปทั้งร่างแต่ก็ลุกขึ้นยืนหลังตรงได้ในที่สุด
ในนิยายเขียนไว้ตั้งแต่บทแรกว่าพระเอกมีนิสัยโหดเหี้ยม ถ้านางมีพิรุธมากเกินไปแล้วโดนจับได้ คงมีจุดจบไม่สวยนัก
ชีวิตการเป็นปลาเค็มคงจบสิ้นไปอย่างน่าเสียดาย
อันหนิงมีความคิดประหลาดบางอย่างว่านางอาจจะต้องทำตัวเหมือนเฉินอันหนิงในนิยายเพื่อความอยู่รอด ถ้าโดนหาว่าเป็นวิญญาณร้ายมาเข้าสิงร่างนี้น่าจะโดนกำจัดด้วยวิธีที่อำมหิต
“บ่าวไปตามหมอมาดีกว่าเจ้าค่ะ” รั่วซีนึกเป็นห่วงขึ้นมา
อาการของฮูหยินแปลกขึ้นทุกที รั่วซีกลัวว่านางจะเป็นอันตรายจนถึงชีวิต
“ไม่ๆๆ ข้าไม่เป็นอะไร” อันหนิงรีบโบกมือพัลวัน
หรือว่านางต้องทำตัวให้เหมือนเจ้าของร่างเดิมจริงๆ คงต้องลองสักหน่อยเผื่อจะทำให้คนอื่นไม่สงสัย
“ไม่เจ็บป่วยตรงไหนแน่หรือเจ้าคะ”
“นี่! ข้าบอกว่าไม่เป็นอะไรก็ไม่เป็นอะไรสิ ถามอยู่ได้” อันหนิงแค่นเสียงตะคอกใส่ ทำหน้าตึงใส่สาวใช้คนสนิท
แต่มันช่างเป็นเรื่องที่ยากสำหรับเฉินอันหนิงคนนี้เสียจริง ทั้งชีวิตไม่เคยพูดไม่ดีหรือขึ้นเสียงใส่ใครเลยสักครั้ง จะให้ฝืนทำมันก็ดูไม่สมจริงvud
“...” รั่วซีชะงักถอยหลังชั่วครู่กับท่าทีที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของเจ้านาย
ถึงแม้จะตะคอกดุเหมือนเมื่อก่อนแต่ความรู้สึกที่ได้รับนั้นมันกลับไม่เหมือนเดิม นางกลับคิดว่าฮูหยินกำลังฝืนทำทั้งหมดนี้ แต่จะทำไปเพื่ออะไรกัน
“เอ่อ...ออกไปก่อนเถิด ข้าอยากอยู่คนเดียว” พอเห็นหน้าถอดสีของอีกฝ่ายอันหนิงก็ไม่สามารถฝืนใจร้ายใส่รั่วซีได้อีก
มันยากจริงๆสำหรับคนที่อัธยาศัยดีอย่างอันหนิงที่จะพูดจาหรือกระทำให้คนอื่นต้องเสียใจและทุกข์ใจ
ฝืนทำไปก็ไม่ได้อะไร กลับดูมีพิรุธมากกว่าเดิมเสียอีก ในเมื่อทำเหมือนเฉินอันหนิงคนเดิมไม่ได้ก็คงต้องเป็นเฉินอันหนิงที่บ้าๆบอๆแบบนี้ต่อไป
แม้ในวันที่สองที่ตื่นขึ้นมาในร่างนางร้าย เฉินอันหนิงจะเจอเรื่องราวที่ทำให้ทั้งกลัวและลุ้นระทึกแต่ก็สามารถผ่านมันไปได้อย่างไม่ค่อยราบรื่นนัก
การใช้ชีวิตหลายวันหลังจากนั้นก็ถือว่าเป็นไปได้ด้วยดี ได้นอนเฉยๆทั้งวันแบบที่อยากทำมาตลอด สำหรับคนอื่นการนอนนานๆอาจจะน่าเบื่อแต่สำหรับอันหนิงแล้วนี่คือสวรรค์ มันเป็นสิ่งที่อันหนิงชอบที่สุดในชีวิต
แถมยังเป็นการนอนที่ได้เงินอีก จะมีอาชีพไหนดีไปกว่าการเป็นภรรยาของพระเอกกัน
ตั้งแต่วันนั้นอันหนิงก็ไม่เจอหน้าสามีของนางอีกเลย ไม่มีแม้แต่จะเดินสวนกันสักครั้ง อันหนิงถึงได้คลายความกังวลใจลงไปได้บ้าง
ตอนทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศต้องเจอหน้าเจ้านายทุกวันโดนบ่นโดนตำหนิทุกวัน แต่นี่นานๆเจอทียิ่งสบายเข้าไปใหญ่
ระหว่างนั้นก็มีเจอกับเมี่ยวเมี่ยวอยู่สองสามครั้ง พอจะเข้าไปคุยด้วยเมี่ยวเมี่ยวก็วิ่งหนีทุกครั้ง แต่พอเวลาที่อันหนิงเผลอก็จะเห็นว่าเมี่ยวเมี่ยวกำลังแอบดูอยู่
มองไปมองมาแล้วก็เหมือนเจ้าแมวที่เคยแอบให้อาหารใต้หอพัก ขี้กลัวและตื่นตูมแต่ก็อยากรู้อยากเห็นไปทุกสิ่ง ขี้สงสัยเป็นที่หนึ่ง
“วันนี้คุณหนูไม่ไปสำนักศึกษาหรือ” อันหนิงถามกับรั่วซี หลายวันมานี้ทั้งสองตัวติดกันยิ่งกว่าพี่น้องเสียอีก
