บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 ตอนที่ 2

“ไม่เอาหรอก สิ้นเปลืองเปล่าๆ”

ชายหนุ่มอดหัวเราะไม่ได้ นี่ดีแค่ไหนที่เขายังไม่ได้บอกว่าเตรียมจะซื้อบ้านสักหลังไว้รอรับคนทั้งสอง เนื่องจากพอหน้าที่การงานมั่นคงแล้วเขาก็ตั้งใจว่าจะรับพ่อและแม่ไปอยู่ด้วยกันที่โน่น เพื่อให้พวกท่านพักผ่อนอย่างเต็มที่หลังจากต้องตรากตรำทำงานเลี้ยงเขามาหลายสิบปี

“อ้อ นาฬิกาเรือนนี้ใช่ไหมที่เตี่ยจะเอา” หิรัญล้วงเอานาฬิกาในกระเป๋ากางเกงแล้วเอามาใส่มือของผู้เป็นพ่อ

“เอ้อ เรือนนี้แหละ นี่เป็นนาฬิกาเรือนแรกของเตี่ยเลยนะ เก็บเงินตั้งนานกว่าจะซื้อได้”

“มันพังแล้วนี่นา เดี๋ยวผมเอาไปซ่อมแล้วค่อยเอามาให้ใหม่ดีกว่า”

“ไม่เป็นไรหรอก อันที่จริงมันก็พังมาตั้งนานแล้วล่ะ แต่ถึงมันจะพังมันก็ยังเป็นของรักของเตี่ยอยู่ดี” สมเกียรติมองนาฬิกาเรือนเก่าในมือแล้วลูบมันอย่างทนุถนอม

“มา เดี๋ยวผมใส่ให้นะ” ชายหนุ่มกุลีกุจอใส่นาฬิกาลงบนข้อมือของบิดา

“เหมรู้ไหม ว่าวันเวลามันย้อนกลับคืนมาไม่ได้ อดีตที่เคยทำผิดพลาดนั้นเราไม่สามารถแก้ไขมันได้แล้วแต่เราสามารถทำปัจจุบันให้ดีขึ้นได้” ชายชราหยุดพูดหน่อยหนึ่งเพราะเริ่มเหนื่อยแล้วเสียงนั้นก็แผ่วเบาลงทุกทีทำให้หิรัญต้องโน้มตัวลงไปใกล้ๆ

“ถึงจะเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนก็จริงแต่มันก็ผ่านมานานแล้ว ลูกของเหม หลานของเตี่ยยังต้องการพ่อ เตี่ยไม่รู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเตี่ยเป็นพ่อที่ดีให้กับเหมหรือเปล่า แต่เตี่ยอยากให้เหมเป็นพ่อที่ดีของจ๊ะจ๋า เป็นสามีที่ดีของเม ตอนเหมไม่อยู่เตี่ยพยายามทำทุกอย่างเพื่อชดใช้ในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้เตี่ยคงไม่ได้อยู่ทำหน้าที่นั้นอีกต่อไปแล้ว เหมกลับมาหาเมเถอะนะ กลับมาทำหน้าที่ที่เหมควรจะทำตั้งนานแล้ว”

“...” หิรัญก้มหน้านิ่งฟังทุกคำพูดของผู้เป็นพ่อซึ่งราวกับว่านั่นเป็นคำสั่งเสีย จากนั้นชายหนุ่มจึงหันไปมองเมขลาที่เพิ่งเดินมาหยุดที่ปลายเตียง สมเกียรติที่มองเห็นหญิงสาวยืนอยู่ตรงนั้นก็เรียกให้เธอเข้าไปหาที่เตียงอีกฝากหนึ่ง

“เตี่ยรู้ว่าหลายปีที่ผ่านมาเตี่ยขอร้องให้เมทำหลายอย่าง แต่วันนี้ถ้าเตี่ยจะขออีกสักเรื่องเมคงไม่ว่านะ เตี่ยอยากให้เมยกโทษให้ลูกชายของเตี่ยได้ไหม” ชายชรามองใบหน้าของเมขลาด้วยดวงตาเหือดแห้งแต่ก็เต็มไปด้วยความหวังที่ว่าอย่างน้อยเขาก็สามารถแก้ไขปมในใจของลูกชายและลูกสะใภ้ได้อย่างลุล่วงก่อนจะสิ้นลม

“คือ...เม” หญิงสาวเม้มปากแน่นเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไม่ได้โกรธเขาเลยด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าน้อยใจที่เขาเลือกจะเดินไปข้างหน้าโดยทิ้งเธอกับลูกไว้ข้างหลัง และหญิงสาวรู้ว่าเธอไม่ควรจะรับปากแบบส่งๆ ถ้าเธอยังทำใจไม่ได้

“เมรับปากค่ะเตี่ย เมไม่เคยโกรธเหม...เมเข้าใจเขาดีค่ะ แต่จะให้เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมนั้น เม...ก็ไม่รู้”

“แค่นั้น เตี่ยก็สบายใจแล้ว อย่าอยู่กันด้วยความโกรธเกลียดเลยนะ” สมเกียรติคว้ามือของลูกชายและเมขลามาประสานกันไว้ตรงหน้าพร้อมกับยิ้มอย่างพอใจ งานของเขาเสร็จสิ้นลงแล้ว

ข่าวการมรณกรรมของเถ้าแก่เกียรติทำให้ชาวบ้านร้านตลาดที่รู้จักคุ้นเคยมมาร่วมงานศพกันแน่นขนัด แต่ทุกสายตาของแขกดูเหมือนจะจับจ้องไปที่ลูกชายคนเดียวของสมเกียรติที่หายหน้าหายตาไปหลายปีโดยทิ้งพ่อแม่แก่ๆ ไว้ที่บ้าน โดยให้เมขลารับภาระดูแลแทน ทั้งที่เธอเองก็เป็นผู้ถูกเขากระทำให้เจ็บช้ำเช่นกัน มาวันนี้พอคนเป็นพ่อตายลงชายหนุ่มก็ต้องใส่ชุดไว้ทุกข์ตามประเพณี หลายคนค่อนขอดว่ายังดีที่กลับมาดูใจคนเป็นพ่อได้ทันไม่อย่างนั้นหิรัญคงเสียใจไปทั้งชาติ

ตลอดเวลาที่หิรัญนั่งไว้ทุกข์ที่หน้าโลงศพนั้น สมองของเขาคิดวนเวียนอยู่หลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือนี่เป็นรู้สึกผิดที่ทะเยอทะยายจนต้องจากไปแสนไกลเวลาที่พ่อและแม่ต้องการเขาที่สุด บิดาไม่ต้องการให้ลูกชายทิ้งความฝันเพื่อกลับมาที่เดิมแม้เขาจะอยากให้ลูกกลับมาสู่อ้อมกอดมากแค่ไหนก็ตาม นี่เป็นความเสียสละของพ่อคนหนึ่งที่พึงมีให้กับลูกได้ ท่านสละทั้งความห่วงหาและความสุขสบายของตนเพื่อให้ลูกชายเดินไปข้างหน้าอย่างที่วาดหวังเอาไว้ แล้วเขาล่ะ...ได้ทำอะไรให้พ่อกับแม่บ้าง มาถึงตอนนี้ต่อให้ทำสักพันสักหมื่นอย่าง เอาเงินทองเอาความสำเร็จมากองท่วมท้นก็ไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว

ชายหนุ่มยังไม่ทันพาเตี่ยไปดูบ้านหลังกระทัดรัดที่เตรียมจะซื้อไว้ให้ บ้านนั้นมีสวนเล็กๆ ให้พ่อและแม่ออกไปเดินสูดอากาศด้วย หิรัญมีความตั้งใจว่าจะซื้อรถเผื่อว่าวันไหนเขาว่างจากงานจะได้ขับรถพาเตี่ยกับแม่ไปเที่ยวที่ต่างๆ ให้สมกับที่อุดอู้อยู่ในร้านทองเล็กๆ มาทั้งชีวิต ที่สำคัญเขาตั้งใจว่าจะซื้อตั๋วเครื่องบินพาเตี่ยกลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอนที่จีนสักครั้งเพราะตั้งแต่เด็กจนโตเขามักได้ยินเตี่ยเล่าให้ฟังถึงชีวิตที่แร้นแค้น ณ บ้านเกิดจนทำให้ต้องรอนแรมมายังแผ่นดินไทย หิรัญตั้งใจว่าจะดูแลพ่อและแม่ให้ดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้หลังจากที่เขาประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ แต่กลับทำได้เพียงมานั่งหน้าโลงศพเพื่อไว้ทุกข์ให้บิดา...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel