บทที่ 10 นัดคนสำคัญ
ณภัทร์เหมือนคนที่ตีกับความคิดของตัวเอง มือก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ตอนนี้ก็สามทุ่มแล้วคิดว่าจะเปิดข้อความของมาริสาอ่านสักหน่อย เพราะหลังจากเที่ยงมาโทรศัพท์ของเขาก็ไม่สั่นอีกเลย แปลว่าภรรยาที่บ้านไม่ได้ส่งข้อความมาสร้างความรำคาญใจเขาตั้งแต่ตอนนั้น แต่มันก็เงียบเกินไปไหม เธอลืมส่งข้อความมาหาเขาช่วงเย็นหรือเปล่า ปกติมาริสาจะส่งมาหาสามเวลาเลยนะ ข้อความที่เธอมักจะส่งหาเขาเสมอก็ไม่มีอะไรมาก ก็แค่...
(อย่าลืมทานข้าวแล้วพักผ่อนด้วยนะคะ ริสารักคุณนะ)
แต่มันเงียบผิดปกติไปแล้วนะ มือที่กำลังจะกดเปิดหน้าจอโทรศัพท์ต้องหยุดชะงักลงเมื่อเกรซพูดขึ้นมาว่า
“พรุ่งนี้คุณณภัทร์จะพาเกรซกับกันต์ไปดูเรือยอร์ชของบริษัทใช่ไหมคะ” เอ่ยถามเสียงหวาน หวานจนแสลงหูกันต์เลย
“ใช่ครับ แล้วผมก็จะพาคุณเกรซกับคุณกันต์นั่งเรือไปเที่ยวตามเกาะเล็กๆสักหน่อยด้วยครับ”
“ดีจังเลยค่ะ เกรซอยากไปแบบนี้มานานแล้ว” พรุ่งนี้จะแต่งตัวให้เซ็กซี่สุดๆไปเลย อยากจะรู้ว่าณภัทร์จะควบคุมตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน คนมีครอบครัวแล้วอย่างเขาจะตบะแตกไหมเพราะถ้ามีสัญญาณออกมาแค่นิดเดียวนั้นแปลว่าเกรซมีโอกาสที่จะได้ณภัทร์มาเป็นของตัวเอง ส่วนวันนี้ขอบอกเลย ว่าเธอไม่เห็นสายตาสนใจในทางชู้สาวจากณภัทร์เลย เหมือนในหัวของผู้ชายคนนี้จะมีแต่เรื่องธุรกิจเท่านั้น ท้าทายดีเกรซชอบ
“พรุ่งนี้ผมคงไม่ได้ไปด้วยนะครับ” ทั้งณภัทร์และเกรซต่างหันไปมองกันต์เป็นทางเดียว
“ทำไมล่ะ กันต์จะไปไหน” เกรซหันไปถามน้องชาย มาด้วยกันแต่ไม่ไปด้วยกัน แล้วน้องชายของเธอจะไปไหนเนี่ย
“พรุ่งนี้ผมจะไปกรุงเทพครับ นัดกับเพื่อนไว้”
“กรุงเทพเหรอครับ เป็นธุระด่วนไหมครับ ถ้าไม่ด่วนรอไปวันมะรื้นนี้พร้อมผมก็ได้นะครับ ผมก็จะกลับกรุงเทพพอดี” ณภัทร์รีบเสนอ เพราะอีกสองวันเขาก็ต้องกลับบ้านอยู่แล้วหากว่าที่หุ้นส่วนอยากไปกรุงเทพเขาก็ยินดีที่จะไปส่ง เพราะไม่แน่ว่าเขาอาจจะได้ทำสัญญาเป็นหุ้นส่วนกับสองพี่น้องในเร็วๆนี้ก็เป็นได้ เพราะดูท่าแล้วเกรซค่อนข้างสนใจที่จะร่วมหุ้นกับบริษัทของเขามาก
ส่วนเรื่องที่เธอพยายามอ่อยเขาอยู่เรื่องนี้ณภัทร์จะมองข้ามไป เขาเป็นผู้ชายย่อมมองออกอยู่แล้ว แต่ณภัทร์สนแค่เรื่องทำธุรกิจเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นขอไม่เกี่ยวข้องแต่จะหักน้ำใจของเธอตรงๆเลยก็ไม่ควรทำ เอาเป็นว่าถ้าเกรซเริ่มเยอะเกินไปและอยากเป็นมากกว่าหุ้นส่วน ณภัทร์คงต้องพูดกับเธอตรงๆ
“ขอบคุณครับคุณณภัทร์ แต่ผมจองตั๋วด่วนไว้แล้ว” กันต์ขอบคุณน้ำใจของณภัทร์จริงๆแต่นัดครั้งนี้เขาไม่อยากรอช้า
“นัดคนสำคัญเหรอกันต์ ทำไมดูตื่นเต้นดูอยากไปเจอเพื่อนคนนี้ขนาดนั้น” สีหน้าท่าทางของน้องชายที่นั่งยิ้มอย่างมีความสุขแบบนั้นยิ่งทำให้เกรซสงสัยและอยากรู้ เป็นเพื่อนแบบไหนนะที่น้องชายเขาอยากเจอจนไม่สามารถรออีกสองวันได้
“สำคัญมากครับพี่ ผมไม่ได้เจอเขามาตั้งแต่ที่เราย้ายไปอยู่ที่สวิต”
“นานมากเลยนะ แล้วยังติดต่อกันอยู่อีกเหรอ” พอน้องบอกด้วยเสียงตื่นเต้นก็ยิ่งอยากรู้มากขึ้นไปอีก ขนาดณภัทร์ที่พยายามจะไม่แอบฟังเรื่องของกันต์ก็ยังอยากรู้ไปด้วยเลย
“นานๆติดต่อกันทีครับ แต่ผมดีใจนะที่เขายังไม่ลืมผม เขาน่ะรักแรกของผมเลยนะครับพี่เกรซ”
พอมาถึงตรงนี้เกรซก็อ๋อขึ้นมาทันที ที่ไหนได้เพราะน้องชายของเขาอยากไปหาเพื่อนที่แอบรักมาตั้งแต่เด็กๆนี้เอง ไม่น่าเชื่อว่ากันต์จะมีโมเมนต์แอบรักกับเขาด้วยนะเนี่ย
“พี่พอจะคุ้นๆเพื่อนตอนเด็กของกันต์อยู่นะแต่นึกไม่ออก น้องคนนั้นชื่ออะไรนะ” เกรซจำได้เลือนรางว่าเป็นเด็กผู้หญิงที่หน้าตาดีแต่เด็กเลย แต่เลือนลางมากจริงๆ
“พี่เกรซลืมคนสำคัญของผมได้ไงครับเนี่ย”
กันต์แกล้งพูดน้อยใจพี่เล่นๆแต่ไม่ได้จริงจัง เพราะเกรซจะจำไม่ได้ก็ไม่แปลกขนาดเขาเองยังจำหน้าเธอได้เลือนลางเหมือนกัน ทุกวันนี้ก็ติดต่อกันแค่ปีละครั้งสองครั้งเองส่วนใหญ่จะโทรหากันมากกว่า กันต์ไม่ชอบเล่นโซเชียล
เขามีไลน์แต่เพื่อนคนนี้ไม่สะดวกให้เขา จะโทรหาบ่อยๆก็ไม่ได้ด้วยเพราะกันต์รู้ว่าเธอแต่งงานแล้วและเขาก็รู้สึกกับเธอแค่เพื่อนเท่านั้น จริงอยู่ที่เคยแอบรัก แต่มันก็นานมาแล้วตอนนี้เป็นแค่เพื่อนสมัยเด็กที่ยังติดต่อกันและเป็นห่วงกันเท่านั้น
“มันผ่านมาเป็นสิบๆปีแล้วนะพี่จะไปจำได้ไง เร็วๆเลยรีบบอกพี่มาเลยนะว่ารักแรกของเราชื่ออะไร”
“ริสาครับ มาริสา”
ครืด ครืด
“รักแรกของผมต้องอายุยืนมากแน่ๆ พูดถึงก็โทรมาเลย ผมขอรับสายแป๊บนึงนะ” กันต์ลุกจากเก้าอี้เพื่อเดินออกไปหาที่คุยโทรศัพท์โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองทิ้งความสงสัยไว้ให้กับผู้ชายอีกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้
ชื่อ ริสา มาริสา ตอนที่กันต์พูดออกมาณภัทร์ก็หูกระดิกขึ้นมาทันที เพราะชื่อรักแรกของกันต์ช่างชื่อเหมือนภรรยาของเขามาก ณภัทร์ไม่อยากคิดว่าคือมาริสาคนเดียวกันเพราะคนชื่อแบบนี้ก็มีเยอะแยะไป แต่ถึงจะเป็นคนเดียวกันขึ้นมาจริงๆเขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ไม่เลย...
“ผมขอไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะครับ” เห็นเกรซกำลังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปตัวเองเพลินๆณภัทร์เลยใช้จังหวะนี้ขอไปเข้าห้องน้ำ
ถามว่าเขาปวดห้องน้ำไหมตอบเลยว่าไม่แต่มีบางอย่างที่กำลังทำให้ณภัทร์ใจอยู่ไม่เป็นสุขและถ้าเขาไม่ได้ออกมาจัดการกับสิ่งที่กวนใจเขาอยู่ตอนนี้เขาคงนั่งไม่ติดแน่
ณภัทร์เดินออกจากโต๊ะตรงไปที่ทางจะไปห้องน้ำชายและตรงนั้นเขาเห็นกันต์ยืนคุยโทรศัพท์อยู่ ใบหน้ายิ้มแย้มดูมีความสุขมาก ‘หึ คุยกับรักแรกจะต้องมีความสุขขนาดนั้นเลยเหรอ’
ปกติณภัทร์ไม่ได้สนใจหรอกว่าใครจะคุยกับใครหรือมีความสุขมากน้อยแค่ไหน แต่ชื่อผู้หญิงคนนี้ดันชื่อเหมือนเมียไงต่อมความอยากใส่ใจเลยทำงาน คิดแล้วก็หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ข้อความที่มาริสาส่งมาเอาไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยเปิดอ่านทีหลัง ตอนนี้ต้องกดโทรออกก่อน กดเบอร์ที่เขาไม่ได้ใส่ใจจะโทรหามาสักพักใหญ่แล้วและไม่คิดว่าเขาจะอยากโทรหามากในเวลานี้
“ทำไมไม่รีบรับสายผมนะ!”
ฟังเสียงรอสายนานเกินกว่าสามครั้งใจคอก็เริ่มกระสับกระส่าย มาริสาไม่เคยปล่อยให้เขาถือสายรอนานขนาดนี้ ปกติแล้วโทรไปแค่ตืดเดียวเธอก็รีบรับสายของเขาด้วยน้ำเสียงดีใจ แต่นี่ทำไมปล่อยให้ถือสายรอนานขนาดนี้เนี่ย
‘แบบนี้ผิดปกติแล้วนะ’ ระหว่างที่ณภัทร์ถือสายรอด้วยหัวใจที่เริ่มร้อนรนแล้ว เขาก็เห็นทางด้านกันต์เหมือนจะคุยโทรศัพท์เสร็จพอดีและกำลังเดินมาทางนี้ ทำให้ณภัทร์รีบพาตัวเองเข้าไปในห้องน้ำ เขาทำตัวอย่างกับคนที่ต้องการหลบหน้ากันต์เสียอย่างนั้น
(คุณภัทร์...) ในที่สุดเธอก็รับสายของเขาได้สักที มันบังเอิญอีกแล้วนะที่เธอสามารถกดรับสายของเขาได้หลังจากที่กันต์วางสายแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะอาหาร อยากสงสัยแต่ขอวางเรื่องจังหวะบังเอิญนี้ไว้ก่อนตอนนี้ขอคุยกับคนที่ปล่อยให้เขาที่สายรอตั้งนาน
“ริสาทำอะไรอยู่ครับ ผมถือสายรอคุณตั้งนาน” ทำเสียงไม่พอใจพูดใส่คนปลายสายทันที
(ริสาขอโทษค่ะ แล้วคุณภัทร์มีอะไรหรือเปล่าคะ)
เขาโทรมาหาเธอแบบนี้ต้องมีอะไรแน่ๆ เพราะปกติแล้ว ณภัทร์จะไม่โทรหาเธอ อันนี้ไม่นับก่อนช่วงเวลาหลังจากแต่งงานใหม่ๆนะ ช่วงนั้นโทรคุยกันแทบจะสามเวลาหลังอาหาร แต่หลายเดือนมานี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว
การโทรคุยกันคือเรื่องเสียเวลาทำงานของเขา และเธอก็ห้ามโทรหาเขาถ้าไม่ได้มีเรื่องด่วนแบบคอขาดบาดตายก็ห้ามโทรไปเพราะมันคือการรบกวนเวลาทำงานของเขา แต่ครั้งนี้เขาโทรมาแสดงว่ามีเรื่องด่วนมากแน่ๆ หวังว่าจะไม่ใช่เรื่องร้ายๆนะ เมื่อคิดแบบนี้ใจคอของมาริสาก็เริ่มไม่ดีรู้สึกเป็นห่วงสามีมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก
(คุณภัทร์ไม่ได้มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นใช่ไหมคะ หรือว่า...)
“ผมไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น อย่าห่วงให้มันมากเกินไปครับ”
(ริสาขอโทษค่ะ...) ได้ยินเขาบอกว่าไม่เป็นอะไรก็ค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย แต่แล้วก็ไม่กล้าพูดถามอะไรออกไปอีก เพราะถ้าพูดก็เหมือนจะเจอคำตอบของณภัทร์ที่เสียดแทงหัวใจทุกครั้งไป คำพูดของเขามักทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวน่ารำคาญ การอยู่เงียบๆไม่ถามน่าจะเป็นการตัดสินใจที่ดีกว่า
