บท
ตั้งค่า

1.3 | ผัวจูบปากแค่นี้ไม่ต้องร้องกรี๊ด

“จดทะเบียนสมรสให้เรียบร้อยก่อน” หม่อมเจ้าดนัยเทพบอกด้วยน้ำเสียงเข้มขรึมแล้วหันไปพยักหน้าส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตนำเอกสารมาให้เจ้าบ่าวและเจ้าสาวเซ็น

ภูริดลและหม่อมราชวงศ์ฟ้าพราวต่างคนต่างเซ็นชื่อในทะเบียนสมรสโดยไม่มองหน้ากัน เสร็จแล้วชายหนุ่มก็ฉุดข้อมือหญิงสาวให้ลุกขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้คนที่นั่งพับเพียบอยู่กับพื้นนานเป็นชั่วโมงเข่าอ่อนจนเกือบล้ม แต่เขาก็ไม่ได้สนใจที่จะช่วยประคอง ปล่อยให้เธอซวนเซหาทางทรงตัวเอาเอง

“ไปกันได้แล้ว” เจ้าบ่าวบอกเสียงกระด้าง

“จะพาคุณหญิงไปไหนเจ้าดิน” น้ำมณีรีบถามหน้าตาตื่นตระหนก

“กลับไร่สิครับ ผมมีงานรออยู่อีกเยอะ ไม่มีเวลามาทำเรื่องไร้สาระนานหรอกครับ แค่นี้ก็เสียเวลามากแล้ว” ว่าแล้วก็กึ่งลากกึ่งจูงภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายและประเพณีออกไปโดยไม่สนใจว่าคนที่ตัวเล็กกว่ามากซึ่งอยู่ในผ้านุ่งชุดไทยยาวระพื้นจะซอยเท้าตามทันหรือไม่

“โอ้ย ตายแล้ว ฉันอยากจะเป็นลม” น้ำมณีหยิบยาดมออกมาสูดปื้ดๆ แล้วหันไปบอกหม่อมเจ้าดนัยเทพด้วยความเกรงใจอย่างที่สุด “หม่อมฉันต้องกราบขอประทานอภัยฝ่าบาทด้วยนะเพคะที่ลูกชายของหม่อมฉันทำกิริยาไม่เหมาะสม”

“ฝ่าบาทไม่ต้องเป็นห่วงคุณหญิงฟ้านะกระหม่อม กระหม่อมสัญญาว่าจะดูแลคุณหญิงฟ้าแทนฝ่าบาทเป็นอย่างดี” นทีรีบพูดเสริมด้วยความเกรงใจมากเช่นเดียวกัน

“ลูกชายแกท่าทางเอาเรื่องอยู่นะนที ฉันเป็นห่วงลูกสาวฉัน” หม่อมเจ้าดนัยเทพบอกด้วยสีหน้าไม่สบายใจ แล้วทำท่าเหมือนจะวูบ มาลินีที่นั่งอยู่ข้างๆ ต้องรีบประคองให้เอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วหยิบยาประจำตัวมาให้กิน

“ดินมันปากร้ายไปอย่างนั้นเอง ความจริงมันเป็นคนใจอ่อนมาก ที่สำคัญ มันไม่ทำร้ายผู้หญิง ถ้ากระหม่อมไม่มั่นใจในตัวลูกชายก็คงไม่กล้าสู่ขอคุณหญิงฟ้าให้มาแต่งงานด้วย” นทีบอกอย่างมั่นใจในความเป็นลูกผู้ชายของภูริดล

หม่อมเจ้าดนัยเทพพยักหน้ารับเนิบนาบ ไม่ว่านทีจะยืนยันหนักแน่นเพียงใด แต่การเห็นบุตรสาวอันเป็นที่รักถูกหนุ่มชาวไร่ฉุดกระชากออกไปแบบนั้นก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี

ภูริดลกำข้อมือเล็กของหม่อมราชวงศ์ฟ้าพราวไว้แน่นขณะลากตัวเธอออกมาที่หน้าตึกใหญ่โดยไม่สนใจว่าเท้าเปลือยเปล่าของหญิงสาวที่กำลังเหยียบย่ำไปบนพื้นซีเมนต์ที่ร้อนระอุเพราะดูดซับความร้อนจากไอแดดยามใกล้เที่ยงเอาไว้จะแสบร้อนเพียงใด

“อู้ย...” ฟ้าพราวส่งเสียงซี้ดซ้าดในลำคอพลางกระโดดด้วยปลายเท้าสลับข้างกันไป

“เป็นอะไร”

“พื้นมันร้อน แสบเท้าไปหมดแล้วเนี่ย” ตอบพลางหงายฝ่าเท้าที่แดงจัดให้อีกฝ่ายดู

หนุ่มชาวไร่ยิ้มหยัน แต่แทนที่จะเห็นใจ เขากลับพูดค่อนแคะ “ผู้ดีตีนแดง”

“คุณก็ลองเดินเท้าเปล่าบนปูนซีเมนต์ร้อนๆ นี่ดูมั่งสิ จะได้รู้ว่ามันร้อนแค่ไหน”

“พื้นร้อนแค่นี้ผมไม่สะดุ้งสะเทือนหรอก”

“หนังหนา” เธอว่าเบาๆ แต่เขาก็ได้ยิน

“ไม่ทันไรก็ด่า ‘ผัว’ แล้วเหรอ”

“คนเถื่อน หยาบคาย” ฟ้าพราวสวนกลับอย่างไม่ยอมกัน

“แค่นี้ยังน้อย ผมเถื่อนได้มากกว่านี้อีกร้อยเท่าพันเท่า คุณหญิงเตรียมตัวรับมือกับผัวเถื่อนคนนี้เอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน” ว่าแล้วก็ช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้มหน้าตาเฉย

“ว้าย!” ราชนิกุลสาวกรีดร้องด้วยความตกใจ “จะทำอะไร ปล่อยฉันนะ”

“เมื่อกี้บอกว่าร้อนเท้าไม่ใช่เหรอ ผมก็ช่วยอุ้มไง” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงกดต่ำแบบรำคาญความเรื่องมากของผู้ดีเต็มทน

“ร้อน แต่เดินเองได้”

“ให้ผัวบริการเมียสักวันก็แล้วกัน เพราะต่อไปคุณหญิงต้องบริการผัวชาวไร่คนนี้ให้ ‘ถึงใจ’ ทุกคืน”

“พูดจาน่าเกลียด!” ฟ้าพราวต่อว่าพร้อมกับตวัดมือฟาดซีกแก้มสากกระด้างไปเต็มแรงให้สาสมกับความหยาบคายของเขา

“ตบผัวเหรอ” ภูริดลจ้องหน้าคนในวงแขนตาดุแล้วก้มลงฉกริมฝีปากเต็มอิ่มอย่างแรง

“อร้าย!” ราชนิกุลสาวกรี๊ดใส่คนหยาบคายแล้วก็ตบเขาไปอีกหนึ่งที แต่แล้วก็โดนตอบโต้ด้วยจูบที่ดุดันจนแทบหายใจไม่ทันอีกหนึ่งทีอย่างทันควัน เรียกว่าทั้งคู่สวนกลับกันอย่างไม่มีใครยอมใครเลยทีเดียว

“ผัวจูบปากแค่นี้ไม่ต้องกรี๊ด ยังไงคืนนี้คุณหญิงก็ต้องโดนจูบทั้งตัวอยู่แล้ว อยากเป็นเมียชาวไร่มากนักผมก็จะจัดหนักให้แบบที่ต้องร้องขอชีวิตกันเลย”

หม่อมราชวงศ์ฟ้าพราวอยากจะตบหน้าคนเถื่อนอีกสักฉาด แต่ก็ไม่อยากเสี่ยงให้ถูกจูบโดยไม่จำเป็นอีกจึงยอมเก็บมือ สงบปากสงบคำแล้วปล่อยให้เขาอุ้มไปวางในรถเอสยูวีสีดำที่ดูเหมือนจะไม่ได้ล้างมาเป็นปีเพราะมีทั้งฝุ่นทั้งโคลนติดอยู่เต็มไปหมด

“เรื่องเข้าหอคืนนี้ผมไม่ได้พูดเล่นนะ คุณหญิงทำใจรอไว้ได้เลย”

ภูริดลยิ้มร้ายใส่นัยน์ตาเจ้าสาวแล้วขโมยจุ๊บที่ริมฝีปากเธออย่างรวดเร็วครั้งหนึ่งก่อนปิดประตูรถให้แล้วเดินอ้อมไปนั่งตรงที่นั่งด้านคนขับแล้วเคลื่อนรถออกไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel