บทที่ 1 หัวใจที่หายไป (3)
บทที่ 1 หัวใจที่หายไป (3)
หญิงสาวไม่รู้เลยว่าอาการยืนเหม่อลอยอยู่ในสวนดอกไม้ที่สวยงามข้างบ้านนั้น จะตกอยู่ในสายตาของชายหนุ่มร่างสูงที่สวมชุดสูทสีน้ำเงินเข้มซึ่งเพิ่งเลิกงานกลับมา ดวงตาสีฟ้าใสที่ทอดมองมานั้นมีแต่ความอ่อนโยนและห่วงใย วันนี้ร่างบอบบางสวมใส่ชุดเดรสผ้าโพลีเอสเตอร์แขนสั้นสีชมพู แต่งปกด้วยผ้าโครเชต์ติดมุขสีขาว ชายกระโปรงบางจับจีบพลิ้วไหวไปกับแรงลมในช่วงยามเย็น
“มายืนทำอะไรตรงนี้เมเรน่า”
เสียงทักทายเป็นภาษาเยอรมันที่รดามณีคุ้นเคยตลอดสี่ปี ทำให้หญิงสาวหันมามองโยเซฟซึ่งสูงถึง 190 เซนติเมตร ขณะที่ความสูงของเธอแค่ 160 เซนติเมตร จึงสูงเพียงแค่อกของเขาเท่านั้น ใบหน้าคมคายและดวงตาสีฟ้าใสส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้ทุกครั้งที่เจอหน้า
รดามณียกยิ้มที่มุมปากนิดๆ ดวงตาสวยหวานทอแววโกรธแค้นให้เห็นชั่วแวบ ก่อนจะหายไปแล้วส่งยิ้มหวานให้ แต่ก็ไม่อาจปิดบังสายตาชายหนุ่มไปได้
“แค่มาเดินเล่น พี่โยเซฟกลับมาเหนื่อยๆ เข้าบ้านกันเถอะ”
รดามณีหรือเมเรน่าที่ชายหนุ่มเรียกเดินเข้ามากอดแขนพาเข้าบ้าน แต่กลับต้องหยุดชะงักเมื่อมือหนาของโยเซฟดึงแขนเธอเอาไว้
“ยังอยากแก้แค้นอยู่มั้ย”
คำถามจริงจังของคนที่รดามณีนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้หญิงสาวยืนนิ่ง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นมองสบตากับดวงตาสีฟ้า ซึ่งฉายแววจริงจังผิดจากทุกครั้งที่มองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน
“ไม่มีวันไหนที่เมเรน่าจะไม่คิดแก้แค้น”
รดามณีตอบเป็นภาษาเยอรมันพร้อมแววตาแข็งกร้าว ด้วยความเกลียดชังกับคนที่ทำร้ายเธอ มุมปากยกยิ้มเหมือนเหยียดหยามทุกครั้งเมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ โยเซฟยิ้มให้อย่างอ่อนโยนอีกครั้ง มือหนาลูบเรือนผมสีบลอนด์ของหญิงสาวอย่างเบามือ ก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มน่าฟัง
“พรุ่งนี้เดินทางไปประเทศไทยกันนะ พี่จะช่วยเมเรน่าเอง”
คำพูดของโยเซฟทำให้รดามณีมองอย่างคาดไม่ถึง แต่ก็พยักหน้ารับทันทีเมื่อโอกาสมาถึงแล้ว โยเซฟเป็นคนที่มีเส้นสายพอสมควร นั่นอาจทำให้เธอแก้แค้นได้ง่ายขึ้น
“เข้าบ้านเถอะ จะได้ไปบอกทุกคนด้วย”
โยเซฟเอ่ยชวนและก้าวนำเข้าไปในบ้าน โดยมีรดามณีเดินเคียงข้างเข้าไป ซึ่งที่ห้องรับแขกทุกคนในครอบครัวกำลังนั่งเล่นพูดคุยกันอย่างสนุก
“คุยอะไรกันอยู่หรือคะ น่าสนุกเชียว”
รดามณีเอ่ยถามเป็นภาษาเยอรมันเมื่อทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า แต่ถ้าอยู่กับมารดาสองคน พวกเธอจะคุยเป็นภาษาไทย ส่วนกับอดิเทพเธอจะพยายามชวนคุยทั้งสามภาษา ทั้งเยอรมัน อังกฤษและภาษาไทย ซึ่งบุตรชายเธอเป็นเด็กฉลาด ทำให้เรียนรู้ได้เร็ว แม้ตอนแรกๆ อาจจะมีคุยรวมกันหลายภาษาไปบ้าง
“แม่...พ่อโยเซฟ...”
เมื่ออดิเทพได้ยินเสียงของมารดาก็รีบลุกขึ้นวิ่งเข้ามากอดทันที ก่อนจะหันไปให้โยเซฟอุ้มบ้าง
“คิดถึงพ่อโยเซฟจังเลยครับ”
ร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดโยเซฟพูดเสียงอ้อนและกอดรอบคอชายหนุ่มแน่น ใบหน้าน่ารักยิ้มให้ทุกคนอย่างสดใส คำพูดออดอ้อนของเด็กชายตัวน้อยทำให้ทุกคนหัวเราะอย่างขบขันอย่างมีความสุข ยกเว้นเพียงคนเดียวที่มีแววตาเศร้าหมอง พลางคิดว่าหากลูกเธอได้อยู่กับพ่อจริงๆ จะมีความสุขแบบนี้ไหม น้ำตาที่ปวดร้าวไหลออกมาอย่างไม่ตั้งใจ รดามณีรีบยกมือเช็ดน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่อาจพ้นสายตาโยเซฟที่หันมาเห็นพอดี ชายหนุ่มถอนหายใจยาว ก่อนจะอุ้มอดิเทพไปนั่งโซฟาด้วยกันพร้อมบอกเรื่องสำคัญกับทุกคน
“ผมมีเรื่องสำคัญบอกทุกคนครับ”
คำพูดของโยเซฟทำให้ทุกคนหันมามองบุตรชายคนเดียวของบ้าน รดามณีก็เดินมานั่งโซฟาข้างชายหนุ่ม พร้อมรับอดิเทพมานั่งบนตักของตน
“คือ...ผมกับเมเรน่าจะเดินทางไปประเทศไทย โดยไม่มีกำหนดกลับครับ” สายตาทั้งหมดหันมาจับจ้องรดามณีโดยไม่ต้องเอ่ยถาม ซึ่งเธอก็เงยหน้ามองสบตากับทุกคนเพื่อยืนยันในสิ่งที่โยเซฟพูด
“คิดดีแล้วเหรอลูก”
คุณอรทัยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย เพราะรู้จุดประสงค์ของบุตรสาวที่จะกลับไปยังประเทศไทยอีกครั้ง ความเจ็บปวดและโกรธแค้นที่ก่อเกิดในใจ บ่มเพาะจนทำให้บุตรสาววัยสิบเก้าปีที่เคยน่ารัก ไร้เดียงสาไม่มีอีกแล้ว ผ่านมาสี่ปีรดามณีได้เปลี่ยนไปมาก ตอนนี้บุตรสาวเธอเข้มแข็งและมีความมั่นใจขึ้นมาก จนเรื่องเล็กๆ ไม่อาจทำให้รดามณีอ่อนไหวได้อีก
