2.2 | ห้องหอของเรา
บ้านของภูริดลเป็นบ้านไม้ท่อนซุงชั้นเดียวสไตล์ตะวันตกยกพื้นสูง มีบันไดสามขั้นเพื่อเดินขึ้นสู่ตัวบ้าน ภายใต้ความสลัวของแสงไฟสีนวลเพียงดวงเดียวที่เปิดอยู่เหนือประตูหน้าบ้านทำให้ฟ้าพราวมองเห็นบรรยากาศโดยรอบไม่ชัดนัก แต่ก็พอดูออกว่าบ้านหลังนี้มีพื้นที่กว้างขวาง มีสวนหย่อมที่ปลูกไม้ดอกซึ่งส่งกลิ่นหอมยามค่ำคืนอยู่ด้านข้างตัวบ้าน
“เข้าไป” ผู้เป็นเจ้าของบ้านบอกพลางเปิดประตูค้างไว้เพื่อรอให้ฟ้าพราวเดินเข้าไปก่อน เมื่อเธอเดินเข้าไปแล้วเขาจึงเดินตามหลังเข้าไป
ภายในห้องโถงมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากภายนอกส่องเข้ามาพอให้มองเห็นเลือนลาง ภูริดลไม่เปิดไฟ แต่กลับกำข้อมือเล็กของเจ้าสาวที่ยังอยู่ในชุดไทยจักรพรรดิไว้แน่นแล้วพาเดินไปที่ห้องนอนซึ่งอยู่ด้านในสุด
“ห้องนอนของเรา” เขาบอกพลางเดินไปกดสวิตช์เปิดไฟ
“ของเราเหรอ” ฟ้าพราวขมวดคิ้วอย่างข้องใจ
“ใช่” เขาเน้นเสียงหนักแน่น “ห้องนอนของคุณหญิงกับผม หรือจะเรียกอีกอย่างว่า ‘ห้องหอ’ ก็ได้”
“เอ่อ...ฉันคิดว่า...” ราชนิกุลสาวพูดตะกุกตะกักอย่างลำบากใจ
“คิดว่าเราแต่งงานกันด้วยความไม่เต็มใจแล้วผมจะแยกห้องนอนกับคุณหญิงงั้นสิ” ภูริดลพูดอย่างรู้ทัน
“ก็ควรเป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอ” ฟ้าพราวตอบอ้อมแอ้มแล้วหาเหตุผลมาหว่านล้อมเพื่อประวิงเวลาการเสียตัวออกไปสักนิดก็ยังดี “เราน่าจะทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้ก่อน แล้วค่อย...”
“ค่อย ‘อึ๊บ’ กันน่ะเหรอ”
“นี่คุณ พูดอ้อมๆ หน่อยก็ได้” คนที่ยังอยู่ในชุดเจ้าสาวเต็มยศปั้นหน้าแทบไม่ถูก เธอทำใจกับเรื่องนี้มาบ้างแล้วก็จริงแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นตั้งแต่คืนแรกที่แต่งงานกันอย่างนี้
“ทำไมต้องอาย เรื่องอึ๊บกันเป็นเรื่องธรรมชาติ หรือว่าคุณหญิงไม่เคย” ภูริดลถอดเสื้อแจ็คเก็ตและเสื้อเชิ้ตออกแล้วโยนไปไว้ที่ปลายเตียง เขายิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจเมื่อเห็นฟ้าพราวรีบหันหลังหนีด้วยความเก้อเขิน ชายหนุ่มเดินช้าๆ เข้าไปโอบกอดเธอจากทางด้านหลัง กดจูบหนักหน่วงลงบนลาดไหล่เปลือยเปล่าเหนือผ้าสไบเฉียงผืนงาม
ร่างบอบบางสะดุ้งเฮือก แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนหรือถอยหนี ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะบ่ายเบี่ยง เพราะไม่ว่าช้าหรือเร็วสิ่งที่เธอกลัวก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี
“คะ...คุณ...ไปอาบน้ำก่อน” เสียงหวานสั่นสะท้านคล้ายขอความเห็นใจมากกว่าจะออกคำสั่ง
“อาบพร้อมกัน” เขาตอบพึมพำพลางขยับริมฝีปากขบเม้มจากลาดไหล่ละเรื่อยขึ้นมาจนถึงซอกคอหอมกรุ่น หนวดเครารุงรังครูดไปกับผิวเนื้อจนขนอ่อนที่หลังคอของหญิงสาวลุกเกรียว
