บทที่ 1 ให้ตายตรงหน้าก็ไม่รัก
บทที่ 1 ให้ตายตรงหน้าก็ไม่รัก
หน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องแสงจ้าท่ามกลางความมืด เป็นจุดเดียวในออฟฟิศขนาดใหญ่ที่ยังคงมีแสงส่อง แสงเจิดจ้าสาดลงบนใบหน้าขาวซีดจนแทบไม่ต่างจากร่างไร้วิญญาณของเฉินอันหนิง
หญิงสาววัยยี่สิบกลางๆกำลังจ้องมองตัวอักษรและกราฟิกที่เลื่อนผ่านไปมาบนจอ ดวงตาของเธอมีรอยคล้ำจากการที่อดหลับอดนอนเป็นเวลานาน
เฉินอันหนิงเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาที่ทำงานตั้งแต่เช้าจนถึงมืดค่ำในทุกวัน แต่เงินเดือนก็ยังไม่เคยพอใช้ ทั้งค่าเช่าห้อง ค่าเดินทางและค่าอาหารในชีวิตประจำวัน รวมๆกันแล้วแทบไม่เหลือให้เอาไปใช้อย่างอื่น
เธอเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่เติบโตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจนอายุครบสิบห้าก็ตัดสินใจเริ่มหางานทำเรื่อยมา
เธอตั้งใจอ่านหนังสือและทำงานอย่างหนักจนได้ทุนและเรียนจบมหาวิทยาลัย เริ่มเข้าทำงานตั้งแต่เรียนจบได้ไม่ถึงเดือน ตอนแรกไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อชุดทำงานใหม่ด้วยซ้ำ
เดิมทีก็คิดว่าพอทำงานทุกอย่างจะดีขึ้น แต่ผ่านไปหลายปีเธอก็ยังต้องทำงานหนักเหมือนเดิม โดนเจ้านายด่าเช้าเย็น บางครั้งก็ส่งข้อความแชทมาด่ากลางดึก
ปลายนิ้วเรียวยาวสั่นเทาอยู่เหนือแป้นพิมพ์ ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เป็นเพราะความอ่อนล้าที่สะสม
อันหนิงพยายามรวบรวมสมาธิที่กระจัดกระจายให้กลับมาอยู่กับงานตรงหน้า แต่สมองกลับว่างเปล่า ตัวอักษรบนหน้าจอเริ่มเบลอเลือนราง ซ้อนทับกันไปมาจนอ่านไม่ออก
เสียงคลิกของเมาส์ที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอในความเงียบยามดึกเหมือนเสียงกล่อมให้หลับใหล
“เห้อออ” ถอนหายใจไล่ความเหนื่อยล้า
อันหนิงใช้มือขยี้เปลือกตาไล่ความง่วง ก่อนจะถอนหายใจยาวราวกับแรงโน้มถ่วงโลกกำลังกดทับเธอทั้งร่าง
กองเอกสารบนโต๊ะวางเรียงรายท่วมสูงราวกับหอคอยที่พร้อมจะถล่มลงมาในทุกวินาที
ไม่ว่าเธอจะใช้เวลาทำนานแค่ไหนมันก็เหมือนจะไม่ลดลงเลย
ในวันหยุดสุดสัปดาห์คนอื่นได้ใช้ชีวิตวันหยุดกันอย่างสบายใจส่วนเธอต้องมานั่งทำงานอยู่คนเดียว
โลกช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย บางครั้งอันหนิงก็น้อยใจในโชคชะตาที่ช่างเล่นตลกกับเธออยู่บ่อบครั้ง
“นี่ฉันไม่ได้นอนมาสามวันแล้วเหรอเนี่ย” อันหนิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา
เธอทำงานจนลืมวันลืมคืนสับสนวันเวลา เพราะเจ้านายที่น่าเคารพรักสั่งให้เธอเคลียร์งานให้เสร็จ คนสั่งงานสั่งเสร็จก็หนีไปพักผ่อนที่มัลดีฟส์ ส่วนลูกน้องอย่างเธอต้องมานั่งชดใช้กรรม
ฟึ่บ!