“เจ้าค่ะ วันนี้เป็นวันที่คุณหนูต้องเรียนกับแม่นางจ้าว ตอนนี้คงกำลังเรียนกันอยู่พอดี”
อันหนิงตื่นตัวรู้สึกเหมือนใบหูกระดิกได้ แม่นางจ้าวนี่คงไม่ใช่จ้าวฟางหรูนางเอกของเรื่องหรอกนะ ลืมไปเลยว่าชีวิตปลาเค็มยังมีอุปสรรคขวางอยู่เป็นก้างชิ้นเบ้อเร่อ
นางก็พึ่งได้รู้ว่าที่จ้าวฟางหรูและหลี่เจิ้งหลิงได้ใกล้ชิดกันเป็นเพราะเจ้าตัวเล็กของบ้าน
“พาไปดูหน่อย” อันหนิงนึกอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา
นางเอกของเรื่องจะหน้าตาแบบไหนกัน จะสวยกว่านางร้ายหรือเปล่า นิสัยดีเหมือนที่บรรยายในนิยายจริงหรือไม่
“ไม่ดีเจ้าค่ะ” รั่วซีปฏิเสธทันควัน
อยู่ด้วยกันมาหลายวันก็เริ่มสนิทใจมากขึ้น รั่วซีเริ่มกล้าที่จะพูดตรงไปตรงมาได้อย่างไม่ต้องเกรงกลัว และอันหนิงก็รับฟังแม้จะไม่ค่อยทำตาม หรืออาจจะไม่ทำตามเลย
“ทำไมล่ะ” อันหนิงตอบเสียงหงอย ริมฝีปากบางเบะเป็นเส้นตรง ชอบขัดใจอยู่เรื่อยเลย แค่อยากไปดูว่านางเอกหน้าตาเป็นยังไงก็แค่นั้นเอง
อันหนิงเคยตั้งข้อสันนิษฐานว่าที่นางเอกของเรื่องนี้ได้เป็นนางเอกและแย่งสามีชาวบ้านได้เพราะความน่าสงสาร
ภูมิเดิมของจ้าวฟางหรูเติบโตมาในตระกูลที่ค่อนข้างมีฐานะที่สูงส่ง แต่เพราะบิดาของนางเกิดโดนจับได้ขึ้นมาว่ากำลังจะก่อกบฏ ฝ่าบาทเห็นแก่ที่ทำคุณให้บ้านเมืองมาเป็นสิบปีจึงได้ลดโทษให้เหลือเนรเทศไปใช้แรงงานที่ชายแดน
จากคุณหนูผู้สูงศักดิ์ตกจากที่สูงภายในวันเดียว บ้านแตกสาแหรกขาด ญาติพี่น้องกระจัดกระจายไปทั่ว จ้าวฟางหรูที่เป็นเพียงสตรีที่ยังไม่ได้ออกเรือนไปอาศัยบ้านของญาติห่างๆ และเลี้ยงชีพด้วยการสอนมารยาทให้พวกคุณหนูในเมืองหลวง
จ้าวฟางหรูโชคดีที่ผู้คนมองนางด้วยความสงสาร ถึงได้ไม่รังเกียจที่จะให้สอนหนังสือลูกๆหลานๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถแย่งสามีคนอื่นได้อย่างไม่โดนข้อครหาแล้ว แค่คิดก็อยากจะด่านักเขียนที่คิดเนื้อเรื่องผิดศีลธรรมแบบนี้ออกมาได้
“ข้าจะไม่ดื้อ ไม่ซน จะมองเฉยๆอยู่แบบห่างๆเลย” อันหนิงชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้วให้คำสัญญา แต่จากเหตุการณ์ที่นางกำลังจะได้เห็นอันหนิงจะยังสามารถอยู่เฉยได้หรือไม่
“สัญญานะเจ้าคะ” รั่วซีหรี่ตาจับผิด มองเข้าไปในดวงตาคู่งามดูแล้วจริงใจ
“ข้าไม่ใช่คนขี้โกหกนะ” ถ้าไม่ได้รับปากตกลง คำสัญญาก็ถือว่าเป็นโมฆะ แต่อันหนิงก็ไม่ได้อยากจะยุ่งเรื่องของผู้อื่นมากขนาดนั้นอยู่แล้ว แค่อยากเห็นหน้าจ้าวฟางหรูจริงๆ
“แต่งตัวก่อนเจ้าค่ะ” รั่วซีรีบหาชุดใหม่ให้นายหญิงของนาง เลือกชุดที่คิดว่าน่าจะโดดเด่นและเข้ากับสีผิวของอันหนิง
ฮูหยินจะต้องสวยกว่าสตรีนางนั้น คนอื่นอาจจะชอบคนแบบจ้าวฟางหรู แต่รั่วซีมองออกว่าคนแบบนั้นไม่ใช่คนที่ควรคบหาและไว้ใจ
รั่วซีเห็นหลายครั้งที่อาจารย์ของคุณหนูพยายามเข้าหานายท่านอย่างเปิดเผย หน้าไม่อายอยากได้สามีคนอื่น
อย่างน้อยคนที่ร้ายแบบฮูหยินก็ยังร้ายแบบเปิดเผย แต่คนหน้าซื่อใจคดแบบนั้นควรหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด และฮูหยินกับแม่นางจ้าวก็ไม่ถูกกันมาตลอด รั่วซีถึงไม่อยากให้ทั้งสองคนเจอกัน