“ฉันรู้ว่าปฏิเสธคุณไม่ได้ แต่ฉันขอเวลาทำใจแป๊บนึงได้มั้ย” เธอวิงวอนเสียงแผ่ว
“ก็ได้ แต่อย่าหวังว่าจะผ่านคืนนี้ไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะผมไม่ได้เสียเงินห้าสิบล้านเพื่อซื้อตัวคุณหญิงมาดูเล่น” เขาบอกเสียงกระด้างก่อนจะแนบริมฝีปากร้อนผ่าวลงบนฐานคอนุ่มแล้วดูดอย่างแรง
“อ๊ะ” ความเสียวจี๊ดที่พวยพุ่ง ทำให้ฟ้าพราวหลุดเสียงร้องน่าอับอายออกมา เธอได้ยินเสียงหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยันจากชายหนุ่มที่แนบกายอยู่ทางด้านหลังจึงกระทุ้งศอกใส่เขาแล้วดันตัวออกจากวงแขนแข็งแกร่ง
ภูริดลจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ฉายแววหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัดแล้วกระตุกยิ้มที่มุมปาก ในขณะเดียวกันมือก็ปลดหัวเข็มขัดออก
“จะ...จะ...ทำอะไร” ฟ้าพราวถามตะกุกตะกัก สายตาจับจ้องอยู่ที่มือใหญ่ที่กำลังรูดซิปลงเชื่องช้าอย่างจงใจยั่ว
“ถอดกางเกงไง” ตอบพลางรูดกางเกงยีนลงพร้อมกับกางเกงชั้นใน เผยให้เห็นร่างกายเปลือยเปล่า ความเป็นชายโดดเด่นกระแทกสายตาคนมองดังโครม ถึงแม้ว่ามันจะยังอ่อนปวกเปียกอยู่ แต่ก็น่าหวาดหวั่นมากสำหรับคนที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“กรี๊ด!!!” ราชนิกุลสาวกรีดร้องเสียงดังสนั่นพร้อมกับยกสองมือขึ้นปิดหน้า เธอได้ยินเขาหัวเราะเบาๆ แล้วผิวปากอย่างอารมณ์ดี ตามด้วยเสียงปิดประตูห้องน้ำ เธอรอจนแน่ใจว่าเขาไม่อยู่ตรงหน้าแล้วจึงเอามือที่ปิดหน้าอยู่ออก “คนบ้า! คนเถื่อน!”
“เรียกผมเหรอ” ภูริดลเปิดประตูห้องน้ำออกมายืนจังก้าอย่างจงใจแกล้ง
“กรี๊ดดด!!! ออกมาทำไม กลับเข้าไปเดี๋ยวนี้เลยนะ” เธอยกสองมือขึ้นปิดหน้าตัวเองอีกครั้ง
“ได้ยินคุณหญิงเรียก ก็นึกว่าเปลี่ยนใจอยากอาบพร้อมกัน”
“จะบ้าเหรอ! ใครจะอยากอาบพร้อมคุณ” ฟ้าพราวตอบเสียงแหลมพร้อมกับส่ายหน้าไปมาอย่างแรงเพื่อสลัดภาพอุจาดตาออกจากหัว
ภูริดลยิ้มเยือกเย็นแล้วผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำ ในใจหมายมั่นว่าคืนนี้จะเปลี่ยนเสียงร้องกรี๊ดๆ ให้เป็นเสียงครางกระเส่าทั้งคืน
ฟ้าพราวโมโหจนตัวสั่น ผู้ชายอะไรทั้งหยาบคาย ป่าเถื่อนและหน้าด้าน ต่อให้เขาไม่อายที่แก้ผ้าเดินโทงเทงแบบนั้นแต่เธออาย อายมากด้วย หญิงสาวพาตัวเองไปนั่งที่ปลายเตียง กวาดตามองไปรอบห้องนอนที่มีขนาดกว้างขวาง ทว่าเฟอร์นิเจอร์กลับมีเพียงเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า ทีวีจอแบนขนาดประมาณสี่สิบนิ้ว และเครื่องเล่นแผ่นเสียงคลาสสิคเท่านั้น ไม่น่าเชื่อว่าคนเถื่อนก็มีดนตรีในหัวใจเหมือนกัน
ฟ้าพราววางมือทาบอกข้างซ้ายตรงตำแหน่งหัวใจที่เต้นระรัวแล้วตบเบาๆ เป็นการปลุกปลอบตัวเองให้สงบ พลันนั้น คำพูดที่น่าตบปากของภูริดลก็ดังขึ้นในหัว
‘เรื่องอึ๊บกันเป็นเรื่องธรรมชาติ...’