อันหนิงคว้าหนังสือนิยายที่ยืมมาจากรุ่นพี่โต๊ะข้างๆมาอ่านแก้เบื่อ อ่านไปก็ด่าทอคนเขียนไม่หยุด
“ตรรกะบ้าบออะไรกัน คนที่แย่งสามีคนอื่นได้เป็นนางเอก ส่วนคนที่โดนแย่งสามีกลับถูกบังคับให้รับบทนางร้าย” ใบหน้าขาวซีดบึ้งตึง ริมฝีปากเหยียดเป็นเส้นตรง
มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด ที่นางร้ายต้องร้ายก็เพราะโดนแย่งสามีไม่ใช่หรือไง แล้วนางเอกที่ทำผิดศีลธรรมอย่างการแย่งสามีคนอื่นถึงไม่ได้รับกรรมอะไรเลยแถมยังถูกผู้คนสรรเสริญว่าเหมาะสมกันอีก
“ขัดใจเป็นบ้า” อ่านไปก็หงุดหงิดแต่ก็ยังอ่านต่อไปเรื่อยๆ
นางร้ายของเรื่องตายตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งเรื่องเพราะเธอโดนพระเอกขอหย่า ถึงแม้จะยังไม่เฉลยว่าด้วยสาเหตุอะไรแต่นางร้ายก็คิดไปแล้วว่าที่พระเอกขอหย่าเพราะต้องการไปแต่งงานใหม่กับนางเอก เธอจึงทนไม่ได้และดื่มยาพิษจนตาย
สิ่งหนึ่งที่ทำให้อันหนิงมองในมุมนางร้ายมากกว่านางเอกเพราะเธอและนางร้ายมีชื่อแซ่เดียวกัน ช่างบังเอิญเสียจริง
ที่จริงนางร้ายก็ไม่ใช่คนดีนัก เธอแค่โมโหนางเอกของเรื่องได้แต่งงานกับพระเอกโดยไม่ได้รับกรรมอะไรเลย การแย่งสามีคนอื่นมันมีดีอะไรนักหนา
อันหนิงอ่านแบบข้ามๆไม่ลงรายละเอียดเพราะหวังว่านางเอกจะรู้สึกผิดบ้างแต่ไม่มีเลย
พรึ่บๆ!
แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และหลอดไฟด้านบนกะพริบรัวๆทำเอาอันหนิงขนลุกชัน
เสียงการเคลื่อนไหวบางอย่างดังขึ้นจากด้านหลัง เฉินอันหนิงยืดตัวตรงนัยน์ตาฉายแววลนลาน แค่แอบอู้หน่อยเดียวก็จะโดนผีหลอกเลยหรือไงเนี่ย
ตุ้บ!
เสียงของบางอย่างตกแต่เธอไม่กล้าหันหลังไปดู อันหนิงคว้าผ้าพันคอมาคลุมศีรษะและฟุบไปกับโต๊ะด้วยความกลัว แต่เมื่อเวลาผ่านไปด้วยความเหนื่อยล้าเธอจึงเผลอหลับในที่สุด
เฉินอันหนิงรู้สึกได้ว่าหัวของเธอมันทั้งมึนเบลอและหนักอึ้ง และยังคอแห้งผากจนกลืนน้ำลายยังเจ็บ
แสงไฟสลัวๆแยงตาทำให้อันหนิงค่อยๆลืมตาทีละนิด แรกๆทุกอย่างยังดูมัวๆมองไม่ค่อยชัด กะพริบตาสองสามครั้งจึงได้เห็นว่าเธอไม่ได้อยู่ที่ออฟฟิศ
ความคิดแรกที่เข้ามาในหัวคือ นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย!
ทุกอย่างรอบตัวดูไม่คุ้นตาเลยสักอย่าง และยังมีกลิ่นยาสมุนไพรที่เธอไม่ชอบตลบอบอวลไปทั่วห้อง
บรรยากาศเหมือนในซีรีส์ย้อนยุคไม่มีผิด
เมื่อกวาดสายตามองรอบใจของเธอก็เต้นระรัว ไม่นะ นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันเนี่ย!