“คนบ้า! คนหยาบคาย!” หญิงสาวสะบัดหน้าอย่างแรง แก้มทั้งสองข้างร้อนผ่าวและคงแดงจัดอย่างไม่ต้องสงสัย
“ผมอาบน้ำเสร็จแล้ว”
“คุณ!” หญิงสาวตกใจ เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า โชคดีที่เขานุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาด้วย แต่ก็พันไว้สะโพกอย่างหมิ่นเหม่จนเกือบจนเกือบจะเห็นอะไรต่อมิอะไรอยู่รอมร่อ “ทำไมอาบเร็วจัง”
“รีบ”
“ทำไมต้องรีบด้วย”
“อยากมาอึ๊บเมียเร็วๆ” ว่าพลางสะบัดศีรษะให้หยดน้ำที่เกาะอยู่บนเส้นผมที่เพิ่งสระเสร็จกระเด็นไปโดนคนที่นั่งแหงนหน้ามองเขาจนคอตั้งบ่าอยู่ปลายเตียง
“คนบ้า คนเถื่อน คนไร้มารยาท หยุดสะบัด ‘ขน’ ใส่ฉันเดี๋ยวนี้นะ”
“ผม! ไม่ใช่ขน!” ภูริดลพูดแก้เสียงหนัก อยากจับคนปากจัดฟัดให้จมเขี้ยว ตอนแรกที่รู้ว่าจะมีเมียเป็นคุณหญิงก็คิดว่าจะเป็นพวกนางในวัง เรียบร้อย สนิมสร้อย ดุนิด ดุหน่อยก็ร้องไห้น้ำตาท่วมโลก ที่ไหนได้ แสบไม่เบา แต่แบบนี้แหละที่เขาชอบ เร้าใจดี
“เห็นยุ่งๆ รกรุงรัง ฉันก็เลยแยกไม่ออกว่าขนหรือผม ถ้ามีเวลาก็ตัดผม โกนหนวด โกนเคราบ้างนะ เห็นแล้วรกหูรกตา” เธอลอยหน้าใส่เขาแล้วลุกขึ้นจะเดินหนี
“จะไปไหน” ขาคว้าแขนเธอเอาไว้
“จะไปอาบน้ำ ถ้าคุณง่วงก็นอนก่อนเลย ฉันอาบน้ำนาน ไม่ต้องรอ”
“ถ้านานเกินสิบห้านาทีผมจะเข้าไปตามในห้องน้ำ”
“จะบ้าเหรอ! แค่สิบห้านาทีใครจะอาบเสร็จ” เธอแว้ดใส่
“งั้นผมอาบให้ จะได้เสร็จเร็วๆ” ภูริดลทำท่าจะลากแขนคนที่ยังอยู่ในชุดไทยจักรพรรดิแบบเต็มยศเข้าห้องน้ำ เธอขืนตัวไว้จนตัวโก่ง
“ไม่ต้องๆ ฉันอาบเองได้ สิบห้านาทีก็สิบห้านาที”
“ให้ไวเลย” เขาบอกเสียงแข็ง รำคาญคนเรื่องมากเต็มทน
ทันทีที่เขาปล่อยแขน ฟ้าพราวก็รีบรวบปลายสไบแล้วถลกชายผ้านุ่งวิ่งหนีเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว แต่ให้ตายเถอะ ประตูห้องน้ำล็อคไม่ได้ เธอพยายามกดล็อกอยู่หลายครั้งก็ล็อกไม่ได้
“ตัวล็อกมันเสีย” เสียงตะโกนของภูริดลดังเข้ามาในห้องน้ำ
“แล้วทำไมไม่ซ่อม” เธอตะโกนตอบกลับไป
“ผมอยู่คนเดียวจะซ่อมทำไม” เขาตะโกนตอบกลับมา
“แต่ตอนนี้คุณไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว ต้องซ่อม!”
“ผัวเมียก็เหมือนคนคนเดียวกัน อย่าเรื่องมาก” คราวนี้เสียงของเขาดังอยู่หน้าประตู “ถ้าไม่หยุดโวยวาย ผมจะเข้าไปอาบให้เดี๋ยวนี้”
“อย่าเข้ามานะ ฉันจะไม่พูด จะไม่บ่นอะไรแล้ว” ฟ้าพราวดึงลูกบิดประตูไว้แน่น กลัวเขาเปิดเข้ามาจริงๆ
“งั้นก็รีบอาบให้ไวเลย ผมไม่ชอบมานั่งรอใครนานๆ”
เสียงของเขาห่างออกไปแล้วหญิงสาวจึงค่อยๆ แง้มประตูออกดู เห็นว่าเขาเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขายาวผ้าฝ้ายสีเทาควันบุหรี่ออกมาสวม เขาเช็ดผมที่เปียกชื้นแบบลวกๆ จากนั้นเดินไปเปิดแผ่นเสียงเพลงคลาสสิคที่มีท่วงทำนองอ่อนหวาน สีหน้าของเขาผ่อนคลายขึ้น ไม่บึ้งตึงเหมือนตลอดทั้งวันที่เธอเห็น