“ฮูหยินท่านฟื้นแล้วก็ดื่มน้ำสักหน่อยเถิด” เสียงชายชราดังขึ้นทางข้างตัว
“กรี๊ดดด!” เฉินอันหนิงตกใจตะเกียกตะกายถอยหนีชายชราผู้นั้น นี่ใครอีกล่ะเนี่ย
“เฉินอันหนิง!” เสียงตวาดดังมาจากด้านหลังแผ่นม่านกั้น
“ค่ะเจ้านาย!” อันหนิงเผลอตอบรับตามสัญชาตญาณ
ปึ้ก! โครม!
แผ่นกั้นโดนมือแกร่งกระชากให้ร่วงลงไปนอนอยู่ที่พื้น อันหนิงเงยหน้ามองใบหน้าคมหล่อเหลาเกินบรรยาย ดวงตาสีดำสนิทน่าหลงใหล จมูกโด่งรับกับริมฝีปากที่กำลังจะเปิดปากพูดอะไรบางอย่าง
ความหล่อระดับนี้นี่มันเทพแห่งสวรรค์ลงมาจุติชัดๆ หัวใจของอันหนิงกระตุกแรง มัวแต่ทึ่งในความหล่อของเขาจนไม่ได้ฟังว่าเขาพูดอะไร
ตึกๆ!
“ห้ะ!...อะไรนะ” เฉินอันหนิงตื่นจากภวังค์ทำหน้าเหลอหลาเมื่อโดนใครสักคนสะกิดรัวๆ
“เจ้าคิดว่าทำเช่นนี้แล้วจะได้สิ่งที่ต้องการงั้นหรือ ไม่มีทาง!” เขาตะคอกใส่นางเสียงแข็ง ดวงตาคู่คมดุดันน่าหวาดหวั่น
ใครที่ได้สบตาเข้ากับสายตาคมกริบของเขาก็สามารถทำให้ร่างกายแข็งทื่อได้ทันที
“...” อันหนิงเงยหน้ามองเขาแล้วสะอื้นจะร้องไห้ น่ากลัวเป็นบ้าเลย ต่อให้หล่อแค่ไหนแต่ถ้าดุขนาดนี้ก็ไม่ไหว
“เจ้าคิดว่าเอาความตายมาบีบบังคับข้าแล้วคิดว่าเราจะไม่ต้องหย่ากันงั้นหรือ ฝันไปเถอะ”
“ความตาย? ใครตาย” อันหนิงยังอยู่ในอาการทั้งตกใจกลัวและสับสน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนพวกนี้เป็นใคร
“ต่อให้เจ้าตายตรงหน้าข้าก็ไม่มีวันรักเจ้า หยุดเรียกร้องความสนใจได้แล้ว” เขาจับไหล่นางแล้วผลักไปด้านหลังจนแผ่นหลังของนางกระแทกกับเตียงไม้แข็งๆ
“อึก เจ็บ” จุกเป็นบ้าเลย นี่เขาเป็นบ้าอะไรของเขาเนี่ย ไม่รู้จักกันแล้วมาทำร้ายร่างกายกันได้ยังไง ต้องรีบแจ้งตำรวจ!
“เจ้าทำให้เมี่ยวเมี่ยวต้องเสียใจร้องไห้มากี่ครั้งคิดว่าการตายจะหนีความผิดที่เจ้าก่อไว้ได้หรือ”
หลี่เจิ้งหลิงกัดฟันแน่นด้วยความเกรี้ยวกราด เขาทนกับนางมามากเกินพอแล้ว
ยิ่งนางทำหน้าใสซื่อเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด มันก็ยิ่งทำให้เขานึกรังเกียจนางมากขึ้นทุกครั้ง ต่อให้รูปลักษณ์ภายนอกจะงดงามเพียงใดก็ไม่สามารถปกปิดจิตใจที่ต่ำทรามได้
“เมี่ยวเมี่ยว” อันหนิงพึมพำเสียงเบาเหมือนจะคุ้นหูกับชื่อที่ได้ยินเมื่อครู่
เมี่ยวเมี่ยว หลี่เฟยเมี่ยว! ลูกเลี้ยงของนางร้ายเฉินอันหนิงที่ดื่มยาพิษเพื่อหนีการหย่ากับพระเอกของนิยายที่พึ่งอ่านไปเมื่อครู่ นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น!
อันหนิงขยี้ผมจนผมเผ้ายุ่งเหยิง สมองประมวลผลไม่ทันต่อเหตุการณ์ตรงหน้า แล้วพวกเขาทำหน้างงอะไรกันคนที่ต้องงงนอนเจ็บหลังอยู่ทางนี้ต่างหาก
“เจ้า...นางเมายาพิษหรือเปล่าท่านหมอ” หลี่เจิ้งหลิงอารมณ์แปรปรวนเมื่อเห็นภรรยาของเขามีท่าทีแปลกไป
เฉินอันหนิงไม่ใช่สตรีที่จะยอมทำเรื่องที่ดูไม่ดีต่อหน้าเขา นางมักจะแต่งตัวเยอะๆเพื่อเรียกร้องความสนใจ ไม่มีทางที่จะทำให้ผมยุ่งให้เขาเห็นเด็ดขาด
“ยาพิษที่ฮูหยินดื่มไปมีพิษถึงชีวิต รอดมาได้ก็ถือว่าน่าอัศจรรย์มากแล้ว สตินางอาจจะยังกลับมาไม่ครบถ้วนขอรับใต้เท้าหลี่”
“ทะ...ท่านชื่ออะไร” อันหนิงถามปากสั่นระริก
“เจ้ากำลังเล่นอะไรอยู่เฉินอันหนิง ข้าไม่มีเวลามาสนใจเรื่องไร้สาระของเจ้า” เขาตะโกนใส่นางเสียงดังก้องสะท้อนเจ็บหู
ความเหนื่อยล้าจากการอดหลับอดนอนสามวันสามคืนหายไปหมดเกลี้ยง นี่เธอทะลุมิติมาอยู่ในนิยายจริงๆหรือ แถมยังเป็นนางร้ายอีก
แล้วทำไมจะต้องเป็นตัวร้ายอาภัพรักด้วยล่ะ สามีไม่เหลียวแล ผู้คนเกลียดชัง มีดีแค่ได้สามีรวยแต่เขาก็กำลังจะหย่ากับเธอในอีกไม่ช้า
และที่สำคัญอันหนิงอ่านนิยายเรื่องนี้ได้เพียงสามบทแล้วยังอ่านแบบข้ามๆจำเนื้อเรื่องแทบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
“ฮูหยิน อย่าทำให้ท่านแม่ทัพโกรธไปกว่านี้เลยเจ้าค่ะ” เสียงแผ่วเบาดังมาจากทางอีกฝั่ง
“ใช่หลี่เจิ้งหลิงหรือไม่” อันหนิงกลั้นหายใจและรวบรวมความกล้าถามออกไป
“ใช่! แค่ยาพิษมันทำให้เจ้าลืมชื่อสามีไปเลยหรือเฉินอันหนิง”
“ชะ ชะ ใช่จริงด้วย” ร่างกายอันหนิงสั่นไปทั้งร่าง ดวงตาเบิกกว้าง หัวสมองขาวโพลน หูทั้งสองข้างอื้ออึงไม่ได้ยินอีกต่อไปว่าใครพูดอะไร
ด้วยความตกใจสุดขีดทำให้เฉินอันหนิงหมดสติกะทันหัน ภาพเบื้องหน้ามืดบอดไม่รับรู้สิ่งใดอีก
“ฮูหยิน!” บ่าวคนสนิทของอันหนิงเขย่าตัวเรียกนางอยู่หลายครั้งแต่นางก็ไม่ฟื้น
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นท่านหมอ” หรือว่าเขาจะดุนางแรงเกินไปนางถึงได้ตกใจกลัวจนหมดสติ
